"เชิญดื่มด่ำกับค่ำคืนนี้ให้เต็มที่เถอะค่ะ... เพราะนี่อาจจะเป็น ‘มื้อสุดท้าย’ ที่พวกท่านจะได้ใช้ชีวิตอยู่บนกองเงินกองทองอันจอมปลอมนี้"
เสียงกระซิบที่เจือด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงคลาสสิกอันหรูหราในห้องโถงจัดเลี้ยงของโรงแรมแกรนด์พาเลซ แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสาดส่องกระทบชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มของลินิน วิศวกรสาวผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไร้หัวใจอย่างธันวา สายตาของเธอมองตรงไปยังเบื้องหน้า—จุดที่ตระกูลอภิสิทธิ์ชนผู้เคยเหยียบย่ำครอบครัวของธันวาเมื่อหลายปีก่อน กำลังหัวร่อต่อกระซิกรับคำอวยพรจากแขกเหรื่อผู้ทรงอิทธิพลด้วยความเย่อหยิ่ง
ในมือของธันวา แก้วคริสตัลบรรจุไวน์สีทับทิมราคาแพงถูกหมุนวนช้าๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบเฉยคู่นั้นไม่ได้ทอดมองความงดงามของงานกาล่าการกุศลเลยแม้แต่น้อย เขากำลังมอง ‘เหยื่อ’ ที่กำลังเดินเข้าสู่ลานประหารที่เขาบรรจงสร้างขึ้นด้วยเงินตรามหาศาลและเอกสารลับที่ซ่อนเร้นมานานนับทศวรรษ
"คุณพร้อมสำหรับการล่มสลายในอีกสามนาทีข้างหน้านี้ไหมคะ?" ลินินเอ่ยถามเบาๆ โดยไม่ละสายตาจากเป้าหมาย นิ้วเรียวสวยของเธอกดลงบนหน้าจอแท็บเล็ตขนาดกะทัดรัดที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าคลัตช์ ข้อมูลการฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ และการฟอกเงินของตระกูลศัตรู ถูกเข้ารหัสและพร้อมที่จะถูกอัปโหลดขึ้นสู่จอ LED ขนาดยักษ์กลางงานได้ทุกเมื่อ
"ความพร้อมไม่เคยเป็นปัญหาสำหรับผมหรอกครับ... เอ๊ย, สำหรับฉัน" ธันวาปรับน้ำเสียงและปรายตามองคู่คิดสาวแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไร้ความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง "คนพวกนั้นต่างหาก ที่ต่อให้เตรียมตัวมาทั้งชีวิต ก็ไม่มีทางรับมือกับแรงกระแทกจากเงินสดในมือฉันได้หรอกค่ะ"
การปะทะคารมทางสายตาอันเงียบเชียบระหว่างทั้งสองคนถูกขัดจังหวะด้วยเสียงประกาศผ่านไมโครโฟน ประธานกิตติมศักดิ์ของค่ำคืนนี้—ประมุขแห่งตระกูลศัตรูผู้สวมสูทสั่งตัดพิเศษอย่างเนี๊ยบกริบ ก้าวขึ้นสู่เวทีด้วยท่าทางองอาจ เขายกแก้วขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ด้วยน้ำเสียงอวดดีถึงความมั่นคงทางธุรกิจและความสำเร็จที่ไร้รอยด่างพร้อยของบริษัทในเครือ
"ผมขอขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ ความสำเร็จของพวกเราในวันนี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความซื่อสัตย์และความสามารถคือรากฐาน..."
*ติ๊ด!*
เสียงสัญญาณสั้นๆ จากแท็บเล็ตในมือลินินดังขึ้นเบื้องล่าง หน้าจอ LED ด้านหลังประมุขผู้กำลังกล่าวสุนทรพจน์กระพริบไหววูบหนึ่ง ก่อนที่ภาพและข้อความทั้งหมดจะถูกแทนที่ด้วยเอกสารทางราชการ บัญชีลับในต่างประเทศ และหลักฐานการโอนเงินสดมูลค่าหลายพันล้านบาทที่ถูกยักยอกมาจากกองทุนสำรองของรัฐและบริษัทคู่ค้า
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันทีราวกับคลื่นใต้น้ำที่ซัดเข้าฝั่ง รอยยิ้มบนใบหน้าของประมุขตระกูลศัตรูแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจเมื่อหันกลับไปมองสิ่งที่ปรากฏบนจอภาพ เอกสารทุกแผ่นมีลายเซ็น ชื่อ และตราประทับของเขาเองอย่างชัดเจน ไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธความรับผิดชอบได้แม้แต่น้อย
"นี่มันอะไรกัน! ใครทำอะไรกับระบบหน้าจอ!" เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นจากทีมงานฝ่ายจัดงาน แต่สายตาทุกคู่ในห้องโถงกลับพุ่งเป้าไปที่ชายบนเวทีที่ตอนนี้ใบซีดเผือดราวกับศพไร้ญาติ
ธันวายกแก้วไวน์ขึ้นจิบรสชาติฝาดเฝื่อนอย่างใจเย็น เขาก้าวเดินไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้แสงไฟสาดส่องมาที่ตัวเขา ร่างสูงสง่าแผ่รังสีแห่งอำนาจกดดันจนผู้คนรอบข้างต้องถอยร่นโดยอัตโนมัติ ลินินก้าวตามมาติดๆ เธอมองภาพความโกลาหลเบื้องหน้าด้วยแววตานิ่งสงบ วิศวกรสาวรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การเปิดโปงทางกฎหมาย แต่มันคือการฆาตกรรมทางสังคมที่สมบูรณ์แบบที่สุด
"คุณ... แกมันไอ้เด็กเมื่อวานซืน ธันวา!" ประมุขผู้ตกเป็นจำเลยชี้หน้าตะโกนลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือเมื่อเห็นบรรดาผู้สนับสนุนและนักลงทุนรายใหญ่ต่างพากันลุกขึ้นยืนและเดินถอยห่างออกไปเพื่อตัดความสัมพันธ์ "แกอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ใช่ไหม! แกใช้เงินซื้อหลักฐานพวกนี้มาใส่ร้ายฉัน!"
ธันวาหัวנסในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของทุกคนในห้องโถง เขาวางแก้วไวน์ลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้เวทีทีละก้าว
"ใส่ร้ายเหรอคะ?" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "คำว่าใส่ร้ายมันใช้กับคนที่ไม่มีความผิดค่ะ แต่สำหรับพวกคุณ... เงินทุกบาททุกสตางค์ที่พวกคุณสูบฉีดเข้ากระเป๋าตัวเอง มันคือหยาดเหงื่อและลมหายใจของคนที่ต้องล้มละลายไปเมื่อสิบปีก่อน รวมทั้งครอบครัวของฉันด้วย"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ ทุกคนต่างอึ้งงันกับคำประกาศกร้าวที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ ทรัพย์สินและอำนาจที่ตระกูลนี้สั่งสมมานานหลายปี ถูกทำลายลงภายในเวลาไม่ถึงห้านาทีด้วยพลังของตัวเลขในบัญชีที่ธันวากุมไว้ในมือ
ลินินมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการชำระแค้นเท่านั้น ความเจ็บปวดในอดีตยังไม่ได้รับการเยียวยาจนกว่าจะถึงหยดสุดท้าย
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นพร้อมกับประตูทางเข้าหลักของห้องโถงที่ถูกผลักออกอย่างแรง ร่างของชายในชุดสูทสีดำนับสิบคนก้าวเข้ามาล้อมรอบพื้นที่จัดงานไว้ทั้งหมด และคนที่เดินนำหน้าเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบและแววตาดุจปีศาจ คือบุคคลที่ธันวาไม่คาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่ในคืนนี้—พี่ชายต่างแม่ผู้ควรจะนอนอยู่ในเรือนจำความมั่นคงสูงสุด
"ยินดีด้วยนะน้องรัก... นายคิดว่ากำจัดหมาป่าตัวนี้ได้แล้ว นายจะกลายเป็นเจ้าป่าคนต่อไปจริงๆ เหรอ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน พร้อมกับที่หน้าจอ LED ด้านหลังเปลี่ยนเป็นภาพบัญชีลับอีกชุดหนึ่ง—บัญชีที่ระบุชื่อของ ‘ธันวา’ เป็นผู้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการทุจริตครั้งนี้เช่นกัน
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งการแก้แค้นอันหอมหวานนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง•ตอนที่ 15
การล่มสลายของภาพลักษณ์
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!