มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง•ตอนที่ 23

รอยร้าวในใจ

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายความพินาศย่อยยับลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานกระจกนิรภัยชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่ากลิ่นใดๆ คือความเงียบงันที่เยียบเย็นราวกับหลุมศพ ธันวานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท แสงไฟนีออนสีนวลจากภายนอกอาคารสะท้อนลงบนสันกรามคมคายที่ไร้ซึ่งร่องรอยความปราณี ปลายเรียวนิ้วของเขาเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่มันกลับดังสะท้อนก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เบื้องล่างแทบเท้าของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไร้หัวใจ คือตระกูลวรโชติที่เคยยิ่งใหญ่ บัดนี้เหลือเพียงเฒ่าชราผู้มีศักดิ์เป็นถึงอดีตประธานกรรมการบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่กำลังกราบกรานซบหน้าลงกับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี "คุณธันวา... ได้โปรด... เมตตาพวกเราสักครั้งเถอะครับ หุ้นทั้งหมดที่ผมมี ผมยกให้คุณหมดแล้ว โครงการห้าแห่งนั้น... ถ้าคุณดึงทุนคืนตอนนี้ ครอบครัวผมต้องล้มละลายกลายเป็นขอทานแน่นอน!" เสียงแหบพร่าละล่ำละลักร้องขอชีวิต น้ำตาและคราบน้ำมูกเปรอะเปื้อนใบหน้ายับย่นตามวัย ธันวาเพียงแค่ปรายตามองด้วยหางตา ราวกับสิ่งที่อยู่เบื้องล่างไม่ใช่เพื่อนมนุษย์ผู้มีลมหายใจ แต่เป็นเพียงเศษฝุ่นผงที่เขาพร้อมจะปัดทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ตามอำเภอใจ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ความเมตตาเหรอครับท่านประธาน?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าขนพองสยองเกล้า "วันที่พ่อผมกราบกรานขอชีวิตที่หน้าประตูบ้านท่านเมื่อสิบปีก่อน ท่านเคยใช้คำว่าเมตตากับครอบครัวผมบ้างไหม? วันที่บริษัทของพ่อผมถูกพวกท่านร่วมมือกันเตะโด่งจนต้องจบชีวิตลงด้วยกองเพลิง... พวกท่านเคยเหลียวแลเสียงร้องขอความช่วยเหลือเหล่านั้นบ้างหรือเปล่า" เฒ่าชราตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนพูดไม่ออก ธันวาหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทฝังเพชรออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น ก่อนจะโยนมันลงไปตรงหน้าชายชรา ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของบอดี้และผู้ช่วย "เอาเงินนี่ไป... ไปซื้อสุสานดีๆ สักแห่งให้ลูกหลานของท่านได้ซุกหัวนอน เพราะหลังจากวินาทีนี้เป็นต้นไป แม้แต่แผ่นดินที่จะยืนพวกท่านก็จะไม่เหลือ" ธันวาเอ่ยคำสั่งเฉียบขาดด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและเด็ดเดี่ยว "จัดการลากตัวออกไป ผมไม่อยากให้ห้องนี้มีกลิ่นอายของพวกสวะ" บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนก้าวเข้ามาคว้าแขนของอดีตประธานผู้หมดสภาพและลากตัวออกไปอย่างไร้ความปราณี เสียงร้องคร่ำครวญค่อยๆ เงียบหายไปตามทางเดิน เหลือไว้เพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดอีกครั้ง ทว่า... ท่ามกลางความเงียบนั้น กลับมีเสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ประตูทางเข้า ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง และหัวใจที่ด้านชามาตลอดนاتหลายปีกลับกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว ลินินยืนกอดอกพิงผนังกระจก ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววอ่อนโยนและมุ่งมั่นในยามที่เธอก้มหน้าก้มตาคำนวณแบบแปลนวิศวกรรม บัดนี้กลับเย็นชาและเต็มไปด้วยรอยร้าวลึก เธอมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบผ่านบานกระจกใส และแววตาคู่นั้น... แววตาที่มองมายังเขา ทำให้ธันวารู้สึกราวกับถูกตบหน้าอย่างแรงด้วยมือที่มองไม่เห็น "สนุกมากไหมคะ?" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น ทว่าราบเรียบและเย็นเยียบจนน่าใจหาย "การได้เหยียบย่ำคนที่ไร้ทางสู้จนจมดิน มันทำให้หัวใจที่ตายด้านของคุณกลับมาเต้นได้อีกครั้งสินะคะ... ธันวา" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปหาหญิงสาวอย่างช้าๆ แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความไหววูบชั่วขณะที่เขาพยายามปกปิดมันไว้อย่างมิดชิด "ลินิน... คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่" "ฉันมาทันดูตอนที่คุณกำลังฆ่าคนทั้งเป็นด้วยอำนาจและเงินในมือไงคะ" ลินินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มของเธอบ่งบอกถึงความผิดหวังอย่างถึงที่สุด "ฉันเคยคิดว่าคุณเป็นแค่คนเจ็บปวดที่ต้องการทวงความยุติธรรมให้ครอบครัว ฉันถึงยอมยืนอยู่ข้างคุณ ยอมเอาความรู้ทางวิศวกรรมของฉันมาช่วยคุณทำลายล้างอาณาจักรของพวกมัน... แต่ฉันเพิ่งรู้ตัววันนี้เองค่ะ ว่าฉันไม่ได้กำลังช่วยคนทวงคืนความยุติธรรม..." เธอเว้นวรรค ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความแข็งแกร่ง "...แต่ฉันกำลังช่วยปีศาจสร้างนรกบนดินต่างหากล่ะคะ" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าเสียบแทงกลางใจของมหาเศรษฐีผู้กุมอำนาจล้นฟ้า ธันวากลืนก้อนความขมขื่นลงคอ มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าแขนเรียวของเธอไว้ตามสัญชาตญาณของการครอบครอง "ลินิน... ฟังผมก่อน โลกธุรกิจมันไม่ได้สวยงามแบบที่คุณคิด ถ้าผมไม่เหยียบพวกมันก่อน พวกมันก็จะเหยียบเรา ส.ส.พวกนั้น พ่อค้าหน้าเลือดพวกนั้น สมควรได้รับมันแล้ว!" ลินินสะบัดแขนออกอย่างแรง แรงกระแทกนั้นทำเอาธันวาชะงักไป ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาด้วยความผิดหวังอย่างที่สุด "ใช่ค่ะ... โลกธุรกิจมันโหดร้าย แต่ความโหดร้ายมันไม่ได้แปลว่าเราต้องไร้ความเป็นมนุษย์ไปด้วย!" ลินินระบายความอัดอั้นตันใจออกมา น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยพลังแห่งการต่อต้าน "การแก้แค้นของคุณมันเกินขอบเขตไปไกลแล้ว ธันวา! คุณไม่ได้แค่ทำลายพวกมัน แต่คุณกำลังทำลายความเป็นคนในตัวคุณเอง... และที่สำคัญที่สุด คุณกำลังทำลายคนที่รักคุณด้วยความหวังดีมาตลอด" ธันวานิ่งงัน คำพูดของเธอบาดลึกยิ่งกว่าคมมีดเล่มไหน เขายอมให้คนทั้งโลกเกลียดชัง ยอมถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรทางเศรษฐกิจ ยอมเป็นปีศาจในสายตาของศัตรู แต่เขากลับทนไม่ได้... เมื่อคำพิพากษานั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากของผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขายอมเปิดใจให้ "คุณกำลังจะบอกอะไรผม... ลินิน" ธันวาเค้นเสียงถาม ร่างสูงใหญ่เริ่มสั่นเทาด้วยความกลัวลึกๆ ที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน ลินินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอมองหน้าผู้ชายที่เธอเคยรักและยอมแลกทุกอย่างเพื่อเขาเป็นครั้งสุดท้าย แววตาคู่นั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ อีกต่อไป "เราจบกันแค่นี้เถอะค่ะ... ธันวา" สิ้นคำพูดนั้น ลินินก็หันหลังให้ทันที ก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าไปที่ประตูลิฟต์อย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย "ลินิน!" ธันวาตะโกนเรียกชื่อเธอสุดเสียง หัวใจของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขารีบก้าวเท้าวิ่งตามเธอไปอย่างลิบลับ ความมั่งคั่งนับแสนล้าน อำนาจที่สามารถซื้อได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ กลับไร้ความหมายสิ้นเชิงในวินาทีที่ร่างบางกำลังจะก้าวพ้นประตูห้องทำงานออกไป ติ๊ง! เสียงสัญญาณลิฟต์ชั้นบนสุดดังขึ้น ประตูโลหะสีเงินเปิดอ้าต้อนรับอย่างรวดเร็ว ลินินก้าวเท้าเข้าไปยืนด้านในและกดปิดประตูโดยไม่ลังเล ธันวาพุ่งเข้ามาคว้าขอบประตูลิฟต์ไว้ได้ทัน ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาออกแรงยื้อบานประตูเหล็กไว้จนกล้ามเนื้อปูดโปน ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเวทนา "อย่าไป... ลินิน ขอร้องล่ะ... อยากทำแบบนี้กับผม" ธันวาเอ่ยเสียงสั่นพร่า รahกสูญเสียการควบคุมซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดในชีวิต ลินินมองมือหนาที่กำลังยื้อประตูลิฟต์ไว้ด้วยแววตาที่เจ็บปวดไม่แพ้กัน เธอยกมือขึ้นกดปุ่มเปิดค้างไว้ชั่วพริบตา ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่ทำเอาธันวารู้สึกราวกับถูกผลักตกจากหน้าผาสูงชัน "จำไว้... ธันวา... คุณเป็นคนเลือกเงินและอำนาจเหนือหัวใจของฉันเองนะคะ" ประตูลิฟต์ปิดสนิทลงอย่างรวดเร็วตัดหน้าต่อตา พร้อมกับสัญญาณเตือนภัยดังลั่นห้องโถง เมื่อหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานของธันวาแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากระบบความปลอดภัยส่วนกลาง: **"ประกาศเตือน: เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวทะเบียน X-992 ของคุณลินิน กำลังเตรียมทะยานขึ้นจากลานจอดดาดฟ้า... ปลายทางไม่ระบุ"** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการแก้แค้นอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%