เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะทำงานหรูหราดังขึ้นติดต่อกันไม่ขาดสายราวกับเสียงกบร้องในฤดูฝน ทว่าในห้องทำงานส่วนตัวที่กรจกหนaาเป็นแบบกันกระสุนและมองเห็นทัศนียภาพของมหานครเบื้องล่าง ความเงียบงันกลับปกคลุมหนาแน่นเสียจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นระริกของชายวัยกลางคนผู้กำลังนั่งตัวเกร็งอยู่บนโซฟาหนังแท้
"หมดกัน..."
เสียงพึมพำลอดออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเผือดของประธานกรรมการบริหารแห่งอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง มือที่เคยสั่นเทาด้วยความมั่นอำนาจเมื่อหลายวันก่อน บัดนี้กำลังกำโทรศัพท์มือถือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวโพลน บนหน้าจอสีฟ้าสว่างวาบแสดงกราฟราคาหุ้นที่ดิ่งหัวทิ่มลงเหวราวกับก้อนหินที่ถูกปล่อยตกจากหน้าผาสูงชัน มูลค่าบริษัทที่สั่งสมมาค่อนชีวิตละลายหายไปในพริบตาเดียว มากกว่าครึ่งหนึ่ง และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง
ธันวานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม ความเย็นชาในแววตาคู่นั้นทรงพลังยิ่งกว่ามีดโกนอาบยาพิษ เขาสวมสูทตัดเย็บพิเศษสีดำสนิทที่ขับเน้นให้บุคลิกภาพดูน่าเกรงขามและไร้ซึ่งความปราณี ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะเชื่องช้า ราวกับเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบของศัตรู
"คุณธันวาคะ... ทางคณะกรรมการบริหารโทรมาแจ้งว่า นักลงทุนรายใหญ่สามรายประกาศเทขายหุ้นทั้งหมดออกมารวดเดียวในเวลาเปิดตลาดภาคเช้า พวกเขาบอกว่าจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายด้วยค่ะ" เลขาส่วนตัวก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเร่งรีบ น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
ธันวาไม่แม้แต่จะปรายตาแลเลขานุการคนนั้น สายตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่ที่ร่างของชายวัยกลางคนที่นั่งทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นห้องอย่างไร้ศักดิ์ศรี
"ปล่อยให้พวกเขาฟ้องไป..." เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉย ทว่าเฉียบขาดจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เพราะต่อให้ฟ้องจนหมดตัว พวกเขาก็ไม่มีทางได้เงินคืนจากบริษัทที่กำลังจะล้มละลายแห่งนี้หรอก"
"แก... แกทำแบบนี้ทำไม!" ประธานบริษัทผู้พ่ายแพ้ตะโกนลั่นห้อง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ "พวกเราเคยร่วมงานกัน... ข้าไม่เคยทำอะไรแกมาก่อน!"
ธันวาหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง มันคือเสียงคำรามของปีศาจที่เพิ่งขย้ำเหยื่อจนจมเขี้ยว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ชายผู้กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวาน
"ไม่เคยงั้นหรือ? วันที่พ่อของผมต้องกระโดดตึกฆ่าตัวตายเพราะเอกสารสัญญาปลอมๆ ที่พวกคุณร่วมมือกันเซ็นฮุบที่ดิน... พวกคุณเคยมีความปราณีให้ครอบครัวผมบ้างไหม?"
แววตาของประธานบริษัทเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก ความทรงจำสีดำมืดที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเงินกองทองนับพันล้านผุดขึ้นมาหลอกหลอน ใบหน้าของเด็กหนุ่มผู้เคยร้องไห้กอดศพพ่อในวันนั้น ซ้อนทับกับมหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจที่ยืนมองเขาด้วยสายตาราวกับจะส่งลงนรกทั้งเป็นในวันนี้
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของห้อง ลินินยืนกอดอกพิงผนังกระจกเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาที่ลุ่มลึก วิศวกรสาวผู้ยึดมั่นในความถูกต้องมาโดยตลอด ไม่ได้รู้สึกสงสารชายผู้กำลังจะล้มละลายแม้แต่น้อย เธอกลับมองเห็นรอยร้าวลึกในจิตใจของธันวา—รอยร้าวที่แม้เงินทองมากมายมหาศาลก็ไม่อาจซ่อมแซมให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
ลินินเดินเข้าไปใกล้ธันวา เอื้อมมือเรียวไปแตะที่แขนเสื้อสูทของเขาเบาๆ เป็นสัมผัสเพียงเล็กน้อยที่หยุดยั้งความเกรี้ยวกราดในแววตาคู่นั้นได้ทันที ธันวาหันมามองเงามืดในดวงตาของหญิงสาว สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่สวนทางกับบรรยากาศรอบกาย
"พอเถอะค่ะธันวา..." ลินินกระซิบเสียงเรียบ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้ชายหนุ่มชะงัก "การทำลายพวกเขาจนไม่เหลือซากไม่ได้ช่วยให้เรื่องในอดีตเปลี่ยนไป การล้างแค้นที่สมบูรณ์แบบที่สุดไม่ใช่การทำให้พวกเขาตายทั้งเป็น... แต่คือการพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณก้าวไปไกลจนพวกเขาไม่มีวันเอื้อมถึงต่างหาก"
ธันวากลืนก้อนความโกรธลงคอ สายตาที่เคยวาวโรจน์อ่อนลงเล็กน้อยเมื่อสบตาคู่สวยของหญิงสาวผู้เป็นทั้งคู่คิดและกระจกเงาสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของเขา เขายืดตัวตรง ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยไร้ความรู้สึกดังเดิม ก่อนจะโบกมือไล่เลขานุการและอดีตประธานบริษัทให้ออกไปจากห้อง
ประธานบริษัทถูกหิ้วปีกออกไปอย่างอนาถ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความอับอายที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์วงการธุรกิจ
ธันวาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ความเหนื่อยล้าจากการวางแผนเกมการเงินอันซับซ้อนตลอดหลายเดือนเริ่มกัดกินเรี่ยวแรง ลินินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างๆ เขาอย่างไม่ถือตัว มือเรียวบางเอื้อมขึ้นนวดคลึงขมับให้ชายหนุ่มอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน เป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งจากมหาเศรษฐีผู้เย็นชาและวิศวกรสาวผู้แข็งแกร่ง
"เหนื่อยมากไหมคะ?" ลินินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทอดสายตามองใบหน้าที่มักจะสวมหน้ากากไร้ความรู้สึกอยู่เสมอ
"ไม่เลย... ถ้ามีคุณอยู่ตรงนี้" ธันวาตอบเสียงพร่า มือหนายื่นไปกุมมือเรียวของเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอบรรเทาความหนาเหน็บในหัวใจเขาได้เสมอ แม้ในยามที่เขาถือครองอำนาจที่สามารถซื้อได้ทั้งโลก
ทว่า ความสงบสุขในห้องทำงานหรูหรากลับอยู่ได้ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของลินินที่วางอยู่บนโต๊ะก็แผדเสียงกรีดร้องขึ้นทำลายความเงียบ
ลินินขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวชะงักค้างทันทีเมื่อเห็นชื่อผู้โทรเข้า สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในเสี้ยววินาที ราวกับเห็นภูตผีในเวลากลางวันแสกๆ
ธันวาสังเกตเห็นความผิดปกติ แววตากลับมาคมกริบดั่งมีดโกนอีกครั้ง "ใครโทรมา?"
ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสั่นระริกด้วยความตกใจกลัวที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปีที่รู้จักกัน น้ำเสียงของเธอแห้งผากจนแทบไม่มีเสียงเล็ดลอด
"พ่อค่ะ..." ลินินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "พ่อคนที่ทิ้งฉันไปตั้งแต่เด็ก... และตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ชั้นล่างของตึกนี้ค่ะ"
ยังไม่ทันที่ธันวาจะได้เอ่ยถามสิ่งใด เสียงแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยของอาคารก็ดังสนั่นหวั่นไหว ไฟฉุกเฉินสีแดงสลับขาวกะพริบวาบไปทั่วทั้งชั้น พร้อมกับเสียงประกาศจากระบบอัตโนมัติที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท
*“แจ้งเตือน: มีบุคคลไม่ได้รับอนุญาตฝ่าฝืนระบบรักษาความปลอดภัย กำลังมุ่งหน้าสู่ชั้นเพנטเฮาส์ด้วยลิฟต์ส่วนตัว”*
ธันวาผุดลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณดิบเถื่อนตื่นตัวขึ้นเต็มพิกัด เขากระชากลิ้นชักโต๊ะทำงานหยิบปืนพกสั้นสีดำสนิทออกมาตรวจสอบกระสุนอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะดึงร่างของลินินมาหลบไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง
เสียงประตูลิฟต์ส่วนตัวที่ปิดตายมาโดยตลอดนับปี ส่งเสียงกรีดร้องดังสนั่นราวกับมีบางอย่างกำลังใช้กำลังมหาศาลบังคับเปิดมันจากด้านนอก และในวินาทีต่อมา ประตูเหล็กหนาก็ตกลงกระแทกพื้นด้วยแรงมหาศาล เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปรดในชุดสูทราคาแพงก้าวเท้าออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมายังพวกเขาทั้งคู่
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการแก้แค้นอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง•ตอนที่ 22
กลิ่นอายของชัยชนะ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!