มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง•ตอนที่ 21

กำแพงที่พังทลาย

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
คราบน้ำตากลางเปื้อนกระดาษพิมพ์เขียวของโครงการยักษ์ใหญ่ไม่ได้มีความหมายอะไรเลยในสายตาของคนที่กุมอำนาจชี้เป็นชี้ตาย เสียงกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าถูกฉีกขาดออกจากกันด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เพราะมันไร้ประโยชน์ แต่เพราะธันวาต้องการให้ลินินรู้ซึ้งถึงความพินาศที่เขาควบคุมได้เพียงแค่ปลายนิ้วกระดิก เศษกระดาษราคาแพงโปรยปรายลงราวกับหิมะสีขาวที่ร่วงหล่นบนซากปรักหักพังของความฝัน เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หลังพิงบานกระจกใสของเพนต์เฮาส์หรูที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง ในมือยังคงถือม้วนแบบแปลนโครงสร้างที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการคำนวณมันอย่างหยาดเหงื่อ "คุณทำลายทุกอย่างเพียงเพราะความสะใจส่วนตัวแค่นั้นเหรอคะ ธันวา" น้ำเสียงของลินินไม่ได้สั่นเครืออย่างที่เขาคาดคิด มันราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยความผิดหวังระคนสมเพช ธันวาชะงักมือที่กำลังจะหยิบเอกสารชุดต่อไป ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดหันกลับมามองหญิงสาว เรือนร่างเพชรแท้ในชุดวิศวกรที่ยับยู่ยี่ไม่ได้ลดทอนความสง่างามของเธอลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งขับเน้นความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเปราะบางออกมาอย่างเด่นชัด เขาเดินเข้าหาเธอช้าๆ ฝีเท้าที่มั่นคงรากับผู้ล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม "ความสะใจงั้นเหรอ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นในอดีตที่ไม่มีวันจางหาย "คุณรู้อะไรบ้าง ลินิน... คุณรู้ไหมว่าตึกที่คุณกำลังนั่งคำนวณความปลอดภัยอยู่นี่ มันตั้งอยู่บนคราบน้ำตาและเลือดของครอบครัวฉันเมื่อสิบปีก่อน" ลินินขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เธอมองเห็นความโดดเดี่ยว ความโกรธแค้น และบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น—ความเจ็บปวดที่ถูกกักขังไว้ในห้องมืดมิด "แล้วการทำลายโปรเจกต์นี้... การเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของทุกคน รวมถึงฉัน มันจะช่วยให้คนที่ตายฟื้นขึ้นมาได้หรือคะ?" เธอก้าวเข้าไปประชิดเขาเช่นกัน ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในแววคู่นั้น มีเพียงความกล้าหาญที่ท้าทายอำนาจเงินตรานับแสนล้าน "คุณใช้เงินซื้อมันได้ทุกอย่าง ธันวา ซื้อความพินาศ ซื้อชื่อเสียงของคนอื่น แต่คุณไม่เคยซื้อความสงบสุขในใจตัวเองได้เลยสักครั้ง" คำพูดนั้นราวกับลูกศิษย์ที่แทงทะลุหัวใจของมหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ ธันวาหยุดชะงัก มือหนาเอื้อมไปบีบปลายคางมนของเธอแน่นพอประมาณ ไม่ให้เจ็บจนเกินไป แต่เด็ดเดี่ยวพอที่จะหยุดคำพูดเชือดเฉือนนั้น ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น กลิ่นอายเฉพาะตัวของลินิน—กลิ่นกระดาษ กลิ่นหมึกพิมพ์ และกลิ่นฝนจางๆ—ตีรวนเข้ามาในโสตประสาทของเขา ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่เขาพยายามกดทับมาตลอดหลายปี "ปากเก่งนักนะ..." ธันวาพึมพำเสียงต่ำ ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่สั่นระริกเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตา "ถ้าฉันมันเลวทรามในสายตาคุณ ทำไมตัวคุณถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ล่ะ ทำไมไม่เดินออกไปจากชีวิตฉันเสียที?" "เพราะฉันอยากรู้ว่า... ภายใต้เกราะเหล็กที่คุณสวมไว้ หัวใจของคุณมันยังเต้นอยู่หรือเปล่า" ลินินตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลลงแต่มั่น ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ความตึงเครียดที่เคยพุ่งสูงถึงขีดสุดกลับแปรเปลี่ยนเป็นกระแสความเร้นลับบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่า ธันวาจ้องมองริมฝีปากที่กล่าวคำท้าทายนั้น ก่อนที่ความอดทนเส้นสุดท้ายของเขาจะขาดผึ่งลง ริมฝีปากหนาประกบลงบนเรียวปากนุ่มของเธออย่างไร้การเตือนล่วงหน้า มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่เป็นการบดขยี้ด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน ลินินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กพยายามผลักไดอกแกร่งของเขาออก แต่แรงของเธอกลับกลายเป็นการเติมเชื้อไฟให้โหมกระหน่ำ ธันวารวบเอวบางเข้าหาตัวแน่นจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน มืออีกข้างตรึงท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้รับสัมผัสอันดุดันนี้อย่างไม่มีทางหนี ในจุดวิกฤตที่ความเกลียดชังและความปรารถนาหลอมรวมเข้าด้วยกัน กำแพงที่ทั้งคู่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองพังทลายลงทีละน้อย เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดท่ามกลางความมืดของค่ำคืนสะท้อนก้องในความเงียบ ลินินหลับตาลง ยอมจำนนต่อกระแสอารมณ์ที่รุนแรงนี้ พร้อมกับปล่อยให้น้ำตาหยดสุดท้ายไหลรินผ่านแก้มตกลงบนมือของเขา ธันวารับรู้ถึงความเปียกชื้นนั้น เขาระงับความรุนแรงลง เปลี่ยนเป็นสัมผัสที่ลึกซึ้งและอ่อนโยนอย่างไม่เคยปฏิบัติกับใครมาก่อน ราวกับต้องการซับหยดน้ำตาเหล่านั้นด้วยความรู้สึกผิดบาปที่เพิ่งรู้ตัว แต่ทว่า—ในวินาทีที่หัวใจทั้งสองดวงกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยของเพนต์เฮาส์ก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีแดงฉานกะพริบถี่รัวทั่วห้อง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ที่ปรากฏชื่อและภาพถ่ายของบุคคลที่ไม่ควรอยู่ที่นี่ในเวลานี้มากที่สุด... ศัตรูตัวฉกาจที่ถือครองหุ้นใหญ่ที่สุดในบริษัทของลินินกำลังก้าวออกจากลิฟต์ส่วนตัวขึ้นมาถึงหน้าประตูแล้วค่ะ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการแก้แค้นอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%