แก้วคริスタルราคาแพงสะท้อนแสงไฟสีส้มสลัวจากมุมห้อง บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของธันวาในค่ำคืนนี้เงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจที่หนักหน่วง ความเงียบงันที่ไม่ใช่ความสงบ หากแต่เป็นความอึดอัดที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้มอดไหม้ ลินินนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ฝั่งตรงข้าม สายตาของวิศวกรสาวไม่ได้มองไปที่เครื่องดื่มสีอำพันในมือของเขา เธอกำลังจ้องมองรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากของชายหนุ่ม—ร่องรอยจากอดีตที่เขาไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้าใกล้
"คุณอยากฟังเรื่องนิทานก่อนนอนไหม, ลินิน"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กัดกินหัวใจ ความเย็นชาที่เคยเคลือบอยู่บนใบหน้าของมหาเศรษฐีหนุ่มในยามนี้ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มหยัน ไร้ซึ่งความอบอุ่น เป็นรอยยิ้มของคนที่ตายไปแล้วครึ่งตัว
ลินินไม่ตอบ เธอยังคงนิ่งเงียบ ปล่อยให้ความกดดันทำหน้าที่ของมัน ร่างเพรียวบางในชุดสูททำงานเข้ารูปเอนหลังพิงพนักโซฟาเล็กน้อยเพื่อซ่อนความสั่นไหวในแววตา เธอย่อมรู้ดีว่าธันวาไม่ใช่ผู้ชายที่จะมานั่งเปิดใจเล่าเรื่องน่าสงสารเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่า ค่ำคืนนี้คือจุดศูนย์กลางของพายุทอร์นาโดที่เขากำลังใช้กวาดล้างตระกูลศัตรู
"สิบปีก่อน ในค่ำคืนที่ฝนตกหนักแบบนี้แหละ" ธันวาเริ่มเลวขาน ดวงตาคมกริบเหม่อมองออกไปนอกกระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนภาพตึกระฟ้าของมหานครเบื้องล่าง "พ่อของผมเซ็นเอกสารโอนหุ้นครั้งสุดท้ายด้วยมือที่สั่นเทา ไม่ใช่เพราะความชรา แต่เป็นเพราะความไว้วางใจ... ที่ถูกหักหลังโดยคนที่ผมนับถือเหมือนญาติสนิท"
แก้วในมือของเขาถูกบีบแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวโพลน
"คุณรู้ไหมว่าความรู้สึกของการเป็น 'คนดู' ที่ยืนมองครอบครัวตัวเองล่มสลายมันเป็นอย่างไร?" ธันวาหันกลับมาสบตาเธอ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นดูลึกล้ำและว่างเปล่าในเวลาเดียวกัน "พ่อแม่ผมไม่ได้ฆ่าตัวตาย... พวกเขาถูกบังคับให้เลือกทางเดินที่ไม่มีทางรอด ระหว่างเซ็นยอมจำนนแล้วเดินออกจากตระกูลอย่างไร้ค่า กับการล้มละลายจนแม้แต่แผ่นดินจะกลบหน้าก็ยังไม่มีปัญญาหาซื้อ"
ลินินรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่วิ่งพล่านไปตามสันหลัง คำว่า 'อำนาจ' และ 'ความมั่งคั่ง' ที่ธันวาครอบครองอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคช่วย แต่มันหล่อหลอมขึ้นมาจากคราบน้ำตา ความแค้น และเศษซากวิญญาณที่ถูกบดขยี้
"แล้วคุณก็เลือกที่จะกลายเป็นปีศาจซะเอง เพื่อสู้กับพวกมัน?" ลินินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนภายใน
"ปีศาจ?" ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าเวทนาสิ้นดี "ถ้าผมไม่เหี้ยมเกียรติพอ วันนี้ผมคงเป็นแค่โครงกระดูกที่นอนเน่าอยู่ใต้สะพานลอยสักแห่งในเมืองนี้ โลกใบนี้ไม่ได้ใจดีกับคนอ่อนแอ, ลินิน เงินไม่ใช่แค่กระดาษสีเขียว แต่มันคือลมหายใจ คือความยุติธรรม และเป็นอาวุธเดียวที่จะทำให้คนที่เคยเหยียบย่ำเราต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิต"
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นอายความเป็นชายและกลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับความดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ทำให้ลินินต้องเงยหน้าขึ้นมอง
"และคุณ..." ธันวายื่นมือหนาออกไปสัมผัสปอยผมที่ตกลงมาเคลียแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เต็มไปด้วยความลังเลและความโหยหาในเวลาเดียวกัน "คุณเข้ามาในเกมนี้ทำไม, ลินิน? คุณเป็นวิศวกรที่สร้างตึกสูง ไม่ใช่คนทำลายล้าง ทำไมถึงยอมเอาตัวเองมาแปดเปื้อนกับความโสมมของผม"
ลินินไม่หลบสายตา หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวราวกับกลองศึก แม้สมองจะสั่งให้ถอยห่าง แต่สัญชาตญาณลึกๆ กลับบอกว่าเธอกำลังมองทะลุเกราะป้องกันอันแข็ง
"เพราะฉันเข้าใจคุณมากกว่าใครยังไงล่ะ" เธอกระซิบตอบ เสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนในความเงียบ "คุณคิดว่าการกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากจะทำให้คุณนอนหลับได้สนิทอย่างนั้นหรือ? ธันวา... การแก้แค้นไม่ได้เยียวยาบาดแผล แต่มันแค่ขยายแผลให้กว้างขึ้นจนไม่มีวันปิดสนิทต่างหาก"
ปลายนิ้วที่สัมผัสแก้มของเขาชะงักกึก ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ ราวกับกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างมานานนับทศวรรษกำลังถูกเจาะรูด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำของหญิงสาวตรงหน้า
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธเกรี้ยวและความเย็นชาถูกแทนที่ด้วยความเปราะบางที่อันตรายยิ่งกว่า ทั้งสองยืนประจันหน้ากันท่ามกลางความมืดของห้องทำงานที่เปิดเพียงแสงไฟสลัว ความลับถูกเปิดเผย บาดแผลถูกกรีดซ้ำ แต่ในขณะเดียวกัน แรงดึงดูดระหว่างคนสองคนที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนยากจะต้านทาน
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความลับระดับสูงก็ดังขึ้นกะทันหัน! ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วห้องทำงาน ทำลายบรรยากาศอันลึกซึ้งในพริบตา หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักแสดงข้อความเตือนสีแดงกระพริบถี่รัว พร้อมกับภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นใต้ดินที่แสดงให้เห็นร่างของชายปริมาณสวมสูทสีดำกลุ่มใหญ่กำลังพังประตูลับเข้ามาในเขตหวงห้ามส่วนตัวของเขา!
ธันวาหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างทันที รอยยิ้มเย็นยะเยือกผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "ดูท่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิด"
ลินินขมวดคิ้วแน่นเมื่อมองเห็นภาพบนหน้าจอ "พวกมันรู้ทางเข้าห้องใต้ดินได้ยังไง? หรือว่า... มีหนอนบ่อนไส้ในบริษัท?"
ธันวาไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขากลับคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมากดปลดล็อกระบบความปลอดภัยด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยชื่อคนสนิทผ่านคำสั่งเสียงด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดราวกับคมมีด "จัดการเคลียร์พื้นที่ชั้นใต้ดินให้สะอาด... และส่งบิลค่าทำความสะอาดศพทั้งหมดไปให้ตระกูลวรโชติเป็นผู้จ่าย"
ก่อนที่ลินินจะทันได้เอ่ยทักท้วง ประตูห้องทำงานหลักก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—คนที่ควรจะนอนรอความตายอยู่ในเรือนจำความมั่นคงสูง แต่กลับยืนยันตัวตนอยู่ตรงหน้าพวกเขาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยอันน่าสะพรึงกลัว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการแก้แค้นอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง•ตอนที่ 24
คำสารภาพในความมืด
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!