กลิ่นไออุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยวนอยู่เหนือโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท ทว่าบรรยากาศภายในห้องประชุมเพดานสูงตระหง่านของอาคารวาณิชธนกิจใจกลางเมืองกลับหนתทึบราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว เอกสารนับร้อยหน้าที่กองอยู่ตรงหน้าลินินไม่ใช่แค่รายงานทางการเงินธรรมดา แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เปิดเปลือยความเน่าเฟะของตระกูลอัคร Theerapat Group—กลุ่มทุนที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของธันวาจนจมดิน
"คุณยังสงสัยในวิธีการของฉันอยู่อีกไหม, ลินิน?"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันมามอง ธันวายังคงยืนทอดสายตามองผ่านกระจกนิกรีนใสบานใหญ่ลงไปเบื้องล่าง รถราที่วิ่งพลุกพล่านเป็นเพียงมดปลวกในสายตาของชายผู้กุมอำนาจเงินตรานับหมื่นล้าน
ลินินละสายตาจากตัวเลขความเสียหายมูลค่าหลายพันล้านบาทบนกระดาษ เธอมองแผ่นหลังกว้างที่แฝงไปด้วยร่องรอยของบาดแผลในอديต รอยแผลที่ถูกหล่อหลอมด้วยความแค้น ความเย็นชา และความมั่งคั่งที่พร้อมจะบดขยี้ทุกชีวิตให้แหลکสลายได้ภายในพริบตา วิศวกรสาวผู้เคยยึดมั่นในความถูกต้องตามตำราอย่างเธอ ในยามนี้กลับเริ่มมองเห็นภาพสะท้อนบางอย่างในกระจกเงา—โลกสีเทาที่ไม่มีที่ยืนให้คนอ่อนแอ
"ฉันไม่ได้สงสัยในวิธีการของคุณค่ะ... ธันวา" ลินินลุกขึ้นยืนช้าๆ ส้นรองเท้าคัทชูสีดำกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานสะท้อนไปทั่วห้อง "แต่สิ่งที่ฉันกำลังมองหา คือจุดสิ้นสุดต่างหาก... คุณทำลายอาณาจักรของพวกเขาจนราบคาบ ยึดครองทุกบริษัทในเครือ และบีบให้พวกมันต้องคุกเข่าต่อหน้าอำนาจเงินของคุณแล้ว มันยังไม่พออีกหรือคะ? ความแค้นของคุณมันมีก้นบึ้งบ้างไหม"
ธันวาหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นดุดันราวกับสัตว์ป่าล่าเหยื่อที่ถูกจี้จุดสำคัญ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวลินินอย่างคุกคาม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับความกดดันทางจิตวิทยาแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ทว่าไม่มีความเสน่หาใดๆ ซ่อนอยู่—มีเพียงความเวิ้งว้างและดุดัน
"คุณคิดว่าสิ่งที่ผมทำอยู่คือการแก้แค้นงั้นเหรอ, วิศวกรสาว?" ธันวากัดกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "พวกมันเคยหัวเราะเยาะตอนที่พ่อของผมกระโดดตึกฆ่าตัวตายเพราะเอกสารปลอมที่พวกมันเซ็นอนุมัติ พวกมันเหยียบย่ำแม่ของผมจนต้องตรอมใจตายบนเตียงโรงพยาบาลรัฐเก่าๆ เงินที่ผมมีอยู่ตอนนี้... มันซื้อชีวิตพวกท่านกลับมาไม่ได้สักวินเดียว!"
น้ำเสียงที่ลอดไรฟันออกมาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอันดิบเถื่อน และนั่นคือวินาทีที่ลินินสะดุ้งเฮือก เธอตระหนักได้ทันทีว่า เป้าหมายที่แท้จริงของธันวาไม่ใช่แค่การล้มละลาย ไม่ใช่การยึดทรัพย์ หรือการทำให้ตระกูลอัครต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าสังคมไฮโซ แต่มันคือการ **"ลบชื่อ"** ของพวกมันออกจากประวัติศาสตร์หน้าธุรกิจอย่างถาวร ชนิดที่ว่าลูกหลานในอนาคตจะไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินให้ยืนเหยียบย่นระลึกถึง
ดวงตากลมโตของลินินไหวระริก ความโกรธขึงที่เธอเคยมีต่อความใจร้ายของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจอันลึกซึ้งและน่ากลัว เธอเอื้อมมือเรียวบางออกไปแตะลงบนปกเสื้อสูทเนื้อดีของชายหนุ่ม สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับทำให้แผงอกที่กำลังกระเพื่อมไหวด้วยแรงโทสะของธันวาค่อยๆ สงบลง
"ถ้าอย่างนั้น... เป้าหมายที่แท้จริงของคุณในเกมนี้ คือการทำให้พวกมันได้ลิ้มรสความรู้สึก 'ไร้ตัวตน' เหมือนที่ครอบครัวของคุณเคยเผชิญสินะคะ" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่พร้อมจะก้าวเดินเคียงข้างเขา "คุณไม่ได้อยากแค่ทำลายพวกเขาให้ล้มละลาย... แต่คุณต้องการให้พวกเขาตื่นขึ้นมาพบว่าโลกทั้งใบนี้ ไม่มีพื้นที่แม้แต่ตารางนิ้วเดียวที่จดจำพวกเขาได้อีกต่อไป"
มุมปากของธันวาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ไร้ความอบอุ่น แต่กลับทรงพลังและงดงามที่สุดเท่าที่ลินินเคยเห็นมาในรอบหลายปี มันคือรอยยิ้มของปีศาจที่พบเจอเนื้อคู่ทางจิตวิญญาณ
"คุณฉลาดเกินไปแล้ว, ลินิน" ธันวากระซิบเสียงพร่า พลางเอื้อมมือหนาขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนของหญิงสาวอย่างแผ่วเบาราวกับจะทะนุถนอม แต่ในขณะเดียวกัน มืออีกข้างของเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดสั่งการด้วยคำสั่งเด็ดขาด "จัดการขั้นเด็ดขาดได้เลย ปิดตายทุกเส้นทางการเงินของพวกมัน และประกาศขายทอดตลาดคฤหาสน์ตระกูลอัครภายในสามนาทีนี้"
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารดิจิทัลระดับโลกดังขึ้นพร้อมกันบนหน้าจอโทรศัพท์ของทนายความประจำตระกูลอัครที่นั่งรออยู่ห้องถัดไป และหน้าจอแท็บเล็ตในมือของลินิน—บัญชีทรัพย์สินสุดท้ายมูลค่าหลายหมื่นล้านถูกโอนถ่ายเข้าสู่กองทุนลับของธันวาอย่างไร้ร่องรอย เสียงกรีดร้องด้วยความสิ้นหวังดังทะลุผ่านผนังกันเสียงเข้ามาเบาๆ ราวกับเสียงคำรามจากขุมนรก
ทว่า ในขณะที่เกมการทำลายล้างกำลังเดินทางมาถึงจุดไคลแม็กซ์ที่สะใจที่สุด เสียงเคาะประตูก็จู่โจมเข้ามาสามครั้งอย่างหนักหน่วง ก่อนที่บานประตูห้องทำงานสุดหรูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรส haute couture ราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่เธอพยายามซ่อนไว้ไม่มิด ดวงตาคู่คมกวาดมองธันวาและลินินสลับกันด้วยแววตาราวกับผู้กำชัยชนะในเกมลับอีกเกมหนึ่ง
"คิดว่ากวาดล้างทุกอย่างเกลี้ยงเกลาแล้วสินะคะ, ธันวา?" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่เธอยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลโยนลงบนโต๊ะทำงานหินอ่อน
"แต่คุณคงลืมไป... ว่ายังมี 'ความลับ' อีกหนึ่งชิ้นที่แม่ฉันเก็บไว้ก่อนตาย และตอนนี้ มันกำลังถูกส่งตรงไปยังสำนักข่าวทุกสำนักทั่วประเทศแล้วค่ะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและเกมหักเหลี่ยมนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง•ตอนที่ 12
เส้นขนานที่ตัดกัน
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!