มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง•ตอนที่ 13

ในเขาวงกต

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
กลิ่นอับชื้นของอิฐเก่าและสนิมเหล็กตีเข้าจมูกทันทีที่ประตูเหล็กกล้าบานหนาปิดตายลงด้วยกลไกอัตโนมัติ เสียง *คลิก* ที่ดังสนั่นก้องกังวานในความมืดเปรียบเสมือนเสียงเคาะโลงศพที่ตอกย้ำว่า พวกเขา—ธันวา มหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมคนครึ่งประเทศ และลินิน วิศวกรสาวผู้ถือครองรหัสผ่านระบบโครงสร้างทั้งหมด—ถูกขังให้ติดอยู่ภายในชั้นใต้ดินของอาคารร้างแห่งนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ความมืดมิดโรยตัวลงมาอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเงาของความตาย มีเพียงแสงไฟกะพริบสีส้มสลัวจากหลอดไฟฉุกเฉินดวงสุดท้ายบนเพดานคอนกรีต ที่สาดส่องให้เห็นละอองฝุ่นฟุ้งกระจายในอากาศ "คุณคำนวณพลาด... หรือนี่คือแผนการที่คุณจงใจพาฉันมาตายกันแน่คะ, คุณธันวา" เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความเย็นชาดังขึ้นทำลายความเงียบ ลินินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แม้ว่าเสื้อเชิร์ตสีขาวของเธอจะมีคราบเขม่าดินปืนและรอยฉีกขาดจากการต่อสู้เอาตัวรอดเมื่อครู่ เธอยืนพิงแผ่นหลังเข้ากับกำแพงปูนเปลือย ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองร่างสูงสง่าของชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาท้าทาย ธันวาปรายตามองหญิงสาวด้วยหางตา ภายใต้ความมืดสลัว ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงรอยยิ้มหยันที่มุมปากซึ่งถูกจุดขึ้นอย่างเยือกเย็น นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพื้นผิวโลหะของสมาร์ทโฟนราคาแพงที่ตอนนี้... ไร้ซึ่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตโดยสิ้นเชิง "ถ้าผมอยากให้คุณตาย ลินิน... คุณคงไม่ต้องรอให้มาติดอยู่ในหลุมศพคอนกรีตนี่หรอกค่ะ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "แต่ดูเหมือนว่า คนที่ออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยบ้าๆ นี่ จะเป็นคนเดียวกับที่คุณเคยร่วมงานด้วยเมื่อสามปีก่อนไม่ใช่หรือไงคะ?" ลินินกัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ ประโยคทิ่มแทงนั้นสะกิดบาดแผลเก่าในใจเธอเข้าอย่างจัง ระบบล็อกนิรภัยขั้นสูงนี้คือผลงานชิ้นเอกที่เธอเคยภาคภูมิใจ แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นกรงเหล็กที่พร้อมจะบดขยี้พวกเขาให้แหลกคราบ "มันถูกดัดแปลง..." ลินินเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มเพื่อตรวจสอบแผงควบคุมระบบไฟฟ้าสำรองที่ฝังอยู่กับผนัง "รหัสผ่านถูกเปลี่ยนเป็นแบบไดนามิก ถ้าเรากรอกผิดแม้แต่ครั้งเดียว แก๊สพิษหรือระบบล็อกสองชั้นจะทำงาน และเราจะมีเวลาหายใจอีกไม่ถึงสิบนาทีค่ะ" "สิบนาที..." ธันวา ทวนคำด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังพูดถึงกำหนดการประชุมธุรกิจ ไม่ใช่ความเป็นความตาย "ฟังดู... มากเกินพอสำหรับการสะสางบัญชีแค้นระหว่างเรานะคะ" แม้สถานการณ์จะบีบคั้นจนแทบไม่มีอากาศหายใจ แต่รัศมีอันคุกคามระหว่างคนทั้งคู่กลับยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น ธันวาก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของลินินชนติดกับกำแพง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงจางๆ ลอยแตะจมูกเธอ ขณะที่มือหนาเอื้อมไปทาบลงบนผนังเหนือศีรษะเธอ เป็นการกักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ โดยปริยาย "ถอยไปค่ะ ฉันต้องทำงาน" ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่คมดุฉายแววไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายถึงชีวิต "ทำงานหรือคะ? ด้วยมือที่สั่นเทานั่นน่ะหรือ" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบชิดริมใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันน่า ประหลาด "จำได้ไหม... วันที่เรายืนอยู่บนซากปรักหักพังของบริษัทพ่อฉัน คุณก็มองฉันด้วยสายตาแบบนี้แหละ สายตาของคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดพอที่จะควบคุมทุกอย่างได้" "ฉันไม่ได้ทำ..." "shut up." ธันวาตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมดั่งใบมีด เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกับแก้มเนียน "ถ้าไม่อยากตายอยู่ที่นี่อย่างไร้ค่า จงใช้สมองวิศวกรที่คุณภูมิใจนักหนา... แหกนรกนี่ออกไปให้ดูสิค่ะ พิสูจน์ให้ฉันเห็นซิว่า ผู้หญิงคนที่ทำลายชีวิตครอบครัวฉันคนนี้ มีดีแค่วาจาอวดดีหรือเปล่า" ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดป่าวอยู่ข้างแก้มทำให้ลินินแทบเสียสละสมาธิ แต่ความเป็นมืออาชีพและความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของวิศวกรสาวทำให้เธอดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว มือเรียวเล็กเอื้อมไปเปิดฝาครอบแผงวงจร เผยให้เห็นสายไฟระโยงระยางนับร้อยเส้นที่ส่งเสียงช็อตเปรี๊ยะปร๊ะในความมืด "ถ้าฉันรอดไปได้ ฉันจะคิดค่าเสียหายจากคุณเป็นสิบล้านค่ะ คุณธันวา" ลินินแค่น1หัว Reversal ยิ้มเยาะเย้ยกลับไปบ้าง แม้เหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มกรอบหน้า "สิบล้าน? ต่อให้คุณต้องการทั้งบริษัทของฉัน ถ้าคุณทำได้... ฉันก็ยกให้ค่ะ" ธันวากระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายปีที่สะท้อนความท้าทายอันเร่าร้อนออกมาอย่างแท้จริง ทั้งคู่ตระหนักดีว่า ในเวลานี้ ความมั่งคั่งนับแสนล้านของธันวาไม่สามารถซื้อลมหายใจได้ หากปราศจากมันสมองและเรียวนิ้วที่กำลังแกะรหัสสายไฟของลินิน ในทางกลับกัน ลินินเองก็ไม่สามารถฝ่ากำแพงเหล็กหนาตันนี้ออกไปได้ด้วยตัวคนเดียว หากไร้ซึ่งพละกำลังและอำนาจเงินตราในการดีดตัวโครงสร้างไฮดรอลิกที่ธันวากำลังใช้มือเปล่าช่วยงัดคานเหล็กประคองน้ำหนักไว้ไม่ให้เพดานถล่มลงมาทับพวกเขาทั้งเป็น กล้ามเนื้อแขนของธันวาเกร็งนูนขึ้นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน น้ำหนักของคอนกรีตนับตันกดทับลงมาผ่านคานเหล็กที่เขาใช้ไหล่และสองมือยันไว้ เลือดสีสดไหลซึมผ่านเสื้อสูทราคาแพงหยดลงบนพื้นคอนกรีตทีละหยด... ทีละหยด "อีกสามวินาที..." เสียงของลินินสั่นพร่า ปลายคีมตัดในมือจดจ่ออยู่กับสายไฟเส้นสีแดงและสีน้ำเงินที่เหลืออยู่เพียงสองเส้นสุดท้าย "ถ้าฉันตัดผิด... เราจะกลายเป็นจุลพร้อมกัน" "ตัดเลยค่ะ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคง ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่ใบหน้าของเธอโดยไม่กะพริบ "ฉันไม่เคยกลัวความตาย... แต่ถ้าต้องตาย วันนี้... มีคุณมาเป็นเพื่อนร่วมทาง ก็ไม่เลวเหมือนกันค่ะ" ลินินสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงชั่วเสี้ยววินาทีเพื่อรวบรวมสมาธิทั้งหมด ก่อนที่เรียวปากจะเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความเด็ดเดี่ยว แล้วออกแรงบีบมือลงไปบนคีมตัด— *ฉับ!* เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงที่กะพริบอยู่ดับวูบลงทันที ความมืดมิดถูกแทนที่ด้วยแสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าที่สาดส่องลงมาจากเพดาน กลไกประตูเหล็กกล้าส่งเสียงกรีดร้องลั่นก่อนจะค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นแสงสว่างจากโลกภายนอก ลินินทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความหมดแรง ลมหายใจหอบถี่จนอกกระเพื่อมไหว แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พักหายใจ ธันวาที่ยืนค้ำคานเหล็กอยู่ตลอดเวลากลับทรุดตัวลงตาม แรงกดดันมหาศาลที่เขาแบกรับไว้คนเดียวทำให้ร่างสูงเซถลาเกือบล้มลงมาทับเธอ "คุณธันวา!" ลินินร้องอุทานด้วยความตกใจ รีบพุ่งเข้าไปคว้าแขนแกร่งเอาไว้เพื่อพยุงร่างของเขาไม่ให้กระแทกพื้น ทว่า ในวินาทีที่เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาอีกครั้ง ลินินก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนหวาดผวา เมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ พร้อมกับเสียงกระทบกันของรองเท้าคอมแบตดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก แสงไฟฉายจากปลายกระบอกปืนกลสาดส่องเข้ามาภายในห้องแคบๆ ร่างของชายชุดดำนับสิบคนในเครื่องแบบหน่วยรบพิเศษปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับชายวัยกลางคนผู้สวมสูทเนี๊ยบกริบ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้น "โอ้... ดูเหมือนเราจะมาทันเวลาพอดียินดีต้อนรับกลับสู่โลกความเป็นจริงนะ, คุณธันวา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับกระบอกปืนที่ถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่พวกเขา "และสวัสดีครับ... คุณวิศวกรคนเก่ง" ธันวาแม้จะบาดเจ็บและเลือดไหลอาบแขน แต่กลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก ชำเลืองมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาราวกับมองมดปลวก ก่อนจะกดปลายนิ้วลงบนนาฬิกาอัจฉริยะข้อมือขวาอย่างใจเย็น "ช้าไปสามวินาทีนะคะ... พ่อเลี้ยงสธน" ธันวายิ้มเยาะ "และเงินในบัญชีของคุณ... ตอนนี้ถูกอายัดเรียบร้อยแล้วค่ะ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและเกมหักเหลี่ยมนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ --- *ต้นไม้ริมระเบียง*
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%