มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง•ตอนที่ 2

รอยร้าวในโครงสร้าง

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารปกหนังสีเข้มกระทบลงบนพื้นโต๊ะทำงานกระจกใสในห้องประชุมใหญ่ เกิดเป็นเสียงทึบที่สะท้อนก้องกังวาน บ่งบอกถึงความอัดอั้นตันใจที่ถูกเก็บกดไว้จนถึงขีดจำกัด ลินินยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะตัวนั้น ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเงินเกลี้ยงเกลาจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ดวงตากลมโตคู่คมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปรดักส์ของชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว "คุณหมายความว่าอย่างไรคะ คุณธันวา?" น้ำเสียงของลินินสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านจนยากจะควบคุม "โปรเจกต์เสริมความแข็งแรงโครงสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสายหลักของเมืองนี้ ฉันเป็นหัวหน้าทีมวิศวกรผู้รับผิดชอบมาตลอดสามปีเต็ม และข้อมูลการทดสอบวัสดุทั้งหมดก็ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากลแล้ว ทำไมอยู่ๆ คุณถึงใช้สิทธิ์ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ สั่งระงับการเทคอนกรีตล็อตสุดท้ายโดยไม่ปรึกษาฉันเลยสักคำ?" ธันวาเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ตราคาแพง ดวงตาคมปลาบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงสะท้อนความว่างเปล่าไร้ก้นบึ้ง เขายังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาเพื่อทำลายล้างความรู้สึกของผู้อื่นโดยเฉพาะ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบatที่ดูเย้ยหยันมากกว่าจะเป็นมิตร "ปรึกษาคุณเหรอครับ... อ้อ ไม่สิ ฉันหมายถึง 'คุณลินิน'" ธันวาจงใจเว้นจังหวะเน้นเสียงเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงความกดดัน "ในฐานะนักธุรกิจ ฉันไม่ได้ใช้เวลาอันมีค่ามานั่งฟังข้อแก้ตัวจากวิศวกรที่มองโลกสวยจนเกินกว่าจะมองเห็นรอยร้าวระดับไมครอนที่ซ่อนอยู่ใต้คานเหล็กพวกนั้นหรอกนะคะ" คำพูดของเขาทำให้ลินินหายใจติดขัด เธอขยับตัวก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้น โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดันเขากลับด้วยสายตา "รอยร้าวอะไรคะ? ผลการตรวจสอบจากห้องแล็บอิสระสามแห่งยืนยันตรงกันว่าโครงสร้างเหล็กกล้าชุดนี้รองรับน้ำหนักได้เกินกว่ามาตรฐานความปลอดภัยถึงร้อยละสิบ คุณต่างหากที่มีเจตนาแอบแฝง... คุณจงใจดึงเวลา เพื่ออะไรกันคะ? เพื่อบีบให้บริษัทรับเหมาท้องถิ่นล้มละลาย แล้วโอนสัมปทานทั้งหมดไปให้บริษัทในเครือของคุณใช่ไหม?" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหู ธันวาค่อยๆ วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขาทำให้ลินินต้องเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย แต่เธอก็ยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมถอยร่นแม้แต่ก้าวเดียว ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางกลิ่นไม้กฤษณาและบุหรี่ราคาแพง ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจใบหน้าของเธอตั้งแต่แนวคิ้วเรียวสวย จมูกโด่งรั้น ไปจนถึงริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความเคียดแค้น สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความเสน่หาเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังพิจารณาจุดอ่อนบนร่างของเหยื่อ "คุณฉลาดมากนะคะ ลินิน... สมกับที่เป็นหัวหน้าทีมวิศวกรผู้ซื่อตรง" ธันวาเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำทุบที่ข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกับพวงแก้มไม่ได้ทำให้เธอใจเต้นตักตุนความหวาน หากแต่สร้างความสะท้านเยือกเย็นไปถึงกระดูกสันหลัง "แต่ความฉลาดอย่างไร้เดียงสาของคุณนี่แหละ ที่กำลังจะพาทุกคนดิ่งลงเหว คุณคิดว่าตัวเองปกป้องผู้คนนับแสนที่จะต้องใช้สะพานนั้นข้ามผ่านทุกวัน แต่คุณกลับมองไม่เห็นเลยว่า... คนที่คุณไว้ใจที่สุดในบริษัทกำลังขายแบบแปลนลับของคุณให้กับคู่แข่งไปตั้งแต่วันจันทร์แล้ว" ดวงตาของลินินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ชั่ววินาทีนั้นความมั่นใจทั้งหมดในโครงสร้างโปรเจกต์ที่เธอทุ่มเทชีวิตจิตใจสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอถอยหลัง1ก้าวโดยอัตโนมัติ ร่างกายชาวาบไปทั่วทั้งร่าง "คุณ... คุณโกหก ใครจะไปทำแบบนั้น?" เสียงของเธอลดระดับความแข็งกร้าวลงเหลือเพียงความลังเลที่พยายามปกปิด "โกหกเหรอคะ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น เขาหันไปหยิบรีโมทคอนโทรลบนโต๊ะแล้วกดปุ่มเปิดจอโปรเจกต์ขนาดใหญ่บนผนังห้องทันที ภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ถูกบันทึกวิดีโอวงจรปิดปรากฏขึ้น ชายหนุ่มร่างท้วมผู้เป็นรองหัวหน้าทีมวิศวกรของเธอกำลังยืนรับซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กจากมือของชายแปลกหน้าในลานจอดรถใต้ดินของตึกเมื่อคืนที่ผ่านมา ลินินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบเข้าที่กลางศีรษะ โลกทั้งใบหมุนคว้าง ข้อมูลลับที่เธอตรวจทานด้วยตัวเองทุกบรรทัด ถูกส่งต่อไปให้อีกฝ่ายอย่างง่ายดายโดยคนที่เธอไว้ใจที่สุดในฐานะลูกศิษย์และมือขวา "ทีนี้... คุณยังจะยืนกรานให้ฉันปล่อยผ่านโปรเจกต์นี้ไปตามกำหนดการเดิมอีกไหมคะ, วิศวกรคนเก่ง?" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจใดๆ สายตาของเขามองเธอนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินที่ไม่มีวันใจอ่อน ลินินเม้มปากแน่นจนเลือดซิบ ความอับ อายและความโกรธแค้นตีรวนขึ้นมาในอก เธอหันกลับมาจ้องหน้าเขาอีกครั้ง ดวงตาสั่นระริกแต่ยังคงมีความดื้อรั้นฉายชัด "ต่อให้มีคนทรยศในทีม นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโครงสร้างที่ฉันคำนวณมันผิดพลาด! และมันก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่คุณจะเข้ามาแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของคุณเอง ธันวา... คุณคิดจะทำอะไรกันแน่?" ธันวาไม่ตอบคำถาม เธอเห็นเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ลึกลงกว่าเดิม เขาก้มลงหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมากดหน้าจอสองสามครั้ง ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนข้อความจะดังขึ้นพร้อมกันจากโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทของลินิน เธอยกมือสั่นเทาขึ้นหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดดู ข้อความจากธนาคารแจ้งเตือนยอดเงินมหาศาลถูกโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ปรึกษาอิสระที่เธอเพิ่งจ้างมาตรวจสอบโครงสร้างเมื่อวานนี้ เป็นจำนวนเงินที่มากพอจะซื้อตึกทั้งตึกได้สบายๆ และชื่อผู้โอนทุนสนับสนุนนั้นระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นกองทุนส่วนบุคคลภายใต้ชื่อของธันวาเอง "ฉันซื้อเวลาให้คุณแล้วนะคะ ลินิน" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะเดินผ่านร่างของเธอไปยังประตูห้อง "หยุดดื้อรั้นแล้วใช้เงินจำนวนนั้นจ้างทีมตรวจสอบใหม่ซะ ก่อนที่สะพานที่คุณรักนักรักหนาจะพังลงมาทับชื่อเสียงของคุณจนไม่เหลือชิ้นดี... เพราะถ้าถึงวันนั้น คนที่จะบดขยี้คุณให้จมดิน ก็คือฉันคนนี้เองค่ะ" ประตูกระจกบานใหญ่ปิดลงพร้อมกับร่างสูงที่เดินลับสายตาไป ทิ้งให้ลินินยืนแข็งค้างอยู่กลางห้องประชุมที่เงียบสงบ เธอกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนหน้าจอแทบร้าว ขณะที่สมองกำลังประมวลผลความพ่ายแพ้และการถูกชักใยอย่างสมบูรณ์แบบนี้ ความรู้สึกเกลียดชังพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด แต่ในขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้จากด้านหลังประตูห้องประชุมอีกบาน กลับทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะ ร่างของชายชราผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในคณะกรรมการบริหาร ซึ่งควรจะอยู่ที่ต่างประเทศในเวลานี้ กำลังก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นและเอกสารคำสั่งปลดเธออกจากตำแหน่งหัวหน้าโปรเจกต์อย่างเป็นทางการ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยความตื่นเต้นนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%