มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง•ตอนที่ 1

หมากบนกระดานเงิน

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กกระทบพื้นโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น หานความเกรงใจไม่เหลือหลอ วิศวกรอาวุโสพ่วงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายโครงการของ ‘ลินิน’ กำลังยืนคำรามด้วยเส้นเลือดที่ปูดโปนขมับ ดวงตาคู่เล็กหรี่มองหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานอย่างดูแคลน ลินินในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มไม่ได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย เธอกำลังใช้ปลายดินสอหมุนเล่นช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศในห้องประชุมที่อัดแน่นด้วยความตึงเครียดระดับจุดเดือด "คุณลินิน! โปรเจกต์สะพานข้ามแม่น้ำภาคใต้ไม่ใช่ของเล่นนะคะ! ถ้าคุณยืนกรานจะเปลี่ยนวัสดุโครงสร้างเหล็กทั้งหมดตามหลักวิศวกรรมที่คุณคำนวณ งบประมาณจะบานปลายไปอีกสามร้อยล้าน! คณะกรรมการบริหารไม่มีทางอนุมัติความเพ้อเจ้อของคุณแน่!" เสียงตะคอกนั้นสะท้อนก้องไปทั่วห้องกระจกเก็บเสียง แต่ลินินเพียงแค่เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเยືือกเย็นและมั่นคง เธอไม่แม้แต่จะกระพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับความเกรี้ยวกราดของผู้ชายรุ่นพ่อที่กำลังดิ้นรนปกป้องผลประโยชน์ใต้โต๊ะของตัวเอง "ถ้าฉันไม่อนุมัติให้เปลี่ยน คุณคงได้เห็นข่าวหน้าหนึ่งเรื่องสะพานถล่มคร่าชีวิตคนเป็นร้อยภายในสามปีหลังสร้างเสร็จสินะคะ ท่านรองผู้จัดการ" ลินินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าคมกริบราวกับใบมีดอาบยาพิษที่กรีดลงบนเนื้อเยื่อที่เน่าเฟะ "เงินสามร้อยล้านที่คุณกังวล ว่าจะไม่ได้เข้ากระเป๋าใคร... มันเทียบไม่ได้เลยกับชีวิตมนุษย์ และศักดิ์ศรีในวิชาชีพของฉันค่ะ" "นัง...!" มือเหี่ยวย่นยกขึ้นชี้หน้าวิศวกรสาวด้วยความโกรธจัดที่ถูกจี้จุดดำ ใบหน้าของเขาแดงก่ำจนแทบระเบิด แต่ก่อนที่คำหยาบคายจะหลุดรอดจากริมฝีปาก เสียงเคาะประตูก็จังหวะสามครั้งดังขึ้นอย่างสุภาพ—ทว่าทรงอำนาจจนทุกคนในห้องต้องสะดุ้ง แกร็ก... บานประตูไม้เนื้อดีเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความเย็นชาและกดดันแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องประชุมลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ธันวา... มหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมชะตากรรมตลาดอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานครึ่งประเทศปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับความเงียบสงัดที่เข้าปกคลุมทันที ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจากปอดของทุกคน ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่ผู้จัดการฝ่ายโครงการที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ ยังหดตัวลีบลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลักของชายผู้ทรงอิทธิพล ธันวาไม่ชายตาแลผู้ชายคนนั้นแม้แต่น้อย ขายาวก้าวตรงไปยังโต๊ะทำงานของลินิน ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกวาดมองเอกสารแบบแปลนวิศวกรรมที่กระจัดกระจายอยู่ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของหญิงสาว ลินินขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่เคยพบเขามาก่อนในฐานะส่วนตัว แต่ข่าวคราวความไร้ปรานีของธันวาในการฮุบกิจการคู่แข่งระดับชาติด้วยเงินสดก้อนโต เป็นสิ่งที่วิศวกรสาวอย่างเธอเคยผ่านตามาบ้าง "คุณเป็นใคร? ห้องประชุมนี้เป็นพื้นที่ปิดของบริษัท..." ลินินเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามรักษาอาการสงบนิ่งท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลที่ชายหนุ่มแผ่ออกมา ธันวากระตุกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ "ผมชื่อธันวา" น้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟังเอ่ยขึ้นเรียบๆ ก่อนที่เขาจะวางเอกสารฉบับหนึ่งลงตรงหน้าลินิน "และผมมาที่นี่เพื่อซื้อบริษัทนี้... รวมทั้งตัวโปรเจกต์สะพานที่คุณกำลังเอาชีวิตเข้าแลกด้วย" ความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้นในใจของคนฟัง แต่ลินินยังคงนิ่ง เธอปรายตามองเอกสารบนโต๊ะ มันคือสัญญาควบรวมกิจการมูลค่าหลายพันล้านที่เสนอซื้อหุ้นทั้งหมดในราคาสูงกว่ามูลค่าตลาดถึงสามเท่าตัว เป็นข้อเสนอชนิดที่ผู้บริหารคนไหนก็ต้องรีบเซ็นโดยไม่ต้องคิด "เหตุผลล่ะคะ? นักธุรกิจระดับคุณไม่เอาเงินหลายพันล้านมาละลายเล่นกับบริษัทที่กำลังจะเจอปัญหาโครงสร้างหรอกค่ะ" ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่หลบเลี่ยงความคมคายในแววตานั้น ธันวาก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าของเขายื่นเข้าไปใกล้เธอจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจน์ราคาแพงผสมผสานกับความอันตราย ดวงตาคมกริบมองทะลุผ่านแว่นตาไร้กรอบของเธอ ราวกับกำลังอ่านทะลุไปถึงจิตวิญญาณ "เพราะผมชอบมองคนยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบที่ได้ยินกันเพียงสองคน "ก่อนที่ผมจะเหยียบย่ำมันให้แหลกคามือ" ลินินชะงักไปชั่ววินาที หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณเตือนภัยกำลังกรีดร้องว่าผู้ชายคนนี้อันตรายเกินกว่าจะต่อกรด้วย แต่เธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมสยบให้ใครง่ายๆ เธอยกยิ้มมุมปากกลับคืนบ้าง เป็นรอยยิ้มที่เย่อหยิ่งและท้าทายไม่แพ้กัน "ถ้าอย่างนั้นคุณคงต้องผิดหวังนะคะ เพราะฉันไม่เคยขายความถูกต้องให้ใคร... แม้แต่คนที่มีเงินซื้อครึ่งประเทศอย่างคุณก็ตาม" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เย็นเยียบและน่าขนลุกยิ่งกว่าความเงียบ "งั้นเหรอ?" เขาพูดพลางควักกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพง หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิททำจากโลหะไทเทเนียมฝังเพชรเม็ดเล็กๆ ประดับโลโก้ธนาคารเอกชนระดับโลกที่จำกัดสิทธิ์ไว้สำหรับมหาเศรษฐีไม่ถึงสิบคนบนโลกใบนี้ออกมา ชายหนุ่มโยนบัตรนั้นลงบนแบบแปลนสะพานของลินิน เสียงโลหะกระทบกระดาษดังชัดเจนในความเงียบ "ผมให้เวลาคุณคิดสามวินาที..." ธันวาจ้องลินินด้วยสายตานิ่งสนิท "ว่าจะเซ็นสัญญาเป็นทาสรับใช้บนกองเงินกองทองของผม หรือจะให้ผมสั่งปิดบริษัทนี้ตั้งแต่วินาทีนี้ แล้วปล่อยให้คนพวกนี้ไล่คุณออกอย่างหมาข้างถนน" ลินินกำดินสอในมือแน่นจนข้อ้วนิ้วขาวซีด ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจเมื่อถูกบีบบังคับด้วยอำนาจเงินตราแบบไร้ทางสู้ แต่ทว่า ก่อนที่เธอจะทันได้ตอบโต้อะไร ประตูห้องประชุมก็ถูกผลเปิดออกอีกครั้งด้วยเสียงดังปัง! เลขานุการส่วนตัวของเธอกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือก ถือแท็บเล็ตสั่นเทาในมือ "คุณลินินคะ!แย่แล้วค่ะ!... บัญชีธนาคารหลักของบริษัทถูกอายัดทั้งหมดแล้ว! และ... และตอนนี้มีประกาศจากตลาดหลักทรัพย์ว่าหุ้นของเรากำลังถูกเทขายอย่างหนักโดยนักลงทุนปริศนา!" ลินินหันขวับกลับไปมองธันวาที่ยังคงยืนยิ้มเยาะด้วยความเหนือกว่าอย่างสมบูรณ์แบบ ธันวาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบราวน้ำแข็ง แต่กลับสั่นประสาทคนฟังให้ดิ่งลงเหว "ยินดีต้อนรับสู่เกมของผมครับ... คุณวิศวกรคนเก่ง" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยความตื่นเต้นนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%