เสียงก้องกังวานของโลหะหนักที่ขบเข้าหากันภายในกลไกตู้เซฟขนาดมหึมา หลังภาพวาดสีน้ำมันยุคเรเนสซองส์ในห้องทำงานส่วนตัวของธันวา ดังก้องกังวานบาดลึกในความเงียบสงัดยามวิกาล ลินินไม่ได้ตั้งใจจะล่วงล้ำอาณาเขตหวงห้ามนี้ตั้งแต่แรก หากแต่รอยแยกของแฟ้มหนังสีดำที่แลบออกมาจากลิ้นชักชั้นล่างสุดของโต๊ะทำงานต่างหาก ที่ทำหน้าที่ราวกับกรงเล็บแห่งความอยากรู้อยากเห็น ดึงดูดสายตาของวิศวกรสาวผู้เชื่อมั่นในตรรกะและความเป็นเหตุเป็นผล ให้ก้าวเข้ามาสู่หลุมพรางที่มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไร้หัวใจจงใจขุดรอไว้
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าสำลีบางเฉียบสั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ว่า ทุกย่างก้าวที่เธอเดินบนพรมเปอร์เซียผืนหนานี้ คือการเหยียบย่างอยู่บนคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนคอหอยของเธอได้ทุกเมื่อ รหัสผ่านหหลักสิบหลักถูกป้อนลงไปด้วยความแม่นยำที่ได้จากการวิเคราะห์พฤติกรรมและความหลงใหลในตัวเลขวันสูญเสียครอบครัวของธันวา และเมื่อกลอนตัวสุดท้ายดีดตัวออก ความจริงที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเงินตราและอำนาจมืดก็ปรากฏแก่สายตา
กระดาษปึกหนาในแฟ้มหนังสีดำไม่ได้มีกลิ่นอายของความโรแมนติกใดๆ แต่มันอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความพินาศสันตะโร ลินินกวาดสายตาอ่านบรรทัดแรกผ่านแสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่หรี่แสงจนเกือบมืดสนิท ตัวอักษรสีดำบนกระดาษหัวตราประทับลับเฉพาะของกระทรวงอุตสาหกรรมและบริษัทในเครือธน Thep Group กำลังกรีดแทะหัวใจของเธอทีละน้อย เอกสารอนุมัติโครงการถมทะเลและเวนคืนที่ดินริมอ่าวเมื่อห้าปีก่อน—โครงการเดียวกับที่พรากชีวิตบิดาผู้เป็นวิศวกรอาวุโสของเธอไปอย่างมีเงื่อนงำ
"คุณกำลังสนุกกับการคุ้ยเขี่ยซากศพของอดีตหรือครับ... ลินิน"
เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และปราศจากคลื่นอารมณ์ใดๆ ดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมห้อง ทะลุกำแพงความเงียบเข้ามากระทบโสตประสาทอย่างกะทันหัน ลินินสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระโจนขึ้นมาจุกที่ลำคอ เอกสารในมือเกือบร่วงหล่นลงพื้นหากเธอไม่รีบใช้มืออีกข้างตะปบมันไว้แน่น เธอหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวออกมาจากเงาของม่านกำมะหยี่สีเลือดหมู ธันวายืนกอดอก รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก แววตาคู่นั้นว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง
"คุณ... ธันวา" ลินินพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ไหล่บางยืดตรงเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของวิศวกรผู้ไม่เคยยอมจำนนต่ออำนาจเงิน "คุณรู้อยู่แล้วว่าฉันจะหาเอกสารนี้เจอ คุณจงใจเปิดช่องว่างให้ฉันเข้ามา"
ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้าๆ ทว่าทรงพลังกดดันจนพื้นที่รอบตัวคล้ายจะแคบลงเรื่อยๆ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศลอยมาปะทะจมูก
"คุณฉลาดเกินไป ลินิน... และความฉลาดนี่แหละที่จะฆ่าคุณ" ธันวาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบ ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารในมือเธอสลับกับใบหน้าที่ซีดเผือดแต่ยังคงดื้อรั้น "คุณคิดว่าเอกสารแผ่นนั้นจะทำให้คุณพิสูจน์ได้สินะว่าผมคือฆาตกรที่สั่งฆ่าพ่อของคุณทางอ้อมด้วยการบีบให้เซ็นรับรองแบบแปลนโครงสร้างที่ชำรุด?"
"มันไม่ใช่แค่เรื่องบีบบังคับ!" ลินินสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสั่นระริกด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นจนแผดเผา "คุณจงใจตัดงบประมาณวัสดุเพื่อบีบให้โครงการล่มสลาย แล้วโยนความผิดให้วิศวกรตาดำๆ อย่างพ่อของฉันต้องรับกรรมรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ทั้งที่คุณรู้ว่ามันจะถล่มลงมา!"
"แล้วไงล่ะ?" ธันวาเอ่ยสวนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ความรู้สึกผิดบาปใดๆ สิ้นเชิง เขายื่นมือหนาออกไปแตะปลายคางคางมนของเธออย่างถือวิสาสะ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา "ต่อให้คุณมีหลักฐานชิ้นนี้อยู่ในมือ คุณคิดว่าศาลไหนในประเทศนี้จะกล้าเอาผิดมหาเศรษฐีผู้ถือหุ้นใหญ่ครึ่งประเทศอย่างผม? เงินซื้อได้ทุกอย่าง ลินิน... แมกระทั่งความยุติธรรมที่คุณกำลังศรัทธา"
นิ้วเรียวของธันวาไล้ขึ้นมาถึงริมฝีปากที่เม้มแน่นของเธอ แรงบีบที่ปลายคางเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงออกถึงการควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ ลินินเจ็บแปลบแต่ไม่ยอมปริปากร้องขอความปราณี เธอใช้มือข้างที่ว่างเงื้อมขึ้นเตรียมจะตบหน้าคนไร้หัวใจตรงหน้า แต่ข้อมือของเธอกลับถูกคว้าเอาไว้ด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ธันวารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้หลังไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาประชิดจนแผ่นอกแนบชิดกัน
"อย่าริอาจใช้มือสกปรกที่จับเศษเหล็กมาแตะต้องตัวผม" ธันวากระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะแก้มเนียน "แต่ถ้าคุณอยากเล่นเกมนี้ต่อ... ผมก็มีข้อเสนอที่จะทำให้คุณสนุกยิ่งกว่าการอ่านกระดาษแผ่นเดียวนี้"
ธันวาปรายตามองไปยังโต๊ะทำงานที่เอกสารกระจัดกระจาย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมากดสปีกเกอร์โฟน เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ปลายสายก็รับทันทีด้วยน้ำเสียงร้อนรนของเลขาธิการส่วนตัว
"ท่านประธานครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... หุ้นของกลุ่มบริษัทคู่แข่งหลักของเราเพิ่งถูกกว้านซื้อจนหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสิบวินาทีโดยกองทุนปริศนา และตอนนี้ระบบโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดในเครือของเรากำลังถูกแฮกข้อมูลครั้งใหญ่จากบุคคลปริศนาที่มีรหัสผ่านระดับสูงที่สุดครับ!"
ธันวาชะงัก รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองลินินที่เวลานี้ริมฝีปากบางกลับคลี่ออกเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ ยิ้มเดียวกับที่เขามักจะใช้เวลาเหยียบย่ำคนอื่น
ลินินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—ไร้ซึ่งความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยความสะใจอันล้ำลึก
"คุณบอกว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างสินะคะ... ธันวา?" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบที่แผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ "แต่คุณลืมไปหรือเปล่าคะว่า วิศวกรผู้ทำลายล้างคนนี้... ไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอความยุติธรรมจากคุณ แต่เธอมาเพื่อ... ถอนรากถอนโคนอาณาจักรที่คุณสร้างขึ้นด้วยเลือดเนื้อของพ่อฉันต่างหากล่ะคะ"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพงของธันดาก็แผดเสียงร้องระรัวไม่หยุดหย่อน หน้าจอแสดงยอดเงินในบัญชีหลักที่กำลังถูกโอนถ่ายออกไปทีละสิบล้านร้อยล้านอย่างไร้การควบคุม และก่อนที่ธันวาจะได้ทันตั้งตัว ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝันในชุดสูทสีดำสนิท พร้อมแฟ้มเอกสารหมายจับศาลสูงสุดที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาโดยไม่เปิดโอกาสให้ขัดขืน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับเกมแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง•ตอนที่ 10
ความจริงที่เริ่มปริ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!