กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า•ตอนที่ 8

คมดาบในเงามืด

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"จอกสุราในมือท่าน... เคลือบด้วยพิษสลายวิญญาณเจ็ดราตรี" น้ำเสียงของหลี่มู่เหวินราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนก ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงของหอคอยเมฆาทะยาน ที่เพิ่งคละคลุ้งไปด้วยเสียงหัวเราะและควันสุรา กลับเยือกเย็นลงฉับพลันราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างแข็งพันปี ประมุขพรรคห้าธาตุชะงักค้าง รอยยิ้มบนใบหน้าที่ปั้นแต่งขึ้นด้วยความเสแสร้งแข็งค้างในอากาศ ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในพริบตา ในเมื่อความลับถูกเปิดโปง การเสแสร้งก็ไร้ความหมาย "ฮ่าๆๆ... สมคำร่ำลือว่าเจ้าคือกระบี่เดียวดายผู้ไร้พ่าย หลี่มู่เหวิน! ตาแหลมคมนัก แต่เสียดาย... รู้ตัวตอนนี้ ก็สายไปเสียแล้ว!" สิ้นเสียงคำราม ร่างนับสิบที่แต่งกายด้วยชุดดำสนิทราวกับกลืนหายไปกับรัตติกาล ก็พุ่งทะยานออกมาจากเงามืดของคานหลังคาและม่านไหมโปร่งแสง รังสีอำมหิตพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า กลิ่นอายความตายแผ่ขยายปกคลุมทั่วบริเวณจนแขกเหรื่อในงานต่างพากันกรีดร้องและวิ่งหนีตายกันอลหม่าน นี่ไม่ใช่การล้างแค้นธรรมดา... แต่นี่คือ "การลอบสังหาร" ที่วางแผนมาอย่างแยบยลโดยนิกายลับผู้ทรงอิทธิพลในยุทธภพ! หลี่มู่เหวินไม่แม้แต่จะชายตามองเหล่ามือสังหารที่พุ่งเข้ามาเป็นฝูงชนตั๊กแตน เขายังคงประคองจอกสุราในมือด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าพลังปราณกระบี่ภายในร่างกลับหมุนวนอย่างรุนแรงจนเสื้อคลุมสีครามสะบัดพลิ้วไหวตามแรงกดดัน "รนหาที่ตาย" คำพูดสามคำหลุดออกมาจากริมฝีปากของจอมยุทธ์หนุ่มผู้ทะนงตน แววตาคมกริบดั่งคมกระบี่สะท้อนเงาของความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เคร้ง! เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังประสานกันดั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้าย แสงสีนิลวาวโรจน์สว่างวาบตัดกับความมืดมิดของราตรี พลังปราณกระบี่ที่หลอมรวมจากความแค้นและความมุ่งมั่นแผ่พุ่งออกไปรอบทิศทาง รัศมีกระบี่รุนแรงจนโต๊ะไม้หรูหราและเสาหลักของหอคอยแตกละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตาเดียว มือสังหารแถวหน้าสุดที่ถือกระบี่อาบยาพิษพุ่งเข้ามาหมายจะปลิดชีพ แต่กลับต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่าพวกมันไม่สามารถฝ่ากำแพงปราณกระบี่ที่มองไม่เห็นเข้ามาได้เลย "วิชากระบี่... ไร้เงา!" ฉับพลัน ร่างของหลี่มู่เหวินก็เลือนหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ ราวกับเขาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดมิด มีเพียงประกายแสงสีนิลที่วาดผ่านอากาศเป็นเส้นตรงราวกับสายฟ้าฟาดในคืนพายุฝน ฉับ! ฉับ! ฉับ! เสียงเนื้อและกระดูกถูกตัดขาดดังติดต่อกันชุลมุน โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมผนังห้องสีทองให้อาบไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือด มือสังหารระดับยอดฝีมือสามคนร่วงหล่นลงสู่พื้นอย่างไร้ลมหายใจในเวลาไม่ถึงลมหายใจเดียว ร่างของพวกมันขาดเป็นสองท่อนโดยที่ยังไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากระบี่ถูกแทงเข้ามาจากมุมไหน ความโหดเหี้ยมและเด็ดขาดนี้ ทำให้เหล่ามือสังหารที่เหลือถึงกับชะงักฝีเท้าโดยอัตโนมัติ ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจจนมือไม้สั่นเทา ในขณะเดียวกัน ที่ด้านข้างของหลี่มู่เหวิน เซียนหิมะจิวหลิงยังคงยืนสง่างามราวกับเทพธิดาผู้สูงส่ง นางไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย มีเพียงไอความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะพราวบนเส้นผมและอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาคู่งามของนางมองเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความเย็นชาไร้ความรู้สึก ทว่าเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาดำลึกลับที่กำลังลอบเร้นอยู่ด้านหลังของหลี่มู่เหวินเพื่อลอบโจมตีทีเผลอ รัศมีสังหารอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมาจากร่างของนางทันที "รนหาที่ตายนัก!" จิวหลิงสะบัดแขนเสื้อเบาๆ เกล็ดน้ำแข็งนับพันชิ้นก็พุ่งออกไปราวกับห่าฝนสีขาวโพลน พลังปราณเซียนสายหนึ่งทะลวงผ่านอากาศจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว มือสังหารที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังสะดุ้งสุดตัว รีบยกกระบี่ขึ้นปัดป้อง แต่ทว่า... พลังความเย็นนี้กลับแทรกซึมผ่านคมกระบี่เข้าสู่กระดูกในชั่วพริบตา อ๊ากกก! เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นเพียงชั่วพริบตาก่อนที่ร่างนั้นจะถูกแช่แข็งจนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งสีขาวโพลน และแตกสลายกลายเป็นผงธุลีในเวลาต่อมา เคมีและความเข้ากันระหว่างจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิชากระบี่และนางเซียนผู้เย็นชานี้ ช่างไร้ซึ่งช่องโหว่และทรงพลังยิ่งนัก ราวกับพยัคฆ์ติดปีก มังกรท่องนที ทว่า... ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตกอยู่ในมือของทั้งสอง หลี่มู่เหวินกลับขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ความผิดปกตินี้ไม่ใช่เรื่องของฝีมือมือสังหาร... แต่เป็น "ค่ายกล" ติณ! เสียงกระดิ่งทองเหลืองดังขึ้นแว่วมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง ทันใดนั้น พื้นหอคอยเมฆาทั้งหมดก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง อักขระโบราณสีเลือดปรากฏขึ้นเรื่อยๆ ตามพื้นและผนัง หลอมรวมกันเป็นกรงขังพลังปราณขนาดใหญ่ที่กดทับลงมาจากฟากฟ้า แรงกดดันระดับมหาศาลนี้ทำให้ลมหายใจของหลี่มู่เหวินสะดุดลงชั่วขณะ พลังปราณในตันtian (จุดตันเถียน) ปั่นป่วนจนเกือบควบคุมไม่ได้ "มู่เหวิน ระวัง!" เสียงหวานใสของจิวหลิงตึงเครียดขึ้นเป็นครั้งแรก นางขยับตัวเข้ามาประชิดเคียงข้าง พร้อมกับถ่าย ทอดพลังปราณเซียนบริสุทธิ์เพื่อช่วยต้านทานแรงกดดันจากค่ายกลปริศนา ทว่าในวินาทีนั้นเอง ที่เงาร่างอันเลือนรางของบุคคลปริศนาผู้สวมหน้ากากอนธการ ก็ก้าวออกมาจากม่านหมอกควันไฟ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก "หลี่มู่เหวิน... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า การมาเยือนหอคอยเมฆาในวันนี้ เป็นเพียงแค่การลอบสังหารธรรมดา?" เสียงแหบพร่าดังก้องกังวานราวกับมาจากขุมนรก "นี่คือหลุมศพที่นิกายโลหิตาคมเตรียมไว้ต้อนรับกระบี่เดียวดายของเจ้าโดยเฉพาะ!" สิ้นคำพูดนั้น ประตูหินหนาทึบปิดตายลงเบื้องหลัง แสงไฟทั้งหมดดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัว และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วทุกทิศทาง... ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพอันมืดมนนี้ไป1ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%