กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า•ตอนที่ 9

ความเย็นชาที่ละลาย

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"ข้าบอกให้เจ้าหนีไป... เหตุใดถึงได้ดื้อรั้นนัก!" เสียงของหลี่มู่เหวินแผดก้องท่ามกลางความมืดมิดที่กดทับ ราวกับขุนเขาทั้งลูกกำลังถล่มลงมาทับถมจิตวิญญาณ เขาไม่คิดว่ากลไกค่ายกลโบราณในสุสานหุบเขาหมื่นพิษจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ ทันทีที่ประตูหินปิดลง พลังปราณสังหารนับพันสายก็พุ่งพล่านราวกับอสรพิษที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีล "หากข้าทิ้งเจ้าไป... แล้ววิถีกระบี่ที่เจ้าตั้งมั่นไว้จะมีความหมายอันใดเล่า" น้ำเสียงของจิวหลิงยังคงราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยท่ามกลางเสียงระเบิดของผนังหินที่กำลังถูกพลังปราณกดทับจนแตกร้าว นางเซียนผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีผู้นี้ กลับเป็นคนเดียวที่เอาตัวเข้าขวางวิถีของอักขระมรณะที่พุ่งเข้าใส่หลี่มู่เหวินจากเงามืด กระบี่คู่นางเซียนร่ายรำเป็นวงแหวนหิมะต้านทานแรงกระแทกมหาศาล เลือดสีชาดหยดลงบนพื้นศิลาเย็นเยียบ กลิ่นคาวเลือดผสมผสานกับกลิ่นอายความตายในสุสานจนน่าสะอิดสะเอียน "เจ้าโง่... จิวหลิง! เจ้าเป็นถึงเซียนหิมะผู้สูงส่ง เหตุใดต้องเอาชีวิตมาทิ้งเพราะบุรุษไร้ค่าเช่นข้า!" หลี่มู่เหวินตะโกนก้อง มือหนาสั่นเทาเมื่อคว้าร่างที่อ่อนแรงของนางไว้ได้ในจังหวะที่นางทรุดฮวยลง ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันหัวใจของจิวหลิง ดูเหมือนจะแตกสลายลงในนาทีนั้น นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่นางเฝ้ามองจากห่างๆ มาโดยตลอด ดวงตาคู่งามที่เคยดุดันและเยือกเย็น บัดนี้กลับฉายแววอ่อนแสงและเปี่ยมไปด้วยความโหยหา นางยกมือที่อาบไปด้วยโลหิตขึ้นแตะที่ใบหน้าของเขา นิ้วเรียวยาวสั่นเทาขณะเกลี่ยหยาดเหงื่อและฝุ่นผงบนกรอบหน้าของหลี่มู่เหวิน "เพราะข้าเหนื่อยเหลือเกินมู่เหวิน..." นางเอ่ยเสียงแผ่ว เบาหวิวราวกับจะปลิวไปตามกระแสพลังที่ปั่นป่วน "เหนื่อยที่ต้องแบกรับฉายานามอันเย็นชา เพื่อปิดบังความอ่อนแอในใจ... แต่วันนี้ เมื่อเห็นเจ้าตกอยู่ในอันตราย ข้ากลับพบว่า... หัวใจที่ข้าเคยคิดว่าด้านชา กลับเต้นรัวยิ่งกว่าตอนที่ข้าเพิ่งฝึกวิชาเซียนเสียอีก" หลี่มู่เหวินรู้สึกเหมือนกระแสปราณในร่างของเขาถูกกระชากด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยพบพานมาก่อน ความทะนงตนในวิถีกระบี่ที่เขาเคยยึดมั่นกลับสั่นคลอน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความรักที่ถักทอขึ้นในห้วงวิกฤต เขาถ่ายทอดพลังปราณฟ้าดินลงสู่ร่างของนางอย่างบ้าคลั่ง หวังจะรั้งลมหายใจสุดท้ายเอาไว้ แต่จิวหลิงกลับใช้ปลายนิ้วกดริมฝีปากเขาไว้ "อย่าฝืน... พลังของเจ้ามีไว้เพื่อยอดกระบี่ ไม่ใช่เพื่อคนใกล้ตายเช่นข้า" "ข้าไม่ยอม! ในเมื่อฟ้าดินลิขิตให้เจ้ามาอยู่เคียงข้างข้า แล้วจะมีเหตุผลอันใดให้ข้าต้องสูญเสียเจ้าไป!" หลี่มู่เหวินคำราม กระบี่เดียวดายในฝักสั่นสะท้าน เสียงโลหะกระทบกันดังโหยหวนราวกับกระบี่จะรับรู้ถึงจิตสังหารที่แปรเปลี่ยนเป็นความแค้นต่อโชคชะตา เขากระชากกระบี่ออกจากฝัก แสงสีครามสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เป็นแสงที่ทรงพลังและเยือกเย็นดั่งสายน้ำ ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเด็ดขาดของพายุคลั่ง นี่คือครั้งแรกที่หลี่มู่เหวินยอมปลดปล่อยพลังถึงขีดสุด ไม่ใช่เพื่อชัยชนะ แต่เพื่อปกป้องชีวิตที่เขารักยิ่งกว่าชีวิตตน "หากข้าจะพ่ายแพ้ต่อลิขิตฟ้า... ข้าก็จะขอเป็นคนตัดลิขิตนั้นด้วยกระบี่เล่มนี้!" ในจังหวะที่กระบี่ถูกชักออกมาจนสุด เสียงคำรามของค่ายกลสุสานก็หยุดลงกะทันหัน ความเงียบเข้าปกคลุมแทนที่ แต่ทว่าความเงียบนั้นกลับไม่ใช่ความสงบ ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหลังกำแพงหินที่พังทลายลง ชายชราในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าซีกหนึ่งถูกปกปิดด้วยหน้ากากเหล็ก เขาปรบมือช้าๆ แววตาที่จ้องมองมายังหลี่มู่เหวินและจิวหลิงเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "ช่างเป็นความรักที่งดงามนัก... แต่ก็น่าเวทนาอย่างยิ่ง เจ้าคิดว่ากระบี่เล่มนั้นจะช่วยนางได้จริงหรือ หลี่มู่เหวิน?" เสียงของชายชราก้องกังวานราวกับเสียงจากนรก หลี่มู่เหวินสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แกร่งกล้ากว่าค่ายกลเมื่อครู่นับสิบเท่า ชายชราผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา และที่สำคัญที่สุด... ที่ปลายดาบของชายชราผู้นั้น มีป้ายห้อยคอประจำตัวอาจารย์ของเขาที่หายสาบสูญไปนานหลายปีแขวนอยู่! หลี่มู่เหวินชะงัก ร่างกายแข็งทื่อ ความโกรธแค้นปะทะกับความสับสนจนแทบกระอักเลือด นี่คือความลับที่ถูกฝังไว้ใต้ดินมานาน หรือนี่คือกับดักที่เขากำลังก้าวเข้าสู่หุบเหวแห่งความตายโดยไม่รู้ตัวกันแน่? ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับข้า "มังกรครามท่องภพ" นะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%