กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า•ตอนที่ 10

วิถีกระบี่ที่แท้จริง

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
ความเจ็บปวดจากการค้นพบความจริงเบื้องหลังการตายของอาจารย์ยังคงกรีดแทงหัวใจของหลี่มู่เหวินดั่งคมมีดนับพันเล่ม ร่างกายที่เคยแข็งทื่อค่อยๆ ฟื้นคืนความรู้สึก ทว่าจิตใจกลับดำดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งความสับสน ความโกรธแค้น และคำถามมากมายที่ไร้ซึ่งคำตอบ เงื่อนงำที่ถูกฝังไว้ใต้ดินกำลังร้องเรียกให้เขาต้องเลือก ระหว่างก้าวเดินต่อไปตามเส้นทางแห่งการแก้แค้นที่อาจนำพาไปสู่ความตาย หรือหยุดพักแล้วยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ฟ้าดินขีดไว้ "มู่เหวิน... หากเจ้ายังปล่อยให้จิตใจถูกครอบงำด้วยความแค้น แม้จะมีกระบี่วิเศษอยู่ในมือ เจ้าก็เป็นได้เพียงแค่ทาสของมัน" สุ้มเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดู แต่กลับแฝงไว้ด้วยความห่วงใยอันล้ำลึกดังขึ้นจากเบื้องหลัง หลี่มู่เหวินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวเหยียด เขาหันกลับไปมองสตรีผู้ยืนสง่างามอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ นางคือ "จิวหลิง" เซียนหิมะผู้สูงส่งและเย็นชาต่อโลกหล้า ทว่าในยามนี้ แววตาคู่คมกริบของนางกลับสะท้อนภาพเงาของเขาเพียงผู้เดียว หลี่มู่เหวินไม่เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่กำด้ามกระบี่ในมือแน่นขึ้นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ความทะนงตนในวิถีกระบี่ไม่อนุญาตให้เขาล้มลงต่อหน้าผู้ใด แม้กระทั่งนางเซียนผู้ครองใจเขา "ข้าไม่ได้อ่อนแอถึงเพียงนั้นหรอกจิวหลิง" หลี่มู่เหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีทอดมองไปยังคัมภีร์เก่าแก่ที่วางอยู่บนแท่นหินเบื้องหน้า "คำภีร์วิถีกระบี่ไร้เงาที่อาจารย์ทิ้งไว้... บัดนี้ถึงเวลาที่ข้าต้องทำความเข้าใจมันอย่างแท้จริงแล้ว" แท่นหินเบื้องหน้าตั้งอยู่ลึกลงไปในถ้ำลับแห่งหุบเขาหมินซาน สถานที่ซึ่งปราณฟ้าดินหนาแน่นจนเกือบกลายเป็นหมอกสีขาวข้น คัมภีร์หนังมนุษย์แผ่นนั้นแผ่รังสีพลังงานโบราณออกมาเป็นระลอก คลื่นพลังปราณกดทับกดดันบรรยากาศรอบด้านจนสั่นสะเทือน หากไม่ใช่เพราะผู้ฝึกตนที่มีจิตใจมั่นคงและมีวิชาฝีมือระดับสูง เกรงว่าเพียงแค่เข้าใกล้รัศมีสามเชียะ ร่างกายก็คงแหลกสลายกลายเป็นผุยผงไปแล้ว หลี่มู่เหวินก้าวเข้าไปใกล้อย่างมั่นคง ทุกลำดับย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาไม่ได้ใช้ลมปราณต้านทานแรงกดดัน ทว่าเขากลับ "กลืนกลาย" เข้ากับสภาพแวดล้อมรอบตัว ปล่อยให้พลังปราณรอบด้านไหลผ่านเส้น จิวหลิงยืนมองการกระทำของชายหนุ่มเงียบๆ นางไม่ได้ห้ามปราม แต่มือเรียวบางที่ไขว้หลังอยู่กลับกำเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ความเป็นห่วงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าอันเย็นชาและไร้อารมณ์คือนิสัยประจำตัวของนาง ทว่าในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับหลี่มู่เหวิน หัวใจที่ด้านชามานับร้อยปีของนางกลับสั่นไหวทุกครา "เจ้ามนุษย์โง่... หากเจ้าตายในคัมภีร์เล่มนี้ ข้าจะเผายุทธภพนี้ให้เป็นจุลเพื่อสังเวยให้เจ้า" จิวหลิงพึมพำกับตนเองแผ่วเบา สายตาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเขาไม่กระพริบ หลี่มู่เหวินนั่งลงขัดสมาธิเบื้องหน้าแท่นหิน หลับตาลงช้าๆ ตัดขาดจากโลกภายนอก ลมหายใจเข้าออกสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกับจังหวะการเต้นของหัวใจ ในห้วงมโนสำนึก อักษรโบราณบนคัมภีร์เริ่มลอยเด่นขึ้นมาทีละตัว ทุกตัวอักษรไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ แต่เป็นกระบวนท่ากระบี่ที่ซ่อนเร้นด้วยสัจธรรมแห่งฟ้าดิน *วิถีกระบี่... หาใช่การใช้คมเหล็กสังหารผู้คน* *วิถีกระบี่... คือการตระหนักรู้ถึงการมีอยู่และการดับสูญ* เสียงก้องกังวานดังก้องอยู่ในจิตวิญญาณของเขา ประโยคนี้คือหัวใจสำคัญของเคล็ดวิชาลับที่อาจารย์ผู้ล่วงลับทิ้งไว้ให้ ทันใดนั้น ความทรงจำในอดีต ภาพวาระสุดท้ายของอาจารย์ ภาพความอยุติธรรมที่ตระกูลหลี่ต้องเผชิญ ก็ถาโถมเข้ามาในห้วงความคิดอีกครั้ง ปราณในร่างกายปั่นป่วน เส้นโลหิตปูดโปนขึ้นตามขมับและลำคอ ใบหน้าของหลี่มู่เหวินบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด กระแสลมปราณย้อนกลับทำร้ายอวัยวะภายในจนเขาต้องกระรอกเลือดคำโตออกมา "แค่ก!" เลือดสีแดงเข้มหยดลงบนแท่นหิน เกิดเป็นเสียงสะท้อนก้องกังวานดั่งเสียงระฆังโบราณ จิวหลิงเห็นดังนั้น ร่างกายพลันขยับวับหาย พริบตานั้นนางก็มาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าของหลี่มู่เหวิน มือเรียวบางเตรียมรวบรวมพลังปราณเพื่อถ่ายทอดช่วยเหลือกดจุดชีพจรระงับอาการธาตุไฟเข้าแทรกให้กับเขา ทว่าในวินาทีนั้นเอง หลี่มู่เหวินกลับลืมตาขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ทว่ากลับประกายแสงคมกริบดั่งดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน "อย่าเข้ามา... จิวหลิง" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่มั่นคงอย่างยิ่งยวด มือข้างหนึ่งยกขึ้นห้ามปรามนางไว้ ขณะที่มืออีกข้างคว้าด้ามกระบี่พกพาข้างกาย "เจ้ากำลังจะเอาชีวิตตัวเองไปทิ้ง!" จิวหลิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หลุดพ้นจากความเย็นชาเป็นครั้งแรก แววตานางฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด "หากเจ้ายังฝืนโคจรปราณเช่นนี้ เส้นชีพจรของเจ้าจะขาดสะบั้น บรรลุวิชาไม่ได้ แถมยังต้องพิการตลอดกาล!" "ข้าไม่เป็นไร..." หลี่มู่เหวินยิ้มเยาะให้กับความเจ็บปวด รอยยิ้มนั้นทั้งเศร้าสร้อยและทะนงองอาญยาดั่งพญาอินทรีที่บาดเจ็บ "ข้าเข้าใจแล้ว... ที่ผ่านมาข้าใช้กระบี่เพื่อแก้แค้น ใช้กระบี่เพื่อพิสูจน์ตนเอง แต่นั่นไม่ใช่ 'วิถีกระบี่ที่แท้จริง' กระบี่ในมือข้า... บัดนี้มันไม่ได้เป็นเพียงอาวุธ แต่มันคือส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณ!" สิ้นเสียงคำรามก้อง หลี่มู่เหวินระเบิดพลังปราณขั้นทะלוวงขอบเขตออกมาอย่างรุนแรง! *ตูมมมมม!* คลื่นพลังสีครามเข้มพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกกลุ่มเมฆหนาทึบเหนือหุบเขาหมินซานจนแตกกระเจิง แสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องลงมาดั่งเทพเจ้าจุติ แรงกดดันระดับขอบเขตมหาบรรพกาลแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างนับร้อยลี้ สัตว์อสูรทั่วทั้งหุบเขาต่างพากันหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวต่อสัญชาตญาณการเอาตัวรอด จิวหลิงถอยหลังไปสามก้าว นางมองดูบุรุษหนุ่มที่นั่งอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ร่างกายของหลี่มู่เหวินในยามนี้เปล่งประกายออร่าสีครามบริสุทธิ์ ชั้นผิวหนังถูกชำระล้างด้วยพลังปราณฟ้าดินจนสะอาดหมดจด กระดูกและเส้นเอ็นถูกหลอมหลอมใหม่ให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้าหมื่นปี เขาก้าวข้ามขอบเขตเดิมไปแล้ว! บรรลุขั้นแรกของเคล็ดวิชาลับได้อย่างสมบูรณ์แบบ! หลี่มู่เหวินค่อยๆ หลับตาลงอีกครั้งเพื่อปรับลมหายใจให้เข้าที่ บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความสงบเงียบ ทว่าความสงบนี้กลับแฝงไว้ด้วยความน่าสะพรึงกลัวที่แม้แต่ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งยุทธภพก็ยังต้องสั่นสะทอนเมื่อเผชิญหน้า เขายังคงนั่งนิ่ง ทว่าในห้วงมโนสำนึกกลับเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อบรรลุขั้นแรกของเคล็ดวิชาลับ อักษรตัวสุดท้ายที่ถูกซ่อนไว้ในคัมภีร์ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น พร้อมกับแผนที่ปริศนาและชื่อของบุคคลที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในชาตินี้ ดวงตาคมกริบของหลี่มู่เหวินลืมขึ้นช้าๆ แววตาคู่นั้นเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง และลึกล้ำยิ่งกว่าห้วงสมุทร เขาก้มมองกระบี่ในมือที่ส่งเสียงร้องคำรามเบาๆ ราวกับกระหายเลือด จิวหลิงเดินเข้าไปใกล้ ชายตามองแผ่นหนังโบราณที่เพิ่งปรากฏขึ้นบนแท่นหิน นางขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นข้อความและสัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนนั้น "นั่นมัน..." จิวหลิงเอ่ยเสียงเครียด "สัญลักษณ์ของหอคอยบรรพกาล... เหตุใดชื่อของคนผู้นั้นถึงไปปรากฏอยู่ร่วมกับบันทึกการตายของอาจารย์เจ้า?" หลี่มู่เหวินไม่ได้ตอบคำถามทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่เปี่ยมด้วยพลังปราณอันไร้ขีดจำกัดทำให้เขายืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางสายลมที่เริ่มพัดโหมกระหน่ำอีกครั้ง มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยสิ่งใด ความเงียบสงบยามวิกาลก็ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังขึ้นจากปากถ้ำลับ เสียงหัวเราะแหบแห้งอันน่าสะพรึงกลัวดังสะท้อนก้องเข้ามาทีละน้อย พร้อมกับกลิ่นอายสังหารที่พวยพุ่งเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ "ฮ่าๆๆๆ... ไม่นึกเลยว่าทายาทคนสุดท้ายของตระกูลหลี่ จะหลบมาซ่อนตัวฝึกวิชาอยู่ในสถานที่รกร้างเช่นนี้!" เสียงปริศนาดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างสามสายที่พุ่งทะยานเข้ามาขวางทางออกของถ้ำไว้ทั้งหมด แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าของผู้นำกลุ่ม เป็นชายชราในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้ามีแผลเป็นลึกน่ากลัว ดวงตาคู่นั้นจ้องมองหลี่มู่เหวินด้วยความกระหายเลือด หลี่มู่เหวินหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาจำคนผู้นี้ได้แม่นยำ... หนึ่งในผู้อาวุธโสของนิกายมารโลหิต ผู้ที่เคยร่วมมือกับหนอนบ่อนไส้สังหารอาจารย์ของเขาเมื่อสิบปีก่อน! และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น... บุคคลที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดของเงาร่างทั้งสาม คือสตรีในชุดผ้าแพรสีขาวบริสุทธิ์ นางผู้ซึ่งควรจะอยู่ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทางเหนือ ทว่าบัดนี้กลับก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียม นางคือคู่หมั้นในนามที่ทรยศหักหลังเขาอย่างเลือดเย็น! "ไม่คิดเลยสินะ... ว่าข้าจะตามเจ้ามาเจอเร็วจดขนาดนี้" สตรีผู้นั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย ทว่าแววตากลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ "หลี่มู่เหวิน... ส่งคัมภีร์วิถีกระบี่และหัวใจมังกรของเจ้ามาซะดีๆ แล้วข้าจะเมตตาให้เจ้าตายอย่างสบายหน่อย!" หลี่มู่เหวินนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับถูกกระชากด้วยความจริงอันโหดร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าความโกรธแค้นในครั้งนี้กลับไม่ทำให้เขาเสียสُم หลี่มู่เหวินสูดลมหายใจเข้าลึก ร่างกายผสานเป็นหนึ่งเดียวกับวิถีกระบี่ที่เพิ่งบรรลุ เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปกุมด้ามกระบี่ช้าๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกทั้งสามด้วยแววตาดุจพญาอินทรีมองเหยื่อ "พวกเจ้า... รนหาที่ตายเองสินะ" นิ้วเรียวยาวออกแรงผลักกระบี่ออกจากฝักเพียงหนึ่งนิ้ว... *แกร๊ก!* พริบตานั้น... ประกายกระบี่สีครามสว่างวาบจนกลืนกินแสงจันทร์ทั้งดวง! --- *(ขอบคุณท่านรี้ดผู้ร่วมทางทุกท่านที่ร่วมเดินทัพเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านสมรภูมิอักษรนี้ไปด้วยกันนะครับ - มังกรครามท่องภพ)*
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%