คมกระบี่สีนิลของหลี่มู่เหวินสั่นระริกอยู่ในฝัก เสียงหวีดหวิวของมันมิใช่เสียงเหล็กกระทบกัน แต่เป็นเสียงร่ำไห้ของวิญญาณนับพันที่ถูกจองจำอยู่ภายใน ขณะที่ชายชราหน้าอัปลักษณ์ผู้มีรอยแผลเป็นฉกรรจ์ดั่งตะขาบพาดผ่านใบหน้าก้าวเท้าขึ้นมาบนยอดเขา พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของมันกลับแตกร้าวเป็นวงกว้าง
"ตราประทับโลหิตหมื่นศพอยู่ที่ใด?" เสียงของมันแหบพร่าคล้ายเสียงใบไม้แห้งถูกบดขยี้ด้วยล้อเกวียน
หลี่มู่เหวินมิได้หันไปมองแม้แต่น้อย ดวงตาของเขายังคงจับจ้องที่ปลายฟ้าเบื้องหน้า ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาของเขายืนนิ่งดุจรูปปั้นหิน ทว่าไอสังหารที่แผ่ออกมากลับเยียบเย็นจนหยาดน้ำค้างบนใบหญ้ากลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา
"เจ้ากล้าดีอย่างไร... ถึงได้บังอาจถามหาสิ่งที่ล่วงลับไปพร้อมกับอาจารย์ของข้า" หลี่มู่เหวินเอ่ยเรียบๆ น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจกดขี่ที่ทำให้เหล่าสาวกชุดแดงทั้งเจ็ดถึงกับชะงักงัน
"กตัญญูจนตัวตายงั้นรึ?" ชายชราแสยะยิ้มจนรอยแผลเป็นบนหน้ากระตุก "ในยุทธภพนี้ มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จารึกกฎเกณฑ์ หากเจ้าไม่มอบมันให้ข้า วันนี้ยอดเขาแห่งนี้จะเป็นหลุมฝังศพแห่งใหม่ของเจ้า!"
ฉับพลันนั้น ร่างของสาวกชุดเลือดทั้งเจ็ดก็พุ่งเข้าใส่ดุจฝูงแร้งรุมทึ้งเหยื่อ หลี่มู่เหวินสะบัดแขนเสื้อเพียงเบาๆ กระบี่ไร้เงาถูกชักออกจากฝักในจังหวะที่ไม่มีใครมองทัน ประกายคมกระบี่วาดผ่านอากาศเป็นเส้นโค้งสีเงินยวงเพียงเส้นเดียว—เส้นเดียวที่สยบทุกความเคลื่อนไหว
ศีรษะของสาวกชุดแดงทั้งเจ็ดหลุดกระเด็นออกจากบ่าพร้อมกัน ราวกับถูกกงจักรสังหารตัดผ่านอย่างไร้ร่องรอย เลือดสาดกระเซ็นเป็นฝอยสีแดงฉานย้อมยอดเขาให้กลายเป็นสีชาด ทว่าหลี่มู่เหวินกลับยืนอยู่ห่างออกไปสามวาโดยที่หยดเลือดไม่อาจแตะต้องอาภรณ์ขาวสะอาดของเขาได้แม้เพียงหยดเดียว
เซียนหิมะจิวหลิงที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ในมุมมืด ดวงตาคู่สวยดุจดั่งธารน้ำแข็งปรากฏร่องรอยของความชื่นชมชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม นางเดินเข้ามาใกล้ หลี่มู่เหวินลดกระบี่ลง ชายหนุ่มหันมาสบตานาง แววตาของเขาที่เคยดุดันกลับอ่อนแสงลงเมื่อเห็นหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ในใจเขา
"ไปกันเถอะ เมืองพันกระบี่อยู่เบื้องหน้า ข่าวคราวเกี่ยวกับตราประทับอาจารย์น่าจะรอเราอยู่ที่นั่น" หลี่มู่เหวินกล่าวพลางเก็บกระบี่เข้าฝัก เสียงกริ๊กเบาๆ นั้นเปรียบเสมือนเสียงประกาศชัยชนะเหนือความตาย
ทั้งสองร่อนกายลงจากยอดเขาสู่เบื้องล่าง การเดินทางกินเวลาสามวันสามคืนจนมาถึงหน้าประตูเมืองใหญ่ที่ถูกขนานนามว่า 'เมืองพันกระบี่' ป้อมปราการหินสูงเสียดฟ้าตั้งตระหง่าน บรรยากาศภายในเมืองอวลไปด้วยกลิ่นไอเหล็กไหลและวิชาฝีมือของผู้คนทั่วหล้าที่ต่างหลั่งไหลมาที่นี่
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเมือง เสียงอึกทึกของตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนอาวุธและวิชาลับก็ดังเซ็งแซ่ หลี่มู่เหวินกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะสะดุดเข้ากับโรงเตี๊ยม 'มังกรหวนคืน' ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่นั่นเป็นจุดที่สืบข่าวได้ง่ายที่สุด
"เจ้าคิดว่าตราประทับนั่น... มันสำคัญถึงขนาดที่สำนักอธรรมต้องยอมสละสาวกถึงเพียงนี้เชียวหรือ?" จิวหลิงถามเบาๆ พลางกระชับผ้าคลุมใบหน้า
"ตราประทับนั้นไม่ใช่เพียงแค่ของประดับกาย แต่มันคือแผนที่สู่ขุมทรัพย์แห่งวิชาเซียนที่สาบสูญ" หลี่มู่เหวินตอบพลางก้าวเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมด้วยท่าทีองอาจ "หากข้าไม่ได้มันคืนมา วิญญาณของอาจารย์ก็คงไม่อาจไปสู่สุคติ"
ภายในโรงเตี๊ยม บรรยากาศคุกรุ่นไปด้วยแรงกดดันจากจอมยุทธ์กลุ่มต่างๆ ที่จ้องมองคนแปลกหน้าอย่างสำรวจ ทว่าเมื่อหลี่มู่เหวินเดินผ่าน ทุกสายตากลับต้องเบนหลบด้วยความเกรงขามในรัศมีพลังที่เขามิได้ปกปิดไว้
เขาตรงไปที่โต๊ะมุมมืดของเฒ่าชราผู้หนึ่งที่นั่งจิบสุราอยู่เพียงลำพัง หลี่มู่เหวินวางเหรียญทองลงบนโต๊ะก่อนจะเอ่ยถาม "ข้าตามหาข่าวของตราประทับตระกูลหลี่"
เฒ่าชราหยุดชะงัก มือที่ถือจอกสุราสั่นเทาเล็กน้อย มันเงยหน้าขึ้น ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของหลี่มู่เหวินชัดๆ มันโน้มตัวลงมาใกล้แล้วกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ
"เจ้า... เจ้าคือศิษย์คนสุดท้ายของอาจารย์หลี่สินะ... จงหนีไปซะ! ตราประทับนั่นไม่ได้อยู่ที่นี่... แต่มันกำลังถูกนำมาประมูลในคืนนี้ที่ 'หอสังหารสวรรค์' และคนที่นำมันออกมาขาย... คือคนในตระกูลของเจ้าเองที่ทรยศอาจารย์เพื่อแลกกับตำแหน่งเจ้าสำนัก!"
หัวใจของหลี่มู่เหวินกระตุกวูบ ความโกรธแค้นประดังขึ้นมาดั่งพายุคลั่ง นี่ไม่ใช่แค่การช่วงชิงสมบัติ แต่มันคือการหักหลังที่เลือดเย็นยิ่งกว่าศัตรูหน้าไหน
ทว่าในวินาทีนั้นเอง กองกำลังในชุดเกราะทองคำนับร้อยก็พังประตูโรงเตี๊ยมเข้ามา ปิดล้อมพวกเขาทั้งสองไว้ เสียงหัวเราะก้องกังวานของชายคนหนึ่งที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง
"ศิษย์น้อง... เจ้ามาช้าไปหน่อยนะ แต่ก็ยังดีที่มาส่งมอบชีวิตให้พี่ชายคนนี้ถึงที่นี่!"
หลี่มู่เหวินชักกระบี่ออกมาอีกครั้ง แสงสีนิลวาวโรจน์ไปทั่วโรงเตี๊ยม จิวหลิงขยับตัวเข้ามายืนเคียงข้าง เตรียมพร้อมรับมือกับคลื่นมนุษย์ที่ถาโถมเข้ามาดุจกำแพงเหล็ก
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของหลี่มู่เหวินในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
มังกรครามท่องภพ
กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า•ตอนที่ 7
เมืองพันกระบี่
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!