หยาดฝนฤดูใบไม้ผลิไม่ได้โปรยปรายลงมาเพื่อชำระล้างความร่มรื่น แต่มันร่วงหล่นลงมาดั่งศัสตراอาวุธนับหมื่นเล่มที่แหลมคม บดขยี้แผ่นดินให้จมดิ่งสู่ความกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ณ ยอดเขาเมฆาพเนจร ยามนี้ไม่มีเสียงอื่นใดนอกจากเสียงห่าฝนที่กระทบเข้ากับยอดผาหินสีนิล และเสียงลมหายใจอันสม่ำเสมอแต่ทรงพลังราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับใหล
หลี่มู่เหวินนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาไร้หลังคาคุมกาย เสื้อผ้าสีดำสนิทแนบติดร่างตามแรงน้ำฝนที่โหมกระหน่ำ ทว่ารอบกายเขากลับแผ่ไอความร้อนระอุออกมาจนหยาดน้ำฝนที่เข้าใกล้ในรัศมีสามเชือกเดือดพล่านกลายเป็นไอขาวโพลนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภา สัจธรรมแห่งวิถีกระบี่ไร้เงาไม่ได้อยู่เพียงที่คมเหล็ก แต่มันคือการผสานจิตวิญญาณเข้ากับความแปรปรวนของฟ้าดิน
"เจ้ากำลังท้าทายกฎเกณฑ์แห่งการหลอมกายา... ความหยิ่งผยองนี้จะนำพาความพินาศมาสู่ตัวเจ้าเอง"
น้ำเสียงราบเรียบดั่งน้ำค้างแข็งดังขึ้นจากเบื้องหลัง เซียนหิมะจิวหลิงยืนสงบนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นสนพันปี นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่ตัดกับความมืดมิดของพายุเบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง ดวงตาดอกท้อคู่คลาสสิกจ้องมองร่างของชายหนุ่มนิ่งสนิท แม้ภายนอกนางจะแสดงออกถึงความเย็นชาและไร้ความรู้สึก ทว่าลึกเข้าไปในแววตาคู่นั้นกลับมีความระคนแปลกประหลาดระคนอยู่—นั่นคือความหวาดหวั่นต่อความบ้าบิ่นของเขา และความชื่นชมที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความสูงส่ง
หลี่มู่เหวินไม่ได้ลืมตาขึ้นมามองนาง ริมฝีปากที่ซีดเซียวเล็กน้อยยกยิ้มขึ้นบางเบาอย่างเย้ยหยันต่อโชคชะตา
"กฎเกณฑ์หรือ? หึ... ตั้งแต่อาจารย์จากไป ข้าไม่เคยสนใจว่าฟ้าดินจะขีดเส้นทางใดให้เดิน หากสวรรค์ต้องการบดขยี้ข้า ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือฟันผ่ามันให้ขาดเป็นสองท่อน!"
สิ้นคำพูดนั้น ปราณกระบี่สีครามเข้มก็ระเบิดออกจากจุดตันتيนของเขาโดยพลัน คลื่นพลังออร่าแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง กระชากหยาดฝนรอบตัวให้แตกกระจายกลายเป็นละอองฝอยในพริบตา ความเจ็บปวดจากการหลอมรวมกระดูกมังกรนิลกาฬเข้ากับเส้นชีพจรปราณทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างของหลี่มู่เหวินสั่นสะท้าน เม็ดเหงื่อผสมปนเปไปกับน้ำฝนไหลย้อยลงตามโครงหน้าคมคาย ทว่าแววตาของเขากลับคมกริบราวกับพญาอินทรีที่จ้องมองเหยื่อ
จิวหลิงขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่น่าสะพรึงกลัวภายในร่างของเขา พลังปราณฟ้าดินรอบรัศมีสิบลี้กำลังถูกดึงดูดเข้ามาในตัวหลี่มู่เหวินราวกับปากเหวไร้ก้นบึ้ง การทะลวงผ่านขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นที่เจ็ดไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากจิตใจไม่มั่นคงพอ ร่างกายจะถูกแรงสะท้อนของปราณฉีกกระชากจนกลายเป็นจุลในพริบตาเดียว
"เด็กโง่..." จิวหลิงพึมพำเบาๆ กับตัวเอง นางก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ปลายเท้าแตะลงบนพื้นหินอย่างไร้ซุ่มเสียง ทว่าพลังเซียนบริสุทธิ์ในร่างถูกเตรียมพร้อมไว้ทันทีเพื่อเข้าช่วยเหลือหากเกิดความผิดพลาดขึ้น แม้ปากจะบอกว่ารอดูความพินาศของเขา แต่หัวใจที่ด้านชามานับร้อยปีกลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เห็นรอยแผลใหม่บนเรือนร่างของชายหนุ่มผู้นี้
บนฟ้า ผืนเมฆคำรามลั่น สายฟ้าสีม่วงเข้มเส้นใหญ่ผ่าผ่าลงมาตรงจุดที่หลี่มู่เหวินนั่งอยู่พอดีเป๊ะ!
*เปรี้ยงงงงง!*
ประกายแสงสีม่วงสว่างวาบไปทั่วทั้งยอดเขา แรงปะทะอันมหาศาลทำให้แท่นศิลาที่หลี่มู่เหวินนั่งอยู่แตกละเอียดเป็นผุยผง ฝุ่นควันและละอองน้ำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นม่านหมอกหนาทึบ จิวหลิงพลอยใจหายวาบ นางพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วสูงราวกับภูตพราย ทว่าก่อนที่นางจะไปถึงตัวเขา ร่างของหลี่มู่เหวินก็ดีดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงเสียก่อน
ไม่มีร่องรอยของการบาดเจ็บสาหัส ตรงกันข้าม... ผิวพรรณของเขากลับเปล่งประกายระยิบระยับด้วยอักขระโบราณสีทองแดงที่จมหายเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง ดวงตาทั้งสองข้างทอประกายแสงสีฟ้าครามลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง พลังกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นที่เจ็ดพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ปัดเป่าเมฆฝนในรัศมีสามลี้ให้สลายหายไปในพริบตาเดียว!
หลี่มู่เหวินสะบัดแขนเสื้อเบาๆ สายลมปราณสายหนึ่งกรีดผ่านอากาศเกิดเสียงดังหวีดหิว เขาก้มลงมองฝ่ามือของตนเองสัมผัสได้ถึงพละกำลังที่เอ่อล้นทะลักราวกับมหาสมุทร วิชากระบี่เดียวดายไร้เงาถูกหลอมรวมเข้ากับสัจธรรมแห่งสายฝนและสายฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบ
เขานิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมาสบตากับเซียนหิมะจิวหลิงที่ยืนนิ่งค้างอยู่ห่างไปเพียงสามก้าว แววตาของนางในยามนี้มีความซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ทั้งตกตะลึง หวาดกลัว และ... ความโล่งอกที่ฉายชัดผ่านม่านตาคู่สวย
"เจ้า..." จิวหลิงเอ่ยเสียงแผ่วเบา พยายามรักษาท่าทีเย็นชาไว้เช่นเดิม แต่ใบหูขาวเนียนกลับขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ อย่างปิดไม่มิด "เจ้าบ้าไปแล้วจริงๆ หลี่มู่เหวิน หากพลาดพลั้งเมื่อครู่ วิญญาณของเจ้าคงสลายกลายเป็นธุลีดินไปนานแล้ว"
หลี่มู่เหวินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความทะนงตนและเสน่ห์อันตรายของผู้ฝึกวิชาสายมารและธรรมะในคราวเดียวกัน เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นอายฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกของนาง
"ข้าไม่ยอมตายง่ายๆ หรอกเซียนหิมะจิวหลิง..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหูของนางขณะที่เดินผ่าน "เพราะข้ายังไม่ได้ทวงหนี้เลือดทั้งหมดคืนจากพวกมัน... และ... ข้ายังอยากเห็นเจ้าเปลี่ยนสีหน้าจากความเย็นชา เป็นอย่างอื่นดูบ้าง"
จิวหลิงสะดุ้งเฮือก หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง นางถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้างามเห่อร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่มีใครกล้าบังอาจพูดจาหยอกเย้าและล่วงเกินนางถึงเพียงนี้ ทว่านางกลับไม่อาจชักกระบี่ออกมาชี้หน้าเขาได้เลยแม้แต่น้อย
"เจ้า... เจ้าสามหันเกินไปแล้ว!" จิวหลิงเอ่ยเสียงแข็ง พยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนร่องรอยความเขินอายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายร้อยปี
หลี่มู่เหวินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายกมือขึ้นประสานคารวะนางตามมารยาทของจอมยุทธ์ ทว่าในจังหวะนั้นเอง... สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นเงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านชายป่าเบื้องล่างด้วยความเร็วสูงผิดปกติ กลิ่นอายโลหิตและจิตสังหารอันเข้มข้นลอยมาตามสายลมที่เริ่มสงบลง
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่มู่เหวินเลือนหายไปในพริบตา แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิด" หลี่มู่เหวินพึมพำเสียงต่ำ มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ข้างกายแน่น
จิวหลิงเองก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ สีหน้าของนางกลับมาเยือกเย็นและจริงจังขึ้นทันที นางประสานมือสร้างเขตอาคมน้ำแข็งบางๆ รอบกาย "นั่นไม่ใช่ศิษย์สำนักธรรมดา... กลิ่นอายแบบนั้น มันคือคนจาก 'สำนักกระบี่โลหิตทมิฬ'!"
สิ้นเสียงของจิวหลิง ต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปร้อยวาเบื้องล่างก็หักโค่นลงครืนใหญ่ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดคลุมสีเลือดเจ็ดร่างที่แผ่ไอสังหารทะลักทะลายพุ่งตรงขึ้นมาบนยอดเขา—และผู้นำกลุ่มนั้น คือชายชราหน้าตาอัปลักษณ์ที่มีรอยแผลเป็นลากยาวตั้งแต่หน้าผากถึงคาง พร้อมกับดวงตาที่จับจ้องมาที่หลี่มู่เหวินด้วยความกระหายเลือด!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในวิถียุทธภพอันไร้ขอบเขตนี้ด้วยกันนะครับ — มังกรครามท่องภพ
กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า•ตอนที่ 6
หลอมกายาด้วยหยาดฝน
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!