โลหิตหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่ ดังกังวานราวกับเสียงระฆังสำริดในความเงียบงัน
หลี่มู่เหวินมิได้สนใจบาดแผลฉกรรจ์บนหัวไหล่ซ้ายที่ยังคงซึมซาบด้วยไอพิษสีม่วงคล้ำ ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจับจ้องไปยังผาหินเบื้องหน้า หน้าผาแห่งนี้ถูกขนานนามว่า "ผาสิ้นวิญญาณ" สถานที่ซึ่งกระแสลมปราณฟ้าดินปั่นป่วนรุนแรงจนสามารถฉีกร่างของผู้ฝึกยุทธ์ให้แหลกสลายเป็นจุล หากแต่มันกลับเป็นสถานที่เดียวที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการก้าวข้าม "ขอบเขตปราณปฐพีขั้นสมบูรณ์" ไปสู่ "ขอบเขตปราณนภา"
ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านเข้ามาใกล้ ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นราวกับภูตผีไร้เสียง เซียนหิมะจิวหลิงยืนอยู่บนกิ่งไม้สูงไม่ไกลนัก ดวงตางามล้ำลึกคู่นั้นสะท้อนความห่วงใยที่ถูกเก็บงòngไว้ภายใต้ใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง นางขยับริมฝีปากน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่สั่นเครือเล็กน้อย
"เจ้าบ้า... รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่? หากวิชาตบะตีกลับ ร่างกายของเจ้าจะแหลกสลายกลายเป็นผุยผง แม้แต่เศษซากวิญญาณก็มิอาจหลงเหลือ"
หลี่มู่เหวินไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขายังคงกุมด้ามกระบี่ในมือแน่น แรงกดดันมหาศาลจากสภาวะจิตใจของเขาแผ่ขยายออกไปรอบด้าน จนมวลอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอก
"จิวหลิง... อาจารย์จากไปพร้อมกับความแค้นที่ยังไม่ได้รับการชำระ หากข้ายังคงติดอยู่ที่ขอบเขตเดิม ชั่วชีวิตนี้ข้าคงเป็นได้แค่สุนัขรับใช้ที่รอวันถูกเชือด" เสียงของหลี่มู่เหวินแหบพร่าแต่เด็ดเดี่ยว ทรงพลัง และเปี่ยมด้วยความทะนงตนที่ฟ้าดินต้องก้มหัวให้ "วิถีกระบี่ของข้า มิใช่การหลบหนีความตาย แต่เป็นการเผชิญหน้ากับมันด้วยคมกระบี่ในมือ!"
สิ้นเสียงคำรามในลำคอ ร่างของหลี่มู่เหวินก็ทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิบนแผ่นหินที่เย็นเยียบ ปิดเปลือกตาลงอย่างช้าๆ ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
ในห้วงสำนึกของหลี่มู่เหวินเวลานี้ มิได้มีความมืดมิด หากแต่เป็นมหาสมุทรแห่งจิตวิญญาณที่กำลังคลุ้มคลั่ง พายุหมุนแห่งลมปราณสีครามพัดกระหน่ำซัดสาดเข้าใส่จิตสำนึกของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับค้อนเหล็กนับหมื่นที่กำลังตีแผ่เหล็กกล้า ความเจ็บปวดจากการทะลวงจุดชีพจรแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน เส้นเลือดทั่วร่างปูดโปนจนน่ากลัว เม็ดเหงื่อกาฬไหลพรั่งพรูผสมปนเปกับคราบโลหิต
นี่คือ "การทด 0 สอบแห่งจิตวิญญาณ" ขั้นสูงสุด
ภาพอดีตวันวานไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิด ภาพที่สำนักถูกเผาทำลาย ภาพที่ร่างไร้ลมหายใจของอาจารย์นอนจมกองเลือด และรอยยิ้มเย้ยหยันของศัตรูคู่อาฆาต ความแค้น ความเคียดแค้น และความโดดเดี่ยวถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์สึนามิ พยายามกลืนกินสติสัมปชัญญะของเขาให้ดำดิ่งสู่หุบเหวแห่งความบ้าคลั่ง
*ข้าจะพ่ายแพ้ที่นี่ไม่ได้!* หลี่มู่เหวินคำรามก้องในใจ
วิถีกระบี่ไร้เงาถูกถ่ายทอดผ่านกระแสจิตวิญญาณ ภายในโลกแห่งจิต สำนึกของเขากลายสภาพเป็นกระบี่เล่มหนึ่ง—กระบี่ที่เรียเรียบ เย็นชา แต่คมกริบจนสามารถตัดผ่านได้แม้กระทั่งกาลเวลา
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบผาสิ้นวิญญาณก็แปรเปลี่ยนเป็นน่าสะพรึงกลัว ท้องนภาที่เคยไร้เมฆหมอกกลับปรากฏกลุ่มเมฆสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมากลางผาหินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกดดันระดับอสนีบาตทัณฑ์สวรรค์กดทับลงบนร่างของหลี่มู่เหวินจนแผ่นหินใต้ร่างแตกร้าวละเอียด
จิวหลิงที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ใบหน้าขาวซีดลงถนัดตา นางกัดริมฝีปากจนห่อเลือด มือเรียวบางกำกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่องอขาว นางรู้ดีว่านี่คือทัณฑ์สวรรค์ที่ผู้ฝึกยุทธ์จะต้องเผชิญเมื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ และมีเพียงตัวเขาเท่านั้นที่จะต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้ด้วยตัวคนเดียว ห้ามผู้ใดช่วยเหลือ มิฉะนั้นทัณฑ์สวรรค์จะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัวและผลาญชีวิตทั้งคู่ให้ดับดิ้น
"มู่เหวิน... ท่านต้องรอด..." นางพึมพำกับสายลม น้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาก่อนจะถูกไอความร้อนจากลมปราณรอบตัวระเหยหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เพล้ง!
เสียงคล้ายกระจกแตกดังขึ้นภายในห้วงสมุทรจิตวิญญาณของหลี่มู่เหวิน กำแพงไร้รูปที่ขวางกั้นขอบเขตพลังมาเนิ่นนานได้พังทลายลงแล้ว พลังปราณมหาศาลทะทะลักออกมาจากตันtian (จุดตันเถียน) พุ่งพล่านไปทั่วร่างราวกับมังกรคลั่ง ร่างกายของเขาลอยขึ้นจากพื้นช้าๆ ท่ามกลางสายฟ้าสีทองที่กระหน่ำฟาดฟันลงมารอบกาย แต่มันกลับไม่สามารถทำอันตรายผิวเนื้อของเขาได้แม้แต่น้อย เพราะบัดนี้ ร่างกายของเขาได้รับการหลอมรวมเข้ากับแก่นแท้แห่งวิถีกระบี่แล้ว!
ดวงตาที่ปิดสนิทเปิดโพลงขึ้นในความมืดมิด ประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทะลุกลุ่มเมฆดำทะมึนจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ แรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา
เขาก้าวข้ามมันมาได้แล้ว ขอบเขตปราณนภา!
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะกลับคืนสู่ผาสิ้นวิญญาณ และรอยยิ้มแห่งความโล่งอกกำลังจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจิวหลิงนั้นเอง...
แผ่นดินเบื้องล่างก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเก่า เสียงคำรามต่ำๆ ราวกับเสียงร้องของอสูรโบราณดังขึ้นจากก้นเหวลึก และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเงาร่างสีดำสนิทนับร้อยสายพุ่งทะยานขึ้นมาจากความมืดมิด พกพาจิตสังหารที่หนาแน่นจนแทบกลายเป็นรูปธรรม พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจดังสะท้อนก้อง
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นพลังปราณที่บริสุทธิ์ยิ่งนัก ไม่เสียแรงที่พวกเรารอคอยให้เจ้านกน้อยตัวนี้เติบโตจนเต็มที่!"
เงาร่างทั้งร้อยหยุดยืนอยู่บนยอดผารายล้อมหลี่มู่เหวินและจิวหลิงไว้ตรงกลาง และผู้นำของพวกมันก็ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับชูสิ่งของชิ้นหนึ่งขึ้นมาท่ามกลางแสงจันทร์—หัวมนุษย์ที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆ ซึ่งหลี่มู่เหวินจำได้ทันทีว่าเป็นของ "ผู้อาวุโสพรรค" ผู้มีพระคุณคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ของเขา!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
- มังกรครามท่องภพ
กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า•ตอนที่ 18
ฝึกฝนจิตวิญญาณ
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!