กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า•ตอนที่ 19

สายใยที่ยากจะตัดขาด

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
คราบโลหิตสีชาดบนคมกระบี่กระดูกมังกรยังคงอุ่นร้อน หยดลงบนพื้นหินอัคนีเบื้องล่างจนส่งเสียงฉ่าดังสนั่น ท่ามกลางซากปรักหักพังของตำหนักหมื่นวิญญาณ ลมปราณฟ้าดินรอบกายปั่นป่วนดั่งพายุคลั่ง ร่างของหลี่มู่เหวินยืนหยัดตระหง่านดั่งขุนเขา แม้ทั่วร่างจะเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จากการฝืนใช้เคล็ดวิชา 'กระบี่เก้าสุริยันต์' ทะลวงขอบเขต แต่แววตาของเขากลับคมกริบไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ทะนงองอาจสมกับเป็นยอดฝีมือผู้เดินบนวิถีกระบี่เดียวดาย เบื้องหน้าของเขา ห่างออกไปเพียงสิบก้าว ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปรายกำลังยืนนิ่งงัน 'เซียนหิมะจิวหลิง' นางเซียนผู้เย็นชาและสูงส่งจนผู้คนในยุทธภพต้องก้มหัวให้ บัดนี้ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่งามที่มักจะไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ กลับไหววูบคล้ายผิวน้ำยามถูกลมพัดผ่าน รอบตัวนางคือเหล่าผู้วอาวุโสแห่งสำนักกระบี่เทวะที่ส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว "จิวหลิง! เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ! เขามันคือมารร้ายที่สังหารศิษย์พี่ของเจ้า และท้าทายกฎเหล็กแห่งสำนักเซียน! ถอยออกมาเสีย แล้วร่วมมือกับพวกเราสังหารมัน มิฉะนั้น... เจ้าก็จะถูกขับออกจากสำนักและถือเป็นศัตรูของใต้หล้าเช่นกัน!" เสียงตะคอกของผู้วอาวุโสสูงสุดดังสะท้อนก้องหุบเขา แต่นางเซียนจิวหลิงหาได้ชายตามองแม้แต่น้อย รัศมีไอเย็นเยือกแผ่ขยายออกจากร่างนางจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมพื้นดินโดยรอบ สายตาของนางทอดมองไปยังแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ถือกระบี่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ภาพเหตุการณ์ที่เขาเอาตัวเข้ามารับกระบี่มรณะแทนตนเมื่อครู่ยังคงสลักลึกอยู่ในห้วงความทรงจำ หัวใจที่ด้านชาและปิดตายมานับร้อยปีของนาง บัดนี้กลับเต้นระรัวราวกับมีเปลวเพลิงดวงเล็กๆ กำลังลุกโชนขึ้นมา หลี่มู่เหวินปรายตามองนางเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเย้ยหยันฟ้าดิน เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กังวานลึกบาดลึกถึงจิตวิญญาณ "หึ... สำนักเซียนจอมปลอมที่ใช้ชีวิตของศิษย์เป็นเพียงบันไดไต่เต้าสู่ความยิ่งใหญ่ มีค่าอันใดให้ต้องอาศัยอยู่ต่อ? จิวหลิง ทางข้างหน้าของข้าคือเส้นทางสายเลือดและความตายที่ไร้ซึ่งจุดสิ้นสุด หากเจ้าก้าวตามมา... เจ้าอาจต้องสูญเสียทุกสิ่งแม้กระทั่งลมหายใจ" คำพูดของเขาไม่ใช่คำเชิญชวน แต่เป็นการท้าทายจิตวิญญาณ เป็นการเปิดโอกาสให้นางเลือกทางเดินของตนเองอย่างเด็ดขาด จิวหลิงหลับตาลงชั่วพริบตา ภาพวันคืนอันหนาวเหน็บในตำหนักน้ำแข็งที่นางต้องโดดเดี่ยว ท่ามกลางกฎระเบียบที่ไร้ซึ่งความปรานีไหลผ่านเข้ามาในหัว นางลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาคู่นั้นไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ชีวิตของข้า... สำนักกระบี่เทวะเป็นผู้มอบให้ แต่วิญญาณและหัวใจของข้า บัดนี้ข้าขอเป็นผู้กำหนดเอง" สุ้มเสียงของนางไพเราะดั่งเสียงพิณสวรรค์ แต่เด็ดเดี่ยวและทรงพลังราวกับคำประกาศิตจากเทพเซียน สิ้นคำพูด ร่างบางก็ก้าวเท้าผ่านหน้าเหล่าผู้วอาวุโสมายืนเคียงข้างหลี่มู่เหวิน กระบี่เซียนหิมะในมือถูกชักออกจากฝัก ไอเย็นยะเยือกผสานเข้ากับลมปราณกระบี่อันดุดันของหลี่มู่เหวินจนเกิดเป็นแรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เมฆฝนแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึน สายฟ้าฟาดคำรามรับทัณฑ์สวรรค์ "บังอาจนัก! สังหารพวกมันทั้งคู่!" ผู้วอาวุโสสูงสุดแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว พลังปราณระดับครึ่งก้าวสู่แดนเซียนระเบิดออกพร้อมเพรียงกัน ร่างนับสิบร่างพุ่งทะยานเข้ามาหมายปลิดชีพคนทั้งสองในกระบวนท่าเดียว หลี่มู่เหวินแค่นเสียง "รนหาที่ตาย" เขากระชับกระบี่ในมือแน่น พลังปราณเก้าสุริยันต์แผดเผาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว จิวหลิงขยับกายประสานสอดรับอย่างไร้ที่ติ กระบี่คู่ใจของนางแปรเปลี่ยนเป็นพายุหิมะมรณะที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสิ่งที่ขวางหน้า นี่คือการผนึกกำลังกันครั้งแรก และอาจเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ กับนางเซียนผู้ยอมมอบหัวใจให้เขาเพียงผู้เดียว ทว่า... ในวินาทีที่กระบี่ของทั้งสองฝ่ายกำลังจะปะทะกันกลางอากาศ ท้องนภากลับปริแตกออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวระดับที่ทำให้ดินแดนสั่นสะเทือนแผ่ลงมาจากเบื้องบน ร่างเงาสลับซับซ้อนในชุดคลุมสีทองโบราณปรากฏขึ้นกลางรอยแยกนั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งภพ "นึกไม่ถึงว่า... มดปลวกสองตัวนี้ จะทำให้ราชันย์โลหิตอย่างข้าต้องลงมือด้วยตัวเอง..." ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%