กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ที่ยังคงลอยวนอยู่ภายในถ้ำศิลาโบราณ ไม่ระคายเคืองประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของหลี่มู่เหวินแม้แต่น้อย เบื้องหน้าของเขามีเพียงคัมภีร์หนังกระดาษสีเหลืองกรอบ ที่ส่งกระแสพลังปราณเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมา ราวกับมันมีชีวิตและกำลังหายใจร่วมกับห้วงเวลา
นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวของเซียนหิมะจิวหลิงสั่นระริกเล็กน้อย ยามที่นางเอื้อมมือไปสัมผัสแผ่นหนังโบราณนั้น แม้ภายนอกนางจะยังคงรักษาท่าทีสง่างาม เย็นชา และไร้ซึ่งความรู้สึกดั่งเช่นเทพเซียนบนสรวงสวรรค์ ทว่าแววตาคู่คมกลับไหววูบคล้ายผิวน้ำในยามพายุโหมกระหน่ำ ความลับแห่งการกำเนิดของนาง และที่มาแห่งพลังอันไร้ผู้ต่อต้าน กำลังจะถูกเปิดเผย ณ วินาทีนี้
"เจ้าแน่ใจแล้วหรือ... ว่าต้องการอ่านมัน"
น้ำเสียงของจิวหลิงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงความเปราะบางที่นางไม่เคยแสดงให้ผู้ใดเห็นมาก่อน หลี่มู่เหวินเหลือบสายตาขึ้นมองนาง ชั่วขณะนั้น ประกายกระบี่ในดวงตาของเขาก็อ่อนแสงลง เขายื่นมือหนาไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบของนางไว้ แผ่ไออุ่นจากลมปราณกายาแท้จริงถ่ายทอดผ่านฝ่ามือ เพื่อบอกให้นางรู้ว่าต่อให้ฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่เคียงข้างนางเสมอ
"ไม่ว่าเบื้องหลังบันทึกนี้จะเป็นคำสาปแช่งจากนรกภูมิ หรือความจริงอันโหดร้ายจากสรวงสวรรค์ ตัวข้า... หลี่มู่เหวิน ผู้นี้ ก็ไม่มีวันปล่อยให้เจจิตวิญญาณของเจ้าต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป"
คำพูดเพียงไม่กี่คำ ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขาไท่ซาน ทำให้นางเซียนผู้สูงส่งถึงกับกลั้นหายใจ หัวใจที่เคยด้านชามานับร้อยปีกลับเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ นางพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนที่ทั้งสองจะช่วยกันคลี่ม้วนบันทึกโบราณแผ่นนั้นออก
อักขระโบราณสีทองเรืองรองปรากฏขึ้นทีละตัว ราวกับดวงดาวนับพันบนท้องนามยามราตรีที่ถูกร้อยเรียงขึ้นมา เนื้อความในบันทึกเริ่มต้นด้วยลายมืออันทรงพลังและดุดัน...
*“...ณ ห้วงเวลาที่แดนมนุษย์และแดนเซียนยังไม่แบ่งแยก มารสวรรค์บรรพกาลจุติลงยังโลกหล้า เพื่อกลืนกินรากแก้วแห่งฟ้าดิน มารดาแห่งปวงเซียนจึงใช้โลหิตครึ่งหนึ่งของตน หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณแห่งเหมันต์นิรันดร์ ให้กำเนิดทารกน้อยผู้หนึ่งนามว่า ‘จิวหลิง’ นางมิใช่เพียงผู้บำเพ็ญเพียร แต่นางคือ ‘กุญแจ’ ที่ค้ำจุนสมดุลแห่งสามภพ ผู้ใดครอบครองนาง ผู้นั้นย่อมกุมชะตากรรมของจักรวาลไว้ในกำมือ...”*
หลี่มู่เหวินขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบกวาดอ่านบรรทัดถัดไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งอ่าน โทสะในใจก็ยิ่งลุกโชนดั่งเพลิงกัลป์
*“...ทว่า ชะตาของนางถูกกำหนดไว้ให้แบกรับความโดดเดี่ยว เมื่ออายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ พลังเหมันต์แท้จริงในร่างจะตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ และในขณะเดียวกัน มันจะดึงดูด ‘ราชันมารโลหิต’ ผู้หลับใหล ให้ตื่นขึ้นมาเพื่อสูบกินวิญญาณของนาง หากไม่ต้องการให้โลกหล้าล่มสลาย มีเพียงหนทางเดียว... คือการหลอมละลายหัวใจของนางด้วยความรักอันเด็ดเดี่ยวจาก ‘ผู้ใช้กระบี่ที่ตัดขาดสะพานสวรรค์’ หรือไม่ก็ต้องสังหารนางเสียด้วยกระบี่เล่มเดียวกัน เพื่อผนึกพลังมารไว้ตลอดกาล...”*
สิ้นสุดอักษรตัวสุดท้าย บันทึกแผ่นนั้นก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเถ้าธุลีสีทอง ลอยละลิ่วหายไปในอากาศ ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วทั้งถ้ำศิลา มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนทั้งสอง
ความจริงปรากฏแล้ว... ตัวตนของจิวหลิงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือน้ำมือของสวรรค์ที่สร้างนางขึ้นมาเพื่อเป็นทั้งความหวังและหายนะ และที่สำคัญที่สุด หนทางรอดของนาง... มีเพียงการให้หลี่มู่เหวิน "สังหาร" นางด้วยกระบี่ของตนเอง เพื่อปกป้องโลกหล้า!
จิวหลิงหลับตาลงช้าๆ หยาดน้ำตาใสไหลรินจากหางตาลงมาสัมผัสแก้ม นางยิ้มเยาะให้กับชะตากรรมของตนเอง
"เจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม มู่เหวิน... สวรรค์ลิขิตให้ข้าเกิดมาเพื่อเป็นภาระ และลิขิตให้เจ้าต้องเลือก ระหว่างปกป้องโลกหล้า... หรือปกป้องข้า" นางเอ่ยเสียงสั่นเครือ เป็นครั้งแรกที่นางดูอ่อนแอราวกับหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง
หลี่มู่เหวินไม่ตอบคำ เขาแค่นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ทว่าเยือกเย็นเสียจนอุณหภูมิในถ้ำลดฮวบลงจนกลายเป็นน้ำแข็ง เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววทระนงองอาจที่แม้แต่เงาของสวรรค์ก็ยังต้องเกรงกลัว
"สวรรค์งั้นหรือ? ชะตากรรมงั้นหรือ?" หลี่มู่เหวินก้าวเข้าไปประชิดตัวนาง วงแขนแข็งแรงรวบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างเด็ดขาด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง "ข้า... หลี่มู่เหวิน ผู้นี้ ไม่เคยเชื่อฟังคำสั่งของผู้ใด แม้แต่เงาของสวรรค์ หากมันบังคับให้ข้าต้องเลือกเจ้าเพื่อแลกกับโลกหล้า... ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้ สับฟันฟ้าดิน คว่ำมหาสมุทร และทำลายมันให้สิ้นซาก!"
ยังไม่ทันที่จิวหลิงจะได้เอ่ยท้วงสิ่งใด พื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง ราวกับภูเขาถล่ม!
ผนังศิลาแกร่งด้านนอกระเบิดออกเป็นจุลเศษหินปลิวว่อน ท่ามกลางฝุ่นตลบอบอวล เงาร่างนับร้อยในชุดเกราะสีดำทมิฬ แผ่ไอสังหารเข้มข้นจนท้องฟ้าด้านนอกเปลี่ยนเป็นสีเลือด พร้อมกับเสียงหัวเราะก้องกังวานที่สะเทือนไปทั่วทั้งขุนเขา
"ฮ่าๆๆๆ! ในที่สุดบันทึกก็ถูกเปิดออก... ราชันมารโลหิตตื่นแล้ว! ส่งตัว 'เซียนหิมะจิวหลิง' มาให้เราเสียโดยดี มิฉะนั้น ศิษย์สำนักกระบี่ของพวกเจ้าทั้งหมด... จะไม่เหลือแม้แต่เศษกระดูก!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และโลดแล่นอยู่ในยุทธภพอันเหน็บหนาวและงดงามนี้เคียงข้างกันเสมอมานะครับ
กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า•ตอนที่ 17
บันทึกที่สาบสูญ
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!