กาน้ำชาเคลือบหยกในมือของไป๋เฉิงจื้อสั่นระริกเล็กน้อย หยดน้ำชาสีอำพันกระเซ็นเปรอะเปื้อนโต๊ะไม้เนื้อหอม ทว่าไม่มีใครใส่ใจกับความเสียหายนั้น สายตาทุกคู่ภายในห้องโถงประชุมลับของสำนักพันธมิตรยุทธภพต่างพากันจับจ้องอยู่ที่บุรุษชุดคลุมสีครามเข้มผู้ยืนนิ่งดั่งรูปสลักหินผา
หัวใจของหลี่มู่เหวินกระตุกวูบ ประโยคนั้น... คำว่า "หลานชายของคนทรยศ" สั่นคลอนปมในอดีตที่เขาฝังไว้ก้นบึ้งหัวใจทันที!
ความเงียบงันเข้าปกคลุมราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็ง ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างของหลี่มู่เหวินโดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่จิตสังหารอันดุร้าย แต่เป็นความเย็นชาที่ไร้ก้นบึ้ง ราวกับห้วงสมุทรลึกในยามราตรีที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์
"เจ้าพูดว่ากระไรนะ..." น้ำเสียงของหลี่มู่เหวินต่ำทุบ ลึกล้ำ และก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคน ราวกับเสียงคำรามแผ่วเบาของพายุก่อนจะโหมกระหน่ำ
ไป๋เฉิงจื้อ ผู้อาวุโสแห่งสำนักพันธมิตรผู้มีใบหน้าเปี่ยมด้วยคุณธรรมจอมปลอมในยามปกติ บัดนี้กลับมีเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามฝืนยبرสยิ้มแห้งแล้งเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก
"มู่เหวิน... เจ้าอย่าได้เข้าใจผิด ข้าเพียงแต่..."
"ข้าถามว่า เมื่อครู่เจ้าพูดถึงผู้ใด!"
เคร้ง!
เสียงคมกระบี่กระทบฝักดังขึ้นเพียงเสี้ยววินาที แต่กลับทรงพลังราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ประกายกระบี่สีครามสว่างวาบขึ้นในความสลัวของห้องโถง แรงกดดันมหาศาลจากเคล็ดวิชากระบี่เดียวดายแผ่พุ่งเข้ากดทับร่างของไป๋เฉิงจื้อจนเข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
นี่คือพลังของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ ผู้ซึ่งไม่เคยเกรงกลัวต่ออำนาจใดในใต้หล้า!
"พอได้แล้ว หลี่มู่เหวิน!"
เสียงทรงอำนาจดังขึ้นพร้อมกับพลังปราณสายหนึ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะเพื่อสลายแรงกดดัน เจ้าสำนักพรรคกระบี่อุดมการณ์ 'เฟิงเทียนเจี้ยน' ก้าวออกมายืนขวางระหว่างทั้งสอง สีหน้าของเขาเคร่งเครียด ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองหลี่มู่เหวินอย่างไม่ยอมแพ้
"ที่นี่คือห้องประชุมลับของสำนักพันธมิตร เพื่อหารือแผนการรับมือพมารecอสูรโลหิต เจ้ากล้าชักกระบี่ใส่พวกเดียวกันเองอย่างนั้นหรือ? หรือว่า... สิ่งที่ไป๋เฉิงจื้อพูดจะเป็นความจริง เจ้ามีความเกี่ยวข้องอันใดกับผู้อาวุโสหลี่ผู้ทรยศเมื่อยี่สิบปีก่อนกันแน่!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องโถงพลแปรเปลี่ยนเป็นคุกคามทันที สายตาของเหล่าผู้อาวุโสและประมุขพรรคต่างๆ ที่เคยชื่นชมและเกรงใจหลี่มู่เหวิน บัดนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเคลือบแคลงสงสัย ระแวดระวัง และเย็นชา
ในยุทธภพนี้ "คนทรยศ" คือตราบาปที่ไม่มีวันลบเลือน ผู้ใดที่มีสายเลือดเกี่ยวข้อง ย่อมไม่ต่างอะไรกับงูพิษที่เลี้ยงไม่كت
หลี่มู่เหวินไม่แม้แต่จะชายตามองเจ้าสำนักเฟิงเทียนเจี้ยน ดวงตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องไปที่ไป๋เฉิงจื้อราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อในกรง มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น
"คนทรยศงั้นหรือ..." หลี่มู่เหวินทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับแฝงไว้ด้วยคลื่นใต้น้ำอันน่าสะพรึงกลัว "อาจารย์ของข้าสละชีพเพื่อปกป้องยุทธภพ แต่พวกเจ้า... กลับฉีกทึ้งเกียรติยศของเขาหลังจากเขาตาย ป้ายความผิดให้ผู้บริสุทธิ์เพื่อปกปิดความเน่าเฟะของพวกเจ้าเอง ช่างเป็น 'มิตรภาพ' ที่น่าขันสิ้นดี!"
"เหลวไหล!" ไป๋เฉิงจื้อแผดเสียงตวาดเพื่อเรียกความกล้า "หลักฐานตำราลับสำนักยุทธ์ร้อยลี้ถูกพบในห้องพักของเขาก่อนที่เขาจะหลบหนีไป เรื่องนี้คนทั้งยุทธภพต่างรู้เห็นเป็นพยาน หลี่มู่เหวิน แม้เจ้าจะเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยกำจัดมารโลหิตเมื่อคราวก่อน แต่ใช่ว่าเจ้าจะมีสิทธิ์มากล่าวหาพวกเราอย่างไร้หลักฐาน!"
หลี่มู่เหวินนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อย
ถูกต้อง... หลักฐานชิ้นนั้น สิ่งที่ทำให้อาจารย์ของเขาต้องตายอย่างอยุติธรรม และทำให้เขาต้องใช้ชีวิตอยู่บนเส้นทางแห่งความโดดเดี่ยวมาตลอดหลายปี ทว่า บัดนี้ เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของกองกำลังพมารecอสูรโลหิต ไปจนถึงข่าวกรองที่รั่วไหลอย่างแม่นยำทุกครั้ง...
มิตรเก่าที่นั่งร่วมโต๊ะหารือเคียงบ่าเคียงไหล่มาตลอด แท้จริงแล้วคือหนอนบ่อนไส้ผู้ขายวิญญาณให้กับมาร!
"หลักฐานงั้นหรือ..." หลี่มู่เหวินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "สิ่งที่พวกเจ้าเรียกว่าหลักฐาน เป็นเพียงกระดาษแผ่นเดียวที่ถูกเขียนขึ้นจากความโลภของพวกสุนัขรับใช้สำนักมารต่างหาก!"
"เจ้าเด็กสามห้าว! รนหาที่ตาย!" เจ้าสำนักเฟิงเทียนเจี้ยนบันดาลโทสะ ฝ่ามือซัดออกเป็นคลื่นปราณกระบี่อัคคีพุ่งตรงเข้าใส่หลี่มู่เหวินทันที หมายสั่งสอนความเย่อหยิ่งของจอมยุทธ์หนุ่มผู้นี้
ตูม!
แรงปะทะรุนแรงจนเสาหินสลักลายมังกรภายในห้องโถงสั่นสะเทือน ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว ทว่าเมื่อควันจางลง ภาพที่ปรากฏกลับทำให้ทุกคนต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
หลี่มู่เหวินยังคงยืนอยู่ที่เดิม ปลายฝักกระบี่ของเขาจรดอยู่กับพื้นเบื้องหน้า ปราณกระบี่สีครามบริสุทธิ์ก่อตัวเป็นเกราะคุ้มกันรูปดอกบัวน้ำแข็งสลายการโจมตีของเจ้าสำนักเฟิงเทียนเจี้ยนได้อย่างไร้ร่องรอย และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ... ไอเย็นจากปราณของเขาทำให้พื้นห้องโถงรอบรัศมีส้าวจ้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา
นี่คือขอบเขตพลังที่แท้จริงของเขาหรือ? เหนือกว่าที่คาดการณ์ไว้มากนัก!
ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด ประตูหินบานใหญ่ของห้องโถงก็ถูกระเบิดออกเป็นจุลด้วยแรงกระแทกภายนอก!
เศษหินและฝุ่นละอองปลิวว่อน พร้อมกับกลิ่นอายโลหิตที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทุกคนหันขวับไปมองยังทางเข้าด้วยความตกใจ
ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะโปรยปราย ก้าวเดินผ่านม่านฝุ่นเข้ามาอย่างช้าๆ ใบหน้างดงามล่มเมืองไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นเย็นชาและดุดันราวกับพญาหงส์ผู้สูงส่งเหนือโลกหล้า ในมือเรียวบางถือกระบี่น้ำแข็งที่ยังคงหยดหยาดเลือดสดๆ ลงสู่พื้นทีละหยด...
เซียนหิมะจิวหลิง!
นางปรากฏตัวขึ้น ณ ที่แห่งนี้ได้อย่างไร? และกลิ่นอายโลหิตที่ติดตัวนางมา... เป็นของใครกัน?
สายตาคู่คมกริบของนางกวาดมองเหล่าผู้อำนวยการสำนักพันธมิตรทีละคน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หลี่มู่เหวิน นางขยับริมฝีปากบางเบา เอ่ยวาจาราวกับประกาศิตจากสวรรค์ที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นหยุดหายใจ
"ไม่ต้องเสียเวลาหาหนอนบ่อนไส้จากพวกมันหรอ... มู่เหวิน"
จิวหลิงสะบัดมือเบาๆ ศีรษะของชายชุดดำผู้หนึ่งกลิ้งหลุนๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าของไป๋เฉิงจื้อ ใบหน้านั้น... คือรองหัวหน้าหน่วยข่าวกรองลับของสำนักพันธมิตรผู้หายตัวไปเมื่อวานนี้เอง!
"เพราะสุนัขรับใช้ตัวจริง... กำลังยืนอยู่ข้างหลังเจ้าต่างหากล่ะ"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และโลดแล่นอยู่ในยุทธภพอันเหน็บหนาวและงดงามนี้เคียงข้างกันเสมอมานะครับ
กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า•ตอนที่ 16
รอยร้าวในสำนักพันธมิตร
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!