กลิ่นอายโลหิตและสนิมเหล็กคละคลุ้งไปทั่วศาลาแปดเหลี่ยมร้างกลางหุบเขาอสูรทมิฬ ลมปราณรอบกายของหลี่มู่เหวินแปรเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มข้นจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดเล็กพัดโหมกระหน่ำเศษใบไม้และฝุ่นผงให้ลอยเคว้งคว้าง นัยน์ตาสีครามฉายแววสังหารที่ดุร้ายดั่งพายุคลั่ง ยามเมื่อสาสลับอักษรโลหิตฉบับนั้นถูกบดขยี้จนแหลละเอียดคามือของเขา ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
"พวกมันช่างกล้าหาญนัก..."
น้ำเสียงของหลี่มู่เหวินต่ำทุบ กังวานดั่งเสียงคำรามของมังกรหลับไหลที่ถูกปลุกให้ตื่นจากห้วงนิทรา มือหนาของเขาเลื่อนไปกุมด้ามกระบี่ข้างกายทันที แรงกดดันจากเคล็ดวิชากระบี่เดียวดายแผ่ซ่านออกไปจนบรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว รอยร้าวรานปรากฏขึ้นบนพื้นหินศิลาตามแรงอาฆาตที่พรั่งพรูออกมา
ในมุมมืดของศาลา ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปรายกำลังยืนนิ่งสนิท นางคือเซียนหิมะจิวหลิง นางเซียนผู้สูงส่งและเย็นชาต่อหล้า ทว่าในยามนี้ แววตาคู่คมกลับทอประกายความไหววับวูบหนึ่ง นางมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายมาเนิ่นนานกลับสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
"มู่เหวิน..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นแผ่วเบาราวกับสายลมหนาว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้น "สาส์นฉบับนั้น... มันหมายความว่าอย่างไร"
หลี่มู่เหวินไม่หันกลับไปมองทันที เขายังคงจดจ้องไปยังทิศทางเบื้องหน้า ทิศที่สำนักมารโลหิตตั้งอยู่
"พวกมันต้องการตัวเจ้า..." เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ "สำนักมารโลหิตกำลังเตรียมจัดพิธีบูชาโลหิตหมื่นศตวรรษในคืนจันทร์ดับสัปดาห์หน้า และพวกมันระบุเจาะจงว่า 'กายาเซียนบริสุทธิ์' เช่นเจ้า คือเครื่องสังเวยชิ้นสุดท้ายที่จะใช้ทะลวงขอบเขตพลังมารขั้นสิบ"
คำพูดนั้นทำให้จิวหลิงนิ่งเงียบไป นางย่อมรู้ดีว่าพลังปราณบริสุทธิ์ในกายของนางเป็นที่หมายปองของผู้ฝึกวิชาฝ่ายมารมาตลอดหลายร้อยปี แต่นางไม่เคยคิดเลยว่า พวกมันจะกล้าใช้แผนการใหญ่ถึงเพียงนี้เพื่อล่อให้นางและหลี่มู่เหวินเดินเข้าสู่ค่ายกลมรณะ
"พวกมันรู้ว่าเจ้าจะต้องติดตามข้ามา..." จิวหลิงก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวนางลอยละليไปตามสายลม "นี่คือ 'แผนล้อมเว่ยช่วยจ้าว' อย่างแท้จริง พวกมันจงใจเปิดเผยเบาะแส เพื่อให้เจ้าใช้ความโกรธเกรี้ยวพุ่งตรงไปติดกับดักที่พวกมันวางไว้ที่หุบเขาโลหิตอสูร"
"ต่อให้รู้ว่าเป็นหลุมพราง แล้วอย่างไรเล่า?"
หลี่มู่เหวินหันกลับมาเผชิญหน้านัยน์ตาคมกริบดั่งคมกระบี่จ้องมองนางอย่างลึกซึ้ง มุมปากของเขาหยักยิ้มเย้ยหยันฟ้าดิน "ในเมื่อพวกมันกล้าเอาชีวิตของเจ้ามาเป็นเดิมพัน ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้... ตัดศีรษะของเจ้าสำนักมารโลหิตมาสังเวยบูชาความอวดดีของพวกมัน!"
คำกล่าวนั้นทรงพลังและเด็ดเดี่ยวจนจิวหลิงแทบหยุดหายใจ นางจ้องมองใบหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยความทะนงตนและความเด็ดเดี่ยวของเขา ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอก นางเป็นเซียนผู้เย็นชาผู้คนต่างหวาดกลัวและยำเกรง แต่มีเพียงบุรุษผู้นี้... ผู้ที่พร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกและท้าทายกับยุทธภพทั้งยุทธภพเพื่อปกป้องนาง
"เจ้าช่าง... ดื้อรั้นเสียจริง" จิวหลิงทอดถอนหายใจเบาๆ ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่งดงามราดอกเหมยแย้มบานท่ามกลางหิมะโปรย ซึ่งมีเพียงหลี่มู่เหวินเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้ยลโฉม "ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะเดินเข้าสู่แดนมิคสัญญี ข้าไหนเลยจะยอมให้เจ้ารับศึกนี้เพียงลำพัง ชีวิตนี้ของจิวหลิง... มอบให้เจ้าไปนานแล้ว"
หลี่มู่เหวินชะงักไปเล็กน้อยยามได้ยินคำพูดนั้น ความรู้สึกอุ่นซ่านไหลผ่านหัวใจที่ด้านชาจากปมการตายของอาจารย์ มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบของนางไว้แน่น ถ่าย
ทอดพลังปราณอุ่นร้อนเข้าไปเพื่อขับไล่ไอเย็น "ถ้าเช่นนั้น... เราจะไปเยือนสำนักมารโลหิตด้วยกัน ให้เลือดของพวกมันล้างมลทินที่บังอาจมาแตะต้องเจ้า!"
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังเปี่ยมล้นไปด้วยความผูกพันอันลึกซึ้ง ทันใดนั้นเอง!
*เปรี้ยง—!*
ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เคยไร้เมฆหมอกกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว สายฟ้าสีม่วงเข้มฟาดผ่าลงมาตรงกลางลานศาลาห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่เพียงสิบก้าว แรงระเบิดทำให้พื้นศิลาแหลกละเอียดเป็นจุล!
เศษหินและฝุ่นควันยังไม่ทันจางหาย เงาร่างนับร้อยในชุดคลุมสีดำสนิทปักลวดลายหัวกะโหลกสีเลือดก็ปรากฏกายขึ้นล้อมรอบศาลาแปดเหลี่ยมไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นอายมารอันชั่วร้ายแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทิศทาง ปิดกั้นเส้นทางหนีทีไล่จนหมดสิ้น
ตรงหน้าสุดของกลุ่มคนชุดดำ คือบุรุษร่างสูงใหญ่ สวมหน้ากากครึ่งซีก ใบหน้าอีกครึ่งเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัว ในมือถือเคียวโลหิตขนาดมหึมาที่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณนับพัน
"หลี่มู่เหวิน! เซียนหิมะจิวหลิง!" เสียงแหบพร่าดั่งภูตผีดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา "พวกเจ้าไม่ต้องลำบากเดินทางไปหาพวกเราหรอก... เพราะในวันนี้ 'ค่ายกลโลหิตหมื่นวิญญาณ' จะถูกเปิดฉากขึ้น ณ ที่แห่งนี้ และพวกเจ้า... คือผู้สังเวยรายแรก!"
หลี่มู่เหวินหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างจนถึงขีดสุด เขาไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มือขวาค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสด้ามกระบี่ข้างกายอีกครั้ง...
*แกร๊ก...*
เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังขึ้นเพียงครึ่งนิ้ว แต่กลับสะท้านสะเทือนขวัญของผู้ฝึกวิชาฝ่ายมารนับร้อยชีวิตจนต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ
มังกรครามท่องภพ
กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า•ตอนที่ 14
แผนร้ายของสำนักมาร
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!