โลหิตสีชาดหยดลงกระทบพื้นหินผา เกิดเป็นเสียงสะท้อนก้องกังวานดั่งเสียงถอนหายใจของกาลเวลา
"เจ้ายังช้าไปสามลมหายใจ..."
น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของจิวหลิง นางยืนอยู่บนชะงักผาสูงชัน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยรอยเปื้อนของคราบเลือด ทว่าแผ่นหลังของนางยังคงเหยียดตรง ดุจดั่งยอดเขาหิมะที่ไม่เคยยอมสยบต่อพายุร้ายเบื้องล่าง
หลี่มู่เหวินปัดหยาดโลหิตที่เปรอะเปื้อนข้างแก้มออกด้วยหลังมือ ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองไปยังเบื้องล่าง ที่ซึ่งเงาร่างนับร้อยกำลังพุ่งทะยานขึ้นมาตามไหล่เขาอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ จนแม้แต่หมู่เมฆยังต้องหลีกทางให้
"หากข้าเร็วกว่านี้สามลมหายใจ คนที่จะนอนกองอยู่ตรงนั้น คงไม่ใช่พวกมัน... แต่เป็นเจ้าที่ต้องมารับกระบี่แทนข้า" หลี่มู่เหวินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ความเย่อหยิ่งทระนงในวิถีกระบี่ไม่เคยเจือจางลงแม้ในยามวิกฤต ร่างกายของเขาร้อนระอุด้วยโลหิตมังกรที่กำลังเดือดพล่านจากการทะลวงขอบเขตพลังเมื่อค่ำคืนก่อน
เบื้องหลังของพวกเขาทั้งสองคือหน้าผาไร้ก้นบึ้ง นามว่า 'เหวล้างวิญญาณ' สถานที่ซึ่งไม่มีผู้ใดเคยรอดชีวิตหากตกลงไป เบื้องหน้าคือเหล่ามือสังหารจากนิกายโลหิตทมิฬที่นำโดยผู้อาวุโสสี่ ผู้ถือครองกระบี่อัคคีโลหิตอันลือลั่น
"นายน้อยหลี่... ท่านหนีไม่พ้นแล้ว ยอมมอบคัมภีร์กระบี่ไร้เงาและตัวนางเซียนผู้นั้นมาแต่โดยดี ข้าจะละเว้นความตายให้แก่พวกท่าน... อย่างน้อยก็ให้เหลือร่างไร้วิญญาณกลับไปฝังอย่างสมเกียรติ!" เสียงหัวเราะเยาะหยันดังสะท้อนก้องหุบเขา ผู้อาวุโสสี่ก้าวออกมาจากแถวหน้า รัศมีพลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งกดทับจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
จิวหลิงขมวดคิ้วมุ่น ความเย็นชาในแววตาฉายแววสังหาร นางขยับตัวเล็กน้อยเพื่อยืนเคียงข้างบุรุษหนุ่ม แม้ร่างกายจะบอบช้ำจากการฝืนใช้เคล็ดวิชาเซียนน้ำแข็งเพื่อคุ้ม
ครองเขาเมื่อยามค่ำคืน แต่กระบี่หิมะในมือของนางยังคงเปล่งประกายแสงสีครามคมกริบ
"หนอนแมลงกล้าดีอย่างไรมาเห่าหอนต่อหน้ากระบี่ของข้า" หลี่มู่เหวินกล่าวเบาๆ แต่น้ำเสียงกลับทรงพลังดั่งอสุนีบาตฟาดฟ่า มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่มั่น
ทันใดนั้นเอง ลูกศรอาบยาพิษนับพันดอกก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาดั่งห่าฝน มือสังหารเบื้องล่างไม่คิดจะเจรจาตั้งแต่แรก พวกมันเลือกใช้วิธีที่เด็ดขาดที่สุดเพื่อปิดฉากเหยื่อ
"ระวัง!" จิวหลิงอุทานเบาๆ ร่างบางพุ่งทะยานเข้าไปเบื้องหน้า ปลายกระบี่หมุนวนสร้างม่านพลังน้ำแข็งหนาทึบขึ้นต้านทานห่าฝนลูกศร เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว เศษน้ำแข็งและประกายไฟแตกกระจายราวดอกไม้ไฟมรณะ
ทว่า พลังของมือสังหารนับร้อยหาได้มีเพียงเท่านี้ แรงกดดันมหาศาลจากผู้อาวุโสสี่พุ่งทะยานเข้าประชิดตัวในพริบตาเดียว ดาบอัคคีโลหิตฟาดฟันลงมาดั่งสายฟ้าฟาด หมายผ่าร่างของทั้งสองให้ขาดเป็นสองท่อนในคราเดียว
"หลบไป!" หลี่มู่เหวินคำรามลั่น แรงผลักอันทรงพลังจากฝ่ามือของเขาซัดจิวหลิงให้ถอยร่นไปด้านหลัง ขณะที่ตัวเขาเองก้าวเท้าสวนทางพายุ ดึงกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่ง!
*ฉึบ!*
ประกายกระบี่สีครามตัดผ่านความมืดมิดดั่งเส้นด้ายแห่งโชคชะตา พลังปราณกระบี่ที่หลอมรวมจากความแค้นและความทะนงตนระเบิดออก ร่างของมือสังหารแถวหน้าที่พุ่งเข้ามาถูกแรงกระแทกกระเด็นถอยหลังไปพร้อมกับโลหิตที่พวยพุ่งเป็นสาย
ทว่า แรงสะท้อนกลับทำให้หลี่มู่เหวินกระอักเลือดออกมาคำโต แขนขวาของเขาชาด้าน กระดูกซี่โครงร้าวระบม การฝืนใช้เคล็ดวิชาขั้นสูงในยามที่ร่างกายยังบาดเจ็บสาหัสคือการกระทำที่ใกล้เคียงกับการฆ่าตัวตายยิ่งนัก
"เจ้าคนบ้า!" จิวหลิงพุ่งเข้ามาประคองร่างของเขาไว้ทันท่วงที กลิ่นอายหอมเย็นบริสุทธิ์จากกายของนางปะทะเข้ากับจมูก ทว่าในยามนี้ไม่มีเวลาให้ดื่มด่ำกับความอ่อนโยน แววตาของนางที่มองเขามีทั้งความโกรธเกรี้ยวและความห่วงใยที่ปิดไม่มิด "อยากตายนักหรือไง!"
"ถ้าข้าตาย... ใครจะปกป้องนางเซียนผู้เย็นชาเช่นเจ้าบนโลกนี้กันเล่า?" หลี่มู่เหวินแย้มยิ้มเยาะหยัน แม้ใบหน้าจะซีดเผือดไร้สีเลือด สายตายังคงทอดมองไปยังเบื้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
ผู้อาวุโสสี่สีหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ายังมีชีวิตอยู่หลังจากรับกระบี่ของตน "ปากกล้าดีนี่! งั้นก็ลองรับกระบวนท่านี้ดูว่าพวกเจ้าจะยังปากดีได้อีกหรือไม่!"
ฝ่ามือเพลิงโลหิตถูกยกขึ้น ท้องฟ้าเหนือหุบเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจนหิมะบนยอดผาละลายกลายเป็นไอเดือดระอุ พลังที่รวบรวมไว้กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อทำลายล้างทุกสิ่งในรัศมีร้อยลี้
หลี่มู่เหวินสูดลมหายใจเข้าลึกถึงขีดสุด เขารู้ดีว่าหากปะทะตรงๆ ในยามนี้ มีแต่ต้องตายด้วยกันทั้งคู่ ไม่มีหนทางชนะอย่างแน่นอน ทางเดียวที่จะรอดคือการเดิมพันด้วยสิ่งที่ไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อน
"จับมือข้าไว้!" หลี่มู่เหวินหันไปสบตากับจิวหลิง
นางเซียนสาวชะงักไปชั่วลมหายใจ ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว นางยื่นมือเรียวงามออกไปกุมมือหนาของเขาไว้แน่นโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาซึมซาบเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน
"กระโดด!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างทั้งสองก็ทิ้งตัวดิ่งลงสู่เหวล้างวิญญาณเบื้องล่างทันทีท่ามกลางเพลิงโลหิตที่ระเบิดไล่หลังมาอย่างเฉียดฉิว เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของผู้อาวุโสสี่ดังสะท้อนก้องตามหลังมา ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกลืนหายไปในความมืดมิดของหุบเหว
ภายในความมืดมิดที่ร่วงหล่นลงมาด้วยความเร็วสูง สายลมกรีดแทื้อผิวเนื้อราวนับพันใบมีด หลี่มู่เหวินใช้มือซ้ายตวัดกระบี่เสียบเข้ากับผนังผาเพื่อชะลอความเร็ว ประกายไฟสارتระยิบระยับไปตามแนวหิน ทว่าแรงดึงดูดของเหวล้างวิญญาณกลับรุนแรงเกินกว่าจะต้านทานไหว
*ตึง!*
พวกเขาร่วงหล่นกระแทกเข้ากับโขดหินขนาดใหญ่ภายในถ้ำลับแห่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ครึ่งทางของหน้าผา หลี่มู่เหวินใช้ร่างกายของตนเองเป็นเบาะรองรับแรงกระแทกให้กับจิวหลิง ทำให้เขากระอักเลือดออกมาอีกคำใหญ่จนสติเกือบดับวูบ
ถ้ำแห่งนี้เงียบสงบและมืดมิด มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ดังสะท้อนเป็นจังหวะ และกลิ่นอายโบราณที่กดทับจนวิญญาณต้องสั่นสะท้าน
หลี่มู่เหวินหอบหายใจถี่กระชั้น นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ โดยมีจิวหลิงทับอยู่ด้านบน นางรีบยันกายขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าที่มักจะไร้ความรู้สึกบัดนี้กลับตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด นางรีบหยดโอสถวิเศษลงบนปากของเขา พร้อมกับโคจรพลังปราณเซียนเพื่อช่วยรักษาอาการบาดเจ็บ
"เจ้า... ทำไมต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อข้าด้วย?" จิวหลิงเอמהถามเสียงสั่นเล็กน้อย แววตาที่มองเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเย็นชาทั้งหมดได้มลายหายไป เหลือเพียงสตรีผู้หนึ่งที่กำลังหวาดกลัวว่าจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไป
หลี่มู่เหวินฝืนยิ้มมุมปาก มือข้างที่สั่นเทายื่นไปสัมผัสปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มของนางแผ่วเบา
"เพราะข้าบอกแล้วไง... ว่าข้าจะปกป้องเจ้า... แม้ต้องแลกด้วย..."
ยังไม่ทันที่ประโยคจะจบลง พื้นถ้ำเบื้องล่างก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่หลับใหลมานับหมื่นปีถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
แสงสว่างสีทองเจิดจ้าสาดส่องขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นถ้ำ พร้อมกับจิตสังหารอันเก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่าผู้อาวุโสสี่นับร้อยเท่านำพาให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดกักค้าง
และในวินาทีนั้นเอง เงาร่างโปร่งแสงของกระบี่โบราณเล่มหนึ่งก็ค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากใจกลางรอยแยก พร้อมกับเสียงกระซิบอันเย็นเยียบที่ดังขึ้นก้องในโสตประสาทของคนทั้งสอง
— "ผู้ใด... กล้าบังอาจรบกวนการจำศีลของข้า?"
มังกรครามท่องภพ (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่นี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ)
กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า•ตอนที่ 4
พันธสัญญาแห่งกระบี่
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!