สามวันผ่านไป กันต์กลับมาที่โต๊ะเดิมอีกครั้ง และครั้งนี้เขามาถึงก่อนฉัน เขายิ้มทักทายเมื่อฉันเดินเข้ามา ฉันพยักหน้าตอบและนั่งลงที่ที่เดิมของตัวเอง เรายังคุยกันน้อยนิด แต่ความคุ้นเคยเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ เหมือนต้นไม้ที่ค่อยๆ แตกหน่อ
วันพฤหัสบดีของสัปดาห์ถัดไป เป็นวันที่แย่ที่สุดของเดือน ฉันทำแบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้คะแนนต่ำกว่ามาตรฐานที่ตั้งไว้มาก กลับมาที่โต๊ะประจำด้วยความทุกข์ใจ หยิบสมุดจดขึ้นมาพลิกดูแต่ไม่มีตัวอักษรไหนเข้าหัวเลย น้ำตาเริ่มคลอเบ้า แต่ฉันกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ ไม่อยากให้ใครเห็น โดยเฉพาะเขา
ฉันเอามือทาบหน้า พยายามหายใจเข้าออกให้สงบ จนกระทั่งเมื่อลดมือลงเพื่อจะหยิบดินสอ ก็พบกระดาษโน้ตสีพีชแผ่นเล็กๆ วางอยู่ข้างสมุดของฉัน มีลายมือตัวบรรจงเขียนไว้อย่างสวยงาม
✏️ "ไม่ต้องกดดันตัวเองมากไปนะครับ คะแนนไม่ได้วัดคุณค่าของคนเสมอไป พักสายตาสักนิด ดื่มน้ำหน่อย ยิ้มให้ตัวเองหน่อยนะครับ เพราะรอยยิ้มของเธอคือสิ่งที่ดูดีที่สุดแล้ว"
ฉันหันไปมองกันต์ทันที เขากำลังก้มหน้าอ่านหนังสือเหมือนเดิม แต่หูของเขาแดงก่ำชัดเจน ฉันถือกระดาษแผ่นนั้นไว้แนบ อก น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาแต่คราวนี้ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเศร้า แต่เป็นน้ำตาแห่งความประทับใจ ไม่มีใครเคยพูดแบบนี้กับฉันมาก่อน ไม่มีใครเคยมองข้ามตัวเลขและเห็นตัวตนของฉันเหมือนที่เขาทำ ฉันซับน้ำตาแล้วยิ้มออกมา ยิ้มที่จริงใจที่สุดในรอบหลายเดือน เขาเงยหน้ามองมา ดวงตาสว่างใสเมื่อเห็นฉันยิ้ม และในวันนั้น ฉันรู้ว่า... โลกของฉันไม่ได้มีแค่หนังสืออีกต่อไปแล้ว