"ถ้าคุณยังเอานิ้วจิ้มแฟ้มคดีฆาตกรรมปีศาจตู้เย็นนั่นโดยไม่ใส่ถุงมืออีกครั้ง ฉันจะเย็บปากคุณติดกับปกรายงานซะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระคนเอือระอาดังขึ้นในห้องเก็บพยานหลักฐานที่อับชื้นและเย็นเยียบ พินทุ์ดันแว่นกรอบบางขึ้นด้วยหลังมือข้างที่สวมถุงมือยาง ดวงตากลมโตภายใต้เลนส์ใสคู่นั้นมองค้อนนักสืบสาวตัวแสบที่ยืนเท้าสะเอวทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่หน้าชั้นเหล็กสนิมเขรอะ
รินรดาไหวไหล่เบาๆ ส่งยิ้มกวนประสาทที่ทำให้อีกฝ่ายอยากจะปัดแฟ้มใส่หน้าสักที "โธ่ คุณหมอพินทุ์คะ จะซีเรียสไปทำไมคะเนี่ย ถุงมือยางหมดตะกร้าต่างหาก ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำรอยนิ้วมือปนเปื้อนลงไปในหลักฐานประวัติศาสตร์หรอกน่า"
"คำแก้ตัวของคนซุ่มซ่ามมักจะฟังไม่ขึ้นเสมอค่ะ"
พินทุ์ถอนหายใจยาว พลางก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาเพื่อแย่งแฟ้มสีน้ำเงินซีดออกจากมือเรียว จังหวะที่ปลายนิ้วของทั้งคู่เฉียดผ่านกันในความเงียบงันของห้องใต้ดิน รินรดากลับรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านผ่านผิวหนังจนต้องรีบชักมือกลับ พินทุ์ชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบหลุบมองเสี้ยวหน้าของคนปากดีที่ตอนนี้ยอมเงียบไปชั่วขณะ
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆ จากเสื้อกาวน์ของแพทย์นิติเวชผสมกับกลิ่นอายความเก่าเก็บของกระดาษ สร้างพื้นที่ส่วนตัวแปลกๆ ขึ้นมาท่ามกลางกองแฟ้มคดีนับพัน
"เอ่อ... แล้วตกลงแฟ้มนี้มันมีอะไรน่าสนใจนักหนาคะ คุณถึงทำหน้าเหมือนเจอผีตั้งแต่เปิดหน้าแรก" รินรดาแกล้งกระstิตเสียงเปลี่ยนเรื่อง กลบเกลื่อนความวูบไหวแปลกๆ ในอกด้วยท่าทีลอยหน้าลอยตา
พินทุ์ปรายตามองค้อนอีกรอบ ก่อนจะกางกระดาษแผ่นเหลืองกรอบที่ร่วงหล่นออกมาจากแฟ้มคดีเก่าคร่ำครึลงบนโต๊ะโลหะ "ไม่ใช่ผีค่ะ... แต่เป็นร่องรอยที่คุณไม่อยากเห็นแน่ๆ"
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือชี้ไปยังภาพถ่ายขาวดำใบเล็กที่ถูกหนีบไว้ด้วยลวดเย็บกระดาษขึ้นสนิม มันคือภาพของห้องพักนักศึกษาแพทย์แห่งหนึ่งเมื่อสิบปีก่อน บนโต๊ะอ่านหนังสือมีสมุดบันทึกปกหนังสีดำเล่มคุ้นตา วางเคียงข้างกับกรอบรูปครอบครัวที่ถูกกรีดด้วยของมีคมจนยับเยิน
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา เมื่อสายตาไล่ไปเห็นลายมือที่เขียนกำกับไว้ที่มุมภาพด้วยหมึกสีแดงเข้ม—ลายมือที่เธอจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือตัวเอง
*พินทุ์...*
"นี่มัน..." เสียงของนักสืบสาวขาดห้วงไป ดวง เบิกกว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองหน้าคนข้างๆ ที่ตอนนี้ใบหน้าเรียบเนียนกลับซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด "คุณหมอคะ นี่มันแฟ้มคดีของครอบครัวคุณเมื่อตอนนั้นเหรอคะ ทำไมมันถึงมาอยู่ในตู้เก็บพยานหลักฐานของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องปัจจุบันได้ล่ะ?"
พินทุ์ไม่ตอบ เธอกัดริมฝีปากแน่นจนแทบไม่มีสีเลือด มือที่สวมถุงมือยางสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปพลิกกระดาษแผ่นหลัง ภาพถ่ายอีกใบเผยให้เห็นข้อความที่ถูกเขียนด้วยปากกาเคมีสีดำตัวโต ซึ่งเป็น ลายมือเดียวกันกับข้อความขู่ฆ่าที่ทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุล่าสุด
*‘ความลับที่ฝังกลบ... กำลังจะถูกขุดคุ้ย’*
ความหนաբางของความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วห้อง พินทุ์หลับตาลงชั่ว ณะเพื่อควบคุมสติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดา แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชาและไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวที่ถูกเก็บกดไว้มานานหลายปี
"เพราะฆาตกรคนเดิม... กลับมาแล้วค่ะ" พินทุ์กระซิบเสียงแผ่วเบา น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยจนรินรดาต้องขยับเข้าไปใกล้เพื่อโอบไหล่บางนั้นไว้โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอยากปกป้องพวยพุ่งขึ้นมาแทนที่ความกวนประสาทเมื่อครู่
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ ออกมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเร่งรีบก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงเคาะประตูเหล็กดังปังๆ จนสะเทือน
"คุณพินทุ์! คุณรินรดา! อยู่ข้างในไหมครับ!" เสียงตะโกนของหมวดสารวัตรหนุ่มลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "รีบออกมาดูนี่เร็วครับ! เราเพิ่งเช็คกล้องวงจรปิดรอบตึกเมื่อนาทีที่แล้ว... มีคนเพิ่งวางกล่องพัสดุกรรมปริศนาไว้ที่หน้าประตูห้องแล็บของคุณพินทุ์ และบนกล่องนั้น... มีชื่อของคุณสองคนเขียนไว้ด้วยเลือดครับ!"
รินรดาและพินทุ์สบตากันทันที ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง เมื่อตระหนักได้ว่าพวกเธอไม่ได้กำลังไขคดีอยู่ฝ่ายเดียว... แต่กำลังถูกล่า
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอนและอันตรายทุกขณะนี้นะคะ ขอตัวไปเตรียมแฟ้มหลักฐานลับสำหรับตอนหน้าก่อนนะคะ!
เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน•ตอนที่ 4
เบาะแสที่ไม่ควรมีอยู่
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!