เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน•ตอนที่ 3

กาแฟขมกับมิตรภาพเปราะบาง

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"ถ้าคุณยังหยิบสไลด์ชิ้นนั้นด้วยมือเปล่าอีกครั้งเดียว ฉันจะถือว่าคุณจงใจทำลายหลักฐานคดีฆาตกรรม และจะเขียนรายงานส่งสารวัตรเพื่อถอดถอนคุณออกจากทีมสืบสวนคดีพิเศษในอีกห้าวินาทีนี้ค่ะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เรียบสนิทจนน่ากลัวดังขึ้นจากมุมห้องผ่าศพทันทีที่ปลายนิ้วของรินรดาเกือบจะสัมผัสโดนขอบกระจกสไลด์ที่คราบเลือดแห้งกรัง นักสืบสาวสะดุ้งสุดตัว ชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก หันขวับไปมองเจ้าของร่างสูงในเสื้อกาวน์สีขาวพราวระยับที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์สแตนเลส ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบคู่นั้นกำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาดุ ดุดัน และเต็มไปด้วยความรำคาญใจแบบไม่ปิดบัง รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ เธอถอนหายใจฟึดฟัดใส่ความเจ้าระเบียบระดับโรคจิตของแพทย์นิติเวชตรงหน้า "ฉันแค่จะดูว่ารอยร้าวนั่นเกิดจากมุมกระทบไหนต่างหากเล่าพินทุ์ คุณจะหวงของยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ไปถึงไหนคะเนี่ย นี่มันห้องเก็บพยานหลักฐานนะ ไม่ใช่คลังแสงประจำตัวคุณ" "และพยานหลักฐานชิ้นนี้มีมูลค่ามากพอที่จะทำให้ฆาตกรติดคุกตลอดชีวิต ไม่ใช่ของเล่นแก้เบื่อสำหรับนักสืบตกอับที่ชอบใช้ลางสังหรณ์มากกว่าสมองค่ะ" พินทุ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทำเอาคนฟังรู้สึกจี๊ดขึ้นมาถึงสมองกลีบหน้า ร่างเพรียวระหงก้าวเข้ามาใกล้ ช1มกลิ่นอายเย็นเยียบของน้ำยาฆ่าเชื้อและกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นที่ลอยมาจากแก้วกระดาษบนโต๊ะทำงานของเขา รินรดาจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตฉายแววพยศ แม้ในใจจะแอบยอมรับลึกๆ ว่าระบบระเบียบและการทำงานอย่างไร้ที่ติของพินทุ์คือสิ่งที่ช่วยชีวิตคดีของเธอมานักต่อนักแล้ว แต่ทิฐิและปากไวๆ ก็มักจะสั่งให้เธอสวนกลับก่อนที่สมองจะทันประมวลผลทุกที "ถ้าฉันใช้แต่ลางสังหรณ์ ป่านนี้คุณคงนั่งเหงาหงอยอยู่ในห้องเย็นนี่ไม่มีคดีให้ชันสูตรหรอกค่ะท่านอาจารย์หมอ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย จงใจก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายจนพินทุ์ต้องขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย แต่แววตาคู่คมกลับไม่ได้หลบเลี่ยงไปไหน แถมยังหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองสำรวจความดื้อรั้นที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าสวยคมของนักสืบสาว พินทุ์ถอนหายใจยาวนานราวกับกำลังอดทนอดกลั้นกับเด็กดื้อ เขายกแก้วกาแฟสีดำสนิทขึ้นจิบช้าๆ รสชาติขมจัดของอราบิก้าแท้สะท้อนความตึงเครียดในบรรยากาศระหว่างเขากับเธอได้เป็นอย่างดี "กาแฟแก้วนี้ขมพอกับนิสัยของคุณไหมรินรดา" "ห๊ะ?" รินรดาขมวดคิ้วมุ่นกับคำถามนอกเรื่องที่จู่ๆ ก็หลุดออกมาจากปากคนเคร่งขรึม "ฉันหมายถึง... ความพยายามที่จะทำความเข้าใจวิธีการทำงานของฉัน มันไร้สาระพอๆ กับการพยายามดื่มกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลนั่นแหละค่ะ ถ้าคุณไม่รู้จักเปิดใจยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า 'ความรอบคอบ' สำคัญกว่า 'ความอยากรู้อยากเห็น' คุณก็จะไม่มีวันตามฉันทัน" พินทุ์วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนของเหลวสีเข้มกระฉอกเล็กน้อย รินรดาโกรธจนหน้าดำคร่ำเครียด เธอไม่ได้โง่จนดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังสั่งสอนเธอผ่านการเปรียบเปรย แต่มันน่าหงุดหงิดตรงที่ทุกคำพูดของเขามันดัน 'ถูกต้อง' จนเธอเถียงไม่ออกนี่สิ! "แล้วฉันต้องทำยังไงคะ ถึงจะเรียกว่าเปิดใจตามแบบฉบับของคุณ?" รินรดาตัดสินใจเปลี่ยนท่าที จากการปะทะฝีปากมาเป็นการยื่นคำท้าทาย เธอก้าวเข้าไปใกล้จนแผ่นหลังของพินทุ์เกือบจะชิดติดกับชั้นวางอุปกรณ์นิติเวช ร่างสูงชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมไหววับเป็นประกายแปลกประหลาดเมื่อเงาของหญิงสาวทาบทับลงมาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จางๆ ที่เจืออยู่กับกลิ่นอายฝุ่นควันข้างนอก พินทุ์ก้มลงมองสบตาคนที่ใจกล้าบบุกเข้ามาในอาณาเขตของเขา แววตาเย็นชาเมื่อครู่เริ่มมีรอยร้าวบางๆ ปรากฏขึ้น ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้จังหวะการหายใจในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้เปลี่ยนไป ร่างสูงนิ่งเงียบไปหลายวินาทีราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำเอารินรดาใจกระตุกวูบ "อยากรู้จริงๆ หรือคะ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบaจนเกือบชิดริมฝีปากของเธอ พินทุ์ไม่ได้ถอยหนี แต่กลับเอื้อมมือเรียวยาวไปหยิบถุงมือยางสีขาวขึ้นมาสวมช้าๆ ทีละข้างอย่างใจเย็น สายตายังคงตรึงร่างของนักสืบสาวไว้ไม่ให้ขยับไปไหน "งั้นก็ตามฉันมานี่ค่ะ ยืนดูให้ดี แล้วใช้สมองคิดตาม อย่าใช้แค่อารมณ์" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวผิดจังหวะโดยไม่รู้สาเหตุ ไม่ใช่เพราะความกลัวศพตรงหน้า แต่เป็นเพราะแววตาคมกราบที่ซ่อนความคลั่งรักแบบซึนๆ เอาไว้ภายใต้เสื้อกาวน์ตัวนั้นต่างหากที่กำลังแผดเผาความตั้งใจเดิมของเธอจนกระเจิง เธอกำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่อันตราย... พื้นที่ที่เรียกว่าหัวใจของหมอนิติเวชปากร้ายคนนี้เข้าเสียแล้ว ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะก้าวตามร่างสูงไปยังโต๊ะชันสูตร เสียงฝีเท้าเร่งAรีบและเสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาทำลายบรรยากาศเงียบงันพอดิบพอดี ประตูห้องเก็บพยานหลักฐานถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างของสารวัตรหนุ่มผู้รับผิดชอบคดีที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด "พินทุ์! รินรดา! แย่แล้ว..." สารวัตรหอบหายใจตัวโยน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "ศพเหยื่อรายที่สาม... หายไปจากห้องเย็นเมื่อห้านาทีที่แล้ว!" รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปสบตากับพินทุ์ทันที ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อตระหนักได้ว่า... พวกเขากำลังเล่นเกมที่อันตรายกว่าที่คิด และใครบางคนกำลังจ้องมองความเคลื่อนไหวของพวกเขาอยู่จากความมืด! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระทึกและเคมีชวนจิกหมอนในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%