“ถอยไป!”
เสียงหวีดร้องของรินรดาดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากสุดแขน เมื่อเงาร่างมหึมาของชายชุดดำคนแรกพุ่งเข้าใส่พร้อมกระบองเหล็กในมือ ประตูห้องเก็บพยานหลักฐานที่เคยเป็นพื้นที่ส่วนตัวอันเงียบสงบ บัดนี้กลับกลายเป็นสนามรบขนาดย่อม กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและสารเคมีถูกแทนที่ด้วยกลิ่นโลหะและควันปืนจางๆ ที่ลอยอบอวล
โครม!
ชั้นวางแฟ้มเอกสารคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสามปีก่อนล้มครืนลงมา เสียงกระดาษนับพันแผ่นปลิวว่อนราวกับหิมะสีขาวที่ถูกพายุซัดสาด รินรดาเบี่ยงตัวหลบคมมีดพับที่เฉียดแก้วหูไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร หัวใจของเธอเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความโกรธปนตื่นตระหนก มือเรียวคว้าแฟ้มหนาเตอะขึ้นมาปาใส่หน้าผู้บุกรุกอย่างไม่คิดชีวิต
“ยัยบ้าเอ๊ย! จะยืนเซ่ออวดความกล้าอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม!”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยตวาดลั่น พร้อมกับร่างสูงในเสื้อกาวน์สีขาวของพินทุ์ที่พุ่งเข้าชาร์จจากด้านข้าง เจ้าหน้าที่นิติเวชผู้รักความสะอาดและระเบียบวินัยเป็นชีวิตจิตใจ บัดนี้กลับยอมคลุกฝุ่น กอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับคนร้ายร่างยักษ์บนพื้นห้องที่เต็มไปด้วยเศษแก้ว
“ฉันไม่ได้เซ่อ! ฉันกำลังถ่วงเวลาต่างหากเล่า!” รินรดาเถียงกลับทันควัน แม้ปากจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ขาสองข้างก็ไม่อยرรักดี รีบพุ่งเข้าไปช่วยเตะตัดขาชายชุดดำอีกคนที่กำลังเงื้อมือถือท่อนเหล็กหมายจะฟาดลงบนศีรษะของพินทุ์
พลั่ก!
แรงปะทะทำให้ร่างของชายคนนั้นเซถลา แต่ความชุลมุนทำให้รินรดาเสียหลัก ก้าวพลาดไปเหยียบกองแฟ้มเอกสารที่ลื่นไกลจนทรงตัวไม่อยู่
“ว้าย!”
ร่างบางหงายหลังล้มลงไป แต่แทนที่จะกระแทกพื้นแข็งๆ อย่างเจ็บปวด กลับมีอ้อมแขนแข็งแรงคู่หนึ่งคว้าเอวเธอไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงกระชากนั้นทำให้ทั้งคู่กลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้นห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งสนิทอยู่ใต้โต๊ะทำงานเหล็กตัวใหญ่ในมุมอับสายตา
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนเอะอะด้านนอกที่กำลังวิ่งเข้ามาสมทบ
รินรดาลืมตาขึ้น พบว่าใบหน้าของเธออยู่ห่างจากพินทุ์เพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับแก้วเนียน ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนเกินขอบเขตทำให้สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของอีกฝ่ายที่เต้นโครมครามไม่แพ้กัน ดวงตาคู่คมดุของแพทย์นิติเวชสาวจ้องมองเธอเขม็ง แววตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความโกรธเกรี้ยวเหมือนทุกที แต่มันมีความห่วงใยระคนหวาดผวาที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้งจนคนมองต้องใจสั่น
“เธอ… บ้าหรือเปล่ารินรดา” เสียงกระซิบของพินทุ์แหบพร่า รabกุมขมับด้วยความเหนื่อยหน่าย มือข้างหนึ่งยังคงโอบเอวบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไป “ถ้าเมื่อกี้หลบไม่พ้น หัวเธอคงแบะไปแล้ว รู้ตัวไหม”
“ฉันก็แค่… ไม่อยากให้พยานหลักฐานพวกนี้เสียหายต่างหากล่ายเล่า” รินรดาพยายามเถียงกลบเกลื่อนความประหม่า ดวงตาหลบวูบไปมองริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มเข้าหากันแน่น ใบหน้าสวยคมที่มักจะนิ่งสนิทไร้อารมณ์ บัดนี้มีเหงื่อกาฬซึมตามไรผม ยิ่งทำให้ดูเย้ายวนใจอย่างประหลาดในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้
“ปากเก่งให้มันตลอดเถอะ” พินทุ์พ่นลมหายใจออกมารุนแรง ปลายนิ้วเรียวเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยออกจากใบหน้าของรินรดาอย่างเบามือโดยไม่รู้ตัว สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอารินรดากลั้นหายใจ สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงล็อกเกอร์เหล็กด้านหลังก็ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ด พร้อมกับเงาดำมหึมาที่ทาบทับลงมาเหนือโต๊ะที่พวกเธอกำลังซ่อนตัวอยู่
ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทค่อยๆ โผล่พ้นขอบโต๊ะเข้ามา พร้อมกับเสียงก๊อกที่ปลดล็อกเตรียมลั่นไก!
พินทุ์เบิกตากว้าง ร่างกายขยับเร็วกว่าความคิด เธอพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างของรินรดาไว้เพื่อใช้แผ่นหลังของตัวเองเป็นเกราะกำบัง พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าเครื่องมือแพทย์โลหะปลายแหลมที่ตกอยู่บนพื้นเตรียมสวนกลับ
“อย่าขยับนะ…” เสียงกระซิบกระชากเหี้ยมเกรียมจากด้านบนดังขึ้น พร้อมกับความเย็นเฉียบของปากกระบอกปืนที่จ่อตรงมาที่ท้ายทอยของพินทุ์พอดี!
สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน•ตอนที่ 6
กับดักในตู้เก็บพยาน
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!