“ถ้าคุณยังเอาแฟ้มคดีฆาตกรรมเมื่อสิบปีก่อนมาวางเกะกะบนโต๊ะผ่าศพของฉันอีกแม้แต่แฟ้มเดียว รินรดา… ฉันจะถือวิสาสะเอาศพไร้ญาติเมื่อวานนี้มาเย็บติดไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา”
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านแมสก์สีฟ้าอ่อนไม่ได้ทำให้รินรดาหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หญิงสาวกลับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ส่งยิ้มยกมุมปากแบบที่พินทุ์เห็นทีไรเป็นต้องอยากหยิกให้เนื้อเขียว รินรดายกศอกขึ้นเท้ากับขอบสแตนเลสเย็นเฉียบของโต๊ะชันสูตร ท่าทางไม่สะทกสะท้านต่อกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศวังเวงในห้องนิติเวชยามวิกาลแม้แต่น้อย
“โห คุณพินทุ์คะ ใจคอจะโหดร้ายกับคู่หูคนสวยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยหรือไงคะ นี่ฉันอุตส่าห์ดั้นด้นแบกเอกสารกองนี้ฝ่าฝนมาหาคุณถึงนี่เชียวนะคะ หักคะแนนความใจร้ายของหมอนิติเวชแป๊บ” รินรดาแกล้งทำเสียงตัดพ้อ ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซน
พินทุ์ถอนหายใจยาวเหยียดจนหน้าอกใต้เสื้อกาวน์สีขาวยกขึ้นลง นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวปลดแมสก์อนามัยลง เผยให้เห็นริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มเข้าหากันแน่น ใบหน้าคมคายไร้เครื่องสำอางแต่งแต้มแต่กลับดูโดดเด่นสะดุดตา ดวงตาสีนิลคู่สวยตวัดมองแฟ้มสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าบนโต๊ะสลับกับใบหน้ายียวนของคนตรงข้าม ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ
“คู่หู? ฉันไปเซ็นสัญญาเป็นคู่หูคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบคะ รินรดา… รู้ตัวบ้างไหมว่าคุณกำลังขุดคุ้ยหลุมศพที่เขาฝังกลบไปแล้วขึ้นมาหายใจอีกครั้ง และบอกไว้ก่อนนะ ว่าฉันไม่มีเวลามาเล่นขายของกับคดีพรรค์นี้”
“เล่นขายของที่ไหนกันคะ!” รินรดาเสียงสูงขึ้นเล็กน้อย ดวงตาที่เคยพราวระยับเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง “คุณก็รู้ว่าคดีของพ่อฉันกับคดีตระกูลวสุธาภรณ์มันเชื่อมโยงกัน มีตัวการใหญ่ที่ลอยนวลอยู่ แล้วเอกสารในแฟ้มนี้… มันคือบันทึกส่วนตัวของอดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำเมื่อสัปดาห์ก่อน คุณจะไม่สนใจหน่อยเหรอคะ ว่าทำไมเขาถึงเก็บซ่อนมันไว้ในตู้เก็บพยานหลักฐานลับ”
ห้องนิติเวชตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์ส่งเสียงติ๊Dแผ่วเบาเป็นระยะ พินทุ์นิ่งเงียบ ดวงตาสีนิลมองลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดา คล้ายกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความรำคาญกับความกังวลที่ฉายชัดอยู่เบื้องลึก แววตาของนักสืบสาวในตอนนี้ไม่มีเค้าลางความกะล่อนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความดื้อรั้นและเปี่ยมด้วยความเจ็บปวดที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้ม
นานหลายนาทีกว่าที่พินทุ์จะเบือนหน้าหนี ถอดถุงมือยางออกโยนลงถังขยะอย่างไม่ไยดี แล้วเดินเลี่ยงไปหยิบแก้วกาแฟอุ่นๆ บนเคาน์เตอร์มาจิบเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในใจ
“คุณอยากรู้เรื่องในแฟดมนั่นนักใช่ไหม…” เสียงของพินทุ์แผ่วเบาลงกว่าเดิม ไร้ซึ่งความเฉชาและคมคายแบบทุกที “อยากรู้ว่าทำไมฉันถึงพยายามห้ามคุณไม่ให้ยุ่งกับเรื่องนี้ใช่ไหมคะ รินรดา”
รินรดานิ่งงงไปชั่วขณะ หญิงสาวขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว “คุณ… หมายความว่ายังไงคะ หรือว่าคุณรู้อะไรเกี่ยวกับบันทึกเล่มนี้”
พินทุ์หลับตาลงชั่วพริบตาเดียว ภาพอดีตที่พยายามกลบฝังมานานนับสิบปีค่อยๆ ผุดขึ้นมาทำลายกำแพงความเย็นชาที่เธอสร้างไว้ มือบางที่ถือแก้วกาแฟสั่นน้อยๆ จนน้ำในแก้วกระฉอกเล็กน้อย เธอกลืนก้อนความขมขื่นลงคอก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากออกมาช้าๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหนักอึ้งที่รินรดาไม่เคยได้ยินมาก่อน
“เพราะลายมือในบันทึกหน้านั้น… เป็นลายมือของพ่อฉันเองค่ะ”
โลกทั้งใบของรินรคาราวกับหยุดหมุนไปชั่วขณะ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ รินรดาอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก สมองประมวลผลคำพูดของพินทุ์ซ้ำไปซ้ำมา พ่อของพินทุ์? อดีตนายตำรวจผู้ทรงเกียรติที่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสิบปีก่อน คนเดียวกับที่เคยถูกตราหน้าว่ารับสินบนในคดีใหญ่เนี่ยนะ?
“คุณ… ว่ายังไงนะคะ?” รินรดาเผลอเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของพินทุ์โดยไม่รู้ตัว สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของอีกฝ่าย “พ่อของคุณ… เกี่ยวอะไรกับคดีนี้ด้วยคะ”
พินทุ์ก้มมองมือเรียวที่กุมข้อมือตนเองไว้แน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดา แววตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความลับที่แบกรับมาเนิ่นนาน เธอไม่ได้สะบัดมือออก ปล่อยให้รินรดาได้สัมผัสถึงความเปราะบางที่เธอไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็นมาก่อนในชีวิต
“พ่อฉันไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุค่ะ รินรดา” พินทุ์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย “ท่านกำลังจะเปิดโปงเครือข่ายทุจริตครั้งใหญ่ที่โยงใยไปถึงคนมีอำนาจในกรมตำรวจและนักการเมืองระดับประเทศ… และบันทึกเล่มนั้น ที่คุณถือมาขู่ฉันเมื่อกี้ คือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่พิสูจน์ว่าท่านบริสุทธิ์ แต่ในขณะเดียวกัน… มันก็คือใบมรณะบัตรที่จะดึงคุณเข้าไปสู่ตารางอันตรายที่พวกมันกำลังจับตาดูอยู่”
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความรู้สึกหลากหลายตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งตกใจ สงสาร และโกรธแค้นแทนคนตรงหน้า มือที่กุมข้อมือพินทุ์อยู่เปลี่ยนเป็นบีบกระชับแน่นขึ้นเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและความมั่น
“แล้วทำไม… ทำไมคุณถึงเก็บมันไว้คนเดียวมาตลอดสิบปีล่ะคะ ทำไมไม่เอาออกมาแฉตั้งแต่แรก” รินรดาถามเสียงเครือ ความดื้อรั้นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
“เพราะฉันกลัวไงคะ…” พินทุ์แค่นยิ้มสมเพชตัวเอง หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาสีนิลแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ไหลร่วงลงมา “กลัวว่าถ้าฉันขยับตัวแม้แต่นิดเดียว คนที่ฉันรักคนสุดท้ายในชีวิต… จะหายไปจากโลกนี้เหมือนพ่อกับแม่… และฉันก็ไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว โดยเฉพาะ…”
พินทุ์ชะงักคำพูดไว้แค่นั้น เปลือกตาสั่นระริก ใบหน้าคมคายขยับเข้ามาใกล้รินรดาโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รินรดารดรินอยู่บนแก้ว
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นโครมครามรุนแรงยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับคนร้ายเสียอีก ความรู้สึกฟินจิกหมอนและอบอุ่นหัวใจพุ่งทะยานขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศดึงเครียด ดวงตากลมโตมองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ ก่อนที่รินรดาจะเป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างไร้ความเกรงกลัว
“ถ้าอย่างนั้น… เลิกแบกมันไว้คนเดียวเถอะค่ะ” รินรดากระซิบเสียงนุ่ม ทิ้งระยะห่างเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาแพรวพราวฉายแววคลั่งรักอย่างไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป “ในเมื่อเราต่างก็มีแผลในใจเรื่องครอบครัว… งั้นมาจับมือกันแก้แค้น เอ้ย! มาจับมือกันไขคดีให้มันจบๆ ไปด้วยกันเถอะนะคะ ไหนๆ ฉันก็ไม่มีใครให้กอดอยู่แล้ว ให้ฉันกอดคุณเป็นเกราะป้องกันให้อีกคน จะเป็นไรไปคะ คุณหมอคนสวย”
พินทุ์ชะงักงันกับคำพูดและสายตาแพรวพราวของรินรดา ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ อย่างไม่คุ้นชิน แต่ยังไม่ทันที่พินทุ์จะได้อ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธหรือต่อว่าอะไรกลับไป…
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวในห้องนิติเวช ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าที่เจ้าของห้องจะอนุญาต รินรดาและพินทุ์ผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน
ประตูห้องเปิดผางออกเผยให้เห็นร่างสูงของสารวัตรหนุ่มคู่ปรับตัวฉกาจของรินรดา ที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือและรอยยิ้มเยارเยาะ
“ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะความหวาน… แต่ดูเหมือนพวกเธอสองคนจะงานเข้าแล้วล่ะ เพราะศพปริศนาอีกศพที่เพิ่งส่งมาเมื่อกี้… มีรอยสัญลักษณ์เดียวกับคดีของพ่อหมอพินทุ์เป๊ะเลย!”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดนัทและคอมเมนต์ให้กำลังใจกันเสมอนะคะ รักที่สุดเลยค่ะ!
เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน•ตอนที่ 12
เงื่อนงำจากบันทึกเก่า
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!