เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน•ตอนที่ 15

บาดแผลที่น่ากังวล

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
คมมีดเย็นเฉียบแนบชิดอยู่ข้างลำคอ กลิ่นอายสนิมเหล็กและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนชื้นในห้องเก็บพยานหลักฐานใต้ดินที่ไฟฉุกเฉินสาดแสงสีแดงฉานวับวาบ รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่กลางอก ดวงตาคู่คมกวาดมองเงาดำมหึมาด้านหลังพินทุ์ด้วยสัญชาตญาณดิบของนักสืบที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นมาร้อนผ่าวจนแทบแผดเผาเหตุผลทุกลมหายใจ เธอไม่สนว่าตัวเองจะบาดเจ็บจากเหตุการณ์ชุลมุนก่อนหน้าแค่ไหน ร่างบางดีดตัวพุ่งเข้าใส่คนร้ายทันทีราวกับลูกธนูหลุดจากแหล่ง "ไอ้สารเลว!" เสียงสบถดุดันหลุดจากริมฝีปากบาง พร้อมกับสันมือกระแทกเข้าที่ข้อมือของคนร้ายอย่างแม่นยำจนคมมีดหลุดร่วงกระแทกพื้นซีเมนต์เสียงดังสนั่น พินทุ์ที่เกือบตกเป็นตัวประกันทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่าด้วยความตกใจ ร่างโปร่งสั่นเทาเล็กน้อยแต่ยังคงพยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ ทว่าก่อนที่รินรดาจะได้ตามไปเผด็จศึกคนร้ายที่กำลังเสียหลัก เงาดำอีกสายก็พุ่งสวนเข้ามาทางมุมมืดของชั้นวางแฟ้มคดี เกราะกำบังชั่วคราวพังทลายลงพร้อมกับการต่อสู้ตะลุมบอนที่ดุเดือดเลือดพล่านในพื้นที่จำกัด หมัดแลกหมัด ศอกแลกศอก เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นก้องห้องทึบ รินรดาเหวี่ยงหมัดเข้าที่กกหูของคนร้ายคนแรกจนล้มคว่ำไป แต่เธอก็พลาดท่าถูกคนร้ายคนที่สองเตะตัดขาจนเซถลาไปกระแทกกับชั้นเหล็กเก็บพยานหลักฐาน กล่องเอกสารและแฟ้มคดีร่วงกราวลงมาทับร่างเธอยังกะหิมะถล่ม ความเจ็บแปล๊บแล่นริ้วขึ้นมาจากหัวไหล่ด้านขวาที่กระแทกเข้ากับมุมเหล็กอย่างจัง "รินรดา!" เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเรียบสนิทและติดจะเย็นชาเสมอเมื่อยามปกติบัดนี้กลับตื่นตระหนกจนหลุดโทน พินทุ์ลืมภาพลักษณ์แพทย์นิติเวชผู้เนี้ยบกริบไปจนหมดสิ้น ร่างเพรียวในเสื้อกาวน์ยับย่นพุ่งเข้ามาหาคนเจ็บด้วยความเร็วดุจพายุ หมอสาวใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักคนร้ายที่กำลังจะเงื้อมือเข้าทำร้ายรินรดาซ้ำให้ออกไปพ้นทาง ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าข้างๆ ร่างที่นอนหอบหายใจรดรินอยู่บนกองแฟ้มคดี "คุณ... เจ็บตรงไหนไหม" พินทุ์ถามละลานละลอก นิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยยามเอื้อมไปแตะหัวไหล่ด้านที่กระแทก แต่พอรินรดาทำหน้าเหเก2 นิ้วคู่นั้นก็รีบชักกลับราวกับโดนของร้อน "ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย... โอ๊ย ซี๊ด..." ปากก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่ความเจ็บปวดจากการฝืนสังขารทำให้รินรดานิหน้าจนย่น พินทุ์เม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคู่สวยฉายแววตำหนิปนความกังวลที่ปิดไม่มิด "ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะค่ะคุณรินรดา สภาพปางตายแบบนี้ยังจะมีหน้ามาบอกว่าไม่เป็นไรอีกเหรอคะ" เสียงที่พยายามทำดุกลบเกลื่อนความสั่นเครือไม่ได้ช่วยให้รินรดาเลิกคิ้วกวนประสาทใส่ได้เลย นักสืบสาวฝืนยิ้มมุมปากทั้งที่เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า "เป็นห่วงฉันเหรอคะคุณหมอพินทุ์... เสียงสั่นเชียววนะคะเนี่ย" "ใครเขาเป็นห่วงคุณกันคะ หลงตัวเองเป็นบ้า ฉันแค่กลัวว่าถ้าคุณตายคาห้องเก็บศพ... เอ๊ย ห้องพยานหลักฐานของฉัน ฉันจะต้องมานั่งเขียนรายงานชันสูตรให้คุณยาวเป็นหางว่าวต่างหากล่ะค่ะ" พินทุ์สวนกลับทันควัน ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหงุดหงิดปนความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้ เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปตรวจเช็กบาดแผลตามเนื้อตัวของคนปากไวอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ แสงไฟสีแดงฉานสาดสะท้อนรอยเลือดจางๆ ที่ข้างขมับของรินรดา พินทุ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรู้สึกแปลบปلمในอกที่เธอเองก็อธิบายไม่ถูก ผู้หญิงคนนี้มักจะเอาตัวเข้าแลกกับอันตรายเสมอราวกับชีวิตตัวเองไม่มีค่าอะไรเลย ทำไมต้องบ้าบิ่นขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ยอมรักตัวเองให้มากกว่านี้บ้างนะ "อยู่นิ่งๆ สิคะ อย่าขยับ" พินทุ์เอ็ดเบาๆ เมื่อรินรดาทำท่าจะยันตัวลุกขึ้น หมอสาวถอดเสื้อกาวน์สีขาวของตัวเองออกอย่างไร้ความเสียดาย เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนด้านใน ก่อนจะฉีกชายเสื้อกาวน์เนื้อดีออกเป็นแถบยาวเพื่อนำมาพันแผลห้ามเลือดที่หัวไหล่ให้รินรดาอย่างคล่องแคล่วและเบามือ สัมผัสที่อบอุ่นและกลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากตัวพินทุ์โชويปะทะจมูกท่ามกลางบรรยากาศอึมครึม รินรดานิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าด้านข้างของแพทย์นิติเวชสาวที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้เธอด้วยความใส่เกินร้อย ทั้งที่ปากบอกว่ารำคาญ ทั้งที่ปากบอกว่าเกลียดความวุ่นวาย แต่การกระทำทุกอย่างกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง พินทุ์ในยามนี้ช่างดูเปราะบางแต่ก็แข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน เป็นเซฟโซนประหลาดที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของนักสืบสาวเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "มองอะไรคะ หน้าฉันมีแผลเหรอถึงได้จ้องนัก" พินทุ์เงยหน้าขึ้นมาสบตาโดยไม่ทันตั้งตัว ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินปะทะกัน รินรดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบ "เปล่าค่ะ... แค่คิดว่า... เวลาคุณทำหน้าดุๆ แบบนี้ ก็น่ารักดีเหมือนกัน" พินทุ์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิมเพื่อซ่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งทะยาน "เพ้อเจ้อใหญ่แล้วค่ะคุณรินรดา สมองคงกระทบกระเทือนสินะคะ ถึงได้พูดจาแปลกๆ ออกมาแบบนี้" "ฉันพูดจริงๆ นะคะ..." รินรดาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่สนความเจ็บปวดที่หัวไหล่ ดวงตาพราวระยับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพินทุ์ "ปากร้าย ใจดี แถมยังมือเบาอีกต่างหาก... แบบนี้จะไม่ให้ฉันติดใจได้ยังไงล่ะคะ" "คุณริน..." พินทุ์อ้าปากจะต่อว่าแต่ก็ต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอไปเมื่อปลายนิ้วเรียวของรินรดาแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากของเธอเพื่อห้ามคำพูดตัดพ้อ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนให้เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นตรงกันอย่างน่าประหลาด เคมีคู่กัดที่มักจะฟาดฟันกันด้วยคำพูดเชือดเฉือน บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความหวานปนความซึนนั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อรินรดาดังมาจากทางบันไดทางเข้าห้องใต้ดิน ปลุกให้ทั้งคู่หลุดออกจากภวังค์ พินทุ์สะดุ้งสุดตัวรีบชักมือกลับแล้วถอยหลังกรูดออกห่างทันทีราวกับกลัวโดนจับได้ ส่วนรินรดาถอนหายใจยาวด้วยความเสียดายปนขบขัน "พวกหมวดชาติมากันแล้วสินะคะ... ขัดจังหวะจริงเชียว" รินรดาพึมพำ พินทุ์ยืนขึ้นจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเนียนใสกลับมาสวมหน้ากากความเยือกเย็นและห่างเหินตามแบบฉบับเจ้าหน้าที่นิติเวชผู้เคร่งขรึมทันที ทว่ารอยแดงจางๆ ที่ใบหูยังคงฟ้องความเขินอายที่ซ่อนไม่มิด "รีบเคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อยเลยนะคะ อย่าให้ฉันต้องมานั่งชันสูตรคุณจริงๆ ล่ะ" พินทุ์เอ่ยเสียงเรียบก่อนจะหันหลังเตรียมเดินไปต้อนรับตำรวจชุดเสริมที่กำลังก้าวเข้ามา แต่ทว่า... ในวินาทีที่แสงไฟฉุกเฉินกะพริบวูบวาบเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดับลง เสียงฝีเท้าของหมวดชาติและทีมตำรวจที่ควรจะวิ่งเข้ามาช่วยเหลือ กลับหยุดชะงักกะทันหันแทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงปืนนัดหนึ่งที่ดังสนั่นหวั่นไหวจากชั้นบน! พินทุ์หยุดกìn รินรดาเบิกตากว้าง สัญชาตญาณนักสืบพุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเงาดำปริศนาอีกร่างหนึ่งก้าวพ้นขอบประตูห้องใต้ดินลงมา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่สลักอยู่บนใบหน้าของคนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่เด็ดขาด! "สวัสดีครับสารวัตร... ไม่คิดเลยนะครับว่าเราจะมาเจอกันในสภาพนี้" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและติดตามการเดินทางของรินรดาและพินทุ์มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ "สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี"
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%