เสียงก้องสะท้อนของสัญญาณเตือนภัยดังระงัวจนแก้วหูแทบแตก ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องสลับกับความมืดมิดในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัย กลิ่นอับของฝุ่นละอองและควันจางๆ ที่ลอยมาจากท่อระบายอากาศทำให้บรรยากาศรอบตัวน่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดาไม่รอให้สมองประมวลผลคำสั่งที่สอง ร่างเพรียวบางพุ่งตัวเข้าใส่พินทุ์ที่ยังยืนนิ่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปหลบหลังตู้เก็บเอกสารเหล็กหนาหนัก เสียงกระสุนปืนนัดแรกเจาะทะลุกระจกใสเข้ามาดังสนั่น เศษกระจกแตกละเอียดกระจายราวกับหิมะคมกริบ
"คุณบ้าหรือเปล่า!" พินทุ์อุทานเสียงหลง มือเรียวเย็นเฉียบคว้าต้นแขนของคนข้างกายไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก แม้ภายนอกเธอจะเป็นหมอนิติเวชผู้เยือกเย็นและเนี้ยบกริบแค่ไหน แต่สถานการณ์กระสุนปลิวว่อนแบบนี้ก็เกินกว่าจะตั้งรับไหว
"ถ้าฉันไม่พุ่งมา คุณคงกลายเป็นรังผึ้งไปแล้วค่ะคุณหมอ!" รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคออีกฝ่ายเนื่องจากพื้นที่หลังตู้นั้นแคบเสียจนแทบจะสิงร่างกันได้อยู่แล้ว "หุบปากแล้วเงี่ยหูฟังซะ"
ภายนอกห้อง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังวิ่งตรงเข้ามาใกล้ประตูเหล็กหนา เสียงโลหะกระทบกันดังแกร๊กกรากบ่งบอกว่าพวกมันกำลังพยายามงัดแงะหรือใช้ระเบิดทำลายกลอนประตู รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น สายตากวาดมองไปรอบห้องเพื่อหาทางหนีทีไล่ มือเรียวเอื้อมไปหยิบปืนพกประจำตัวออกจากซองพกซ่อนใต้เสื้อแจ็คเก็ตอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับปลดเซฟด้วยความเร็วที่ฝึกฝนมาอย่างโชกโชน
"พวกมันไม่ได้มาแค่ขู่" พินทุ์กระซิบเบาๆ น้ำเสียงสั่นน้อยๆ แต่พยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุด นิ้วเรียวของเธอขยับจัดแว่นตาที่เอียง
"รู้แล้วน่า" รินรดาหันมามองเสี้ยวหน้าของคนข้างกาย แววตาของนักสืบสาวไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความดื้อรั้นและความท้าทายที่ฉายชัด "ถ้าเราตายที่นี่ รับรองว่าคดีนี้คงเป็นปริศนาไปอีกนาน แต่บอกไว้ก่อนนะว่าฉันยังไม่อยากตายคาอกคุณหมอตอนนี้หรอกค่ะ ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องที่คุณปากเสียใส่ฉันเมื่อวานเลย"
ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน พินทุ์เกือบจะหลุดหัวเราะออกมากับความกวนประสาทของอีกฝ่าย หากไม่ใช่เพราะเสียงระเบิดตูมใหญ่ที่ทำให้ประตูเหล็กหนาบิดเบี้ยวและยุบตัวเข้ามาครึ่งหนึ่ง แรงระเบิดส่งผลให้ฝุ่นตลบอบอวลจนมองแทบไม่เห็นทาง
"หมอ!" รินรดาตะโกนเรียกพร้อมกับรวบเอวบางของพินทุ์เข้าหาตัวแน่น แล้วกลิ้งหลบฉากไปอีกมุมหนึ่งเมื่อสะเก็ดไฟและเศษเหล็กพุ่งกระเด็นมาปักเข้าที่ผนังห้องตรงจุดที่พวกเธอนั่งอยู่เมื่อครู่ เคมีระหว่างทั้งคู่พุ่งพล่านท่ามกลางกลิ่นดินปืนและควันไฟ หัวใจที่เต้นรัวเร่งจังหวะไม่ได้มาจากความกลัวอย่างเดียว แต่เป็นความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของกันและกัน
พินทุ์ซบหน้าลงกับลาดไหล่ของรินรดาโดยไม่รู้ตัว มือข้างหนึ่งกำเสื้อแจ็คเก็ตของอีกฝ่ายไว้แน่น ความเย็นชาทั้งหมดถูกหลอมละลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหวาดหวั่นที่ถูกแทนที่ด้วยความอุ่นใจอย่างประหลาดที่มีคนคนนี้คอยเอาชีวิตเข้าแลกปกป้อง
"ฉันขอโทษ..." พินทุ์พึมพำเบาๆ ชิดริมหูของนักสืบสาว ท่ามกลางเสียงปืนที่เริ่มดังสนั่นขึ้นอีกระลอก
"ขอโทษเรื่องอะไรคะ?"
"เรื่องที่เคยปากร้ายใส่... ถ้าเราออกไปจากที่นี่ได้ ฉันจะยอมให้คุณบ่นสามวันสามคืนเลย"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความฮึกเหิม "พูดแล้วนะคะ อย่าคืนคำล่ะ!"
ทันทีที่ควันจางลง ร่างเงาดำสามร่างในชุดคลุมสีดำสนิทพร้อมอาวุธครบมือก็ก้าวพ้นกรอบประตูที่พังยับเยินเข้ามาในห้อง รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ ดันตัวพินทุ์ให้หลบอยู่หลังเสาคอนกรีตหนา ก่อนจะโผล่ตัวออกไปเหนี่ยวไกปืนสวนกลับทันทีอย่างไร้ความลังเล เสียงปืนดังสนั่นกึกก้องประสานกับเสียงกรีดร้องและเสียงล้มลงของเป้าหมายแรก
แต่ทว่า ในจังหวะที่รินรดากำลังจะลั่นไสใส่ผู้บุกรุกคนที่สอง เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของทางเดินมืดสนิท มือปริศนาคู่หนึ่งคว้าหมับเข้าที่ต้นคอของรินรดาจากด้านหลัง พร้อมกับคมมีดเย็นเฉียบที่จ่อติดกับหลอดลมของเธออย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์
"อย่าขยับ... ไม่งั้นหมอคนสวยนี่สมองกระจายแน่"
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบข้างหู พร้อมกับร่างของพินทุ์ที่ถูกแขนอีกข้างหนึ่งล็อกคอไว้ด้วยคมมีดอีกเล่มจากเงามืด รินรดาเบิกตากว้าง ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นถึงขีดสุดเมื่อเห็นดวงตาตื่นตระหนกของพินทุ์จ้องมองมาที่เธอผ่านแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉาน
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปด้วยกันนะคะ!
เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน•ตอนที่ 14
หลบกระสุนแล้วค่อยพูด
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!