เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน•ตอนที่ 8

รอยร้าวที่เริ่มสมาน

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เสียงนาฬิกาดิจิทัลสีแดงฉานบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือกระพริบเตือนถอยหลังอย่างบ้าคลั่ง *00:03... 00:02... 00:01...* "หมอบลงค่ะ!" รินรดาไม่รอให้สมองประมวลผล เธอพุ่งตัวเข้าใส่ร่างสูงโปร่งของพินทุ์เต็มแรง แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปกระแทกกับชั้นวางแฟ้มเอกสารในตู้เก็บพยานหลักฐาน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นชาเขียวจางๆ จากเสื้อกาวน์ของอีกฝ่ายลอยเข้าจมูก พร้อมๆ กับเสียงระเบิดตูמשใหญ่ที่สะเทือนไปทั่วทั้งตึก ฝุ่นผงและเศษปูนร่วงกราวลงมาประหนึ่งห่าฝน ความมืดเข้าปกคลุมชั่วขณะก่อนที่ไฟสำรองฉุกเฉินจะสווสว่างขึ้นเป็นสีแดงก่ำ ผ่านไปเกือบนาทีที่มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้น รินรดารู้สึกได้ถึงน้ำหนักตัวของเธอที่ทาบทับอยู่บนร่างของแพทย์นิติเวชสาว แผ่นอกของพินทุ์กระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะหัวใจที่เต้นระรำ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคืองในแบบฉบับเจ้าตัว "คุณรินรดาคะ... ช่วยกรุณาลุกออกจากตัวฉันสักทีค่ะ ถ้ากระดูกซี่โครงฉันหักขึ้นมา คุณจะได้เป็นคนผ่าชันสูตรฉันด้วยตัวเองแน่ๆ" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นแบบฉบับพินทุ์ดังขึ้น แม้จะอยู่ในสถานการณ์เฉียดตาย เจ้าตัวก็ยังไม่วายพ่นคำพูดจิกกัดออกมาได้ รินรดารีบดีดตัวลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยความเก้อเขิน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่ใช่เพราะฝุ่นควัน แต่เป็นเพราะระยะห่างเมื่อครู่มันใกล้ชิดเสียจนหัวใจเธอดันเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ "พูดจาไม่น่ารักเลยนะคะคุณหมอพินทุ์ ฉันเพิ่งช่วยชีวิตคุณไว้นะคะเนี่ย แทนที่จะขอบคุณ กลับมาประชดประชันซะงั้น" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ดวงตากลอกมองไปรอบห้องที่ตอนนี้เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง "ว่าแต่... คนร้ายที่เราจับได้เมื่อกี้มันหนีไปแล้ว แถมยังทิ้งระเบิดปลอมนี่ไว้กวนประสาทเราอีก หมอคิดว่าไงคะ?" พินทุ์ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นจัดเสื้อกาวน์สีขาวให้เข้าที่ด้วยท่าทีนิ่งSurgically precise เธอก้มลงหยิบเศษชิ้นส่วนวงจรอเล็กๆ ที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ด้วยแววตาคมกริบ "ไม่ใช่ระเบิดปลอมค่ะ... แต่มันคือ 'ระเบิดควันผสมสารเคมีชนิดพิเศษ' เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและทำลายหลักฐาน ดีเอ็นเอที่ติดอยู่บนตัวเหยื่อล่อคนนั้น ถูกทำลายด้วยกรดอ่อนๆ ไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่แรงระเบิดเมื่อกี้ คนร้ายรายนี้ไม่ได้แค่ฉลาดนะคะ... แต่มันกำลังเล่นสนุกกับพวกเราอยู่" คำพูดของพินทุ์ทำให้บรรยากาศในห้องตู้เก็บพยานหลักฐานเย็นเยียบลงถนัดตา รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกพ่ายแพ้และหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอก เธอเกลียดความรู้สึกที่กำลังถูกต้อนให้จนมุมที่สุด โดยเฉพาะการโดนฆาตกรโรคจิตลูบคมแบบนี้ "เล่นสนุกเหรอคะ... งั้นเรามาดูกันว่าระหว่างมันกับทีมของเรา ใครจะหัวเราะทีหลัง" รินรดาหันขวับไปมองหน้าพินทุ์ แววตาของนักสืบสาวทอประกายความมุ่งมั่นและท้าทายอย่างเต็มเปี่ยม "ในเมื่อหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ถูกทำลายไปครึ่งหนึ่งแล้ว แต่ร่องรอยการเคลื่อนย้ายศพและพฤติกรรมศาสตร์ยังอยู่... หมอพินทุ์คะ สนใจมาร่วมมือกันอย่างเป็นทางการส้างความฉิบหายให้ฆาตกรคนนี้สักตั้งไหมคะ?" พินทุ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสองสีหลังกรอบแว่นจ้องมองรินรดานิ่งนาน ราวกับกำลังประเมินความบ้าบิ่นของคนตรงหน้า รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของแพทย์นิติเวชปรากฏขึ้นชั่วแวบเดียว ก่อนจะแทนที่ด้วยความเยר็นชาตามเดิม "ถึงฉันจะไม่อยากเอาตัวเข้ามาพัวพันกับงานสอบสวนบ้าบิ่นของคุณ... แต่ในฐานะที่ห้องเก็บพยานหลักฐานอันแสนสงบของฉันพังไม่เป็นท่าเพราะฝีมือการตัดสินใจแย่ๆ ของคุณ ฉันคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลากคุณกลับมาอยู่ในร่องในรอยสินะคะ" พินทุ์ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างระอา "ตกลงค่ะ... เราจะร่วมมือกัน แต่จำไว้ว่าทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ห้ามใช้อารมณ์นำเด็ดขาดค่ะ คุณนักสืบใจร้อน" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคออย่างหมั่นไส้กับความปากแข็งของอีกฝ่าย แม้ปากจะบอกว่าไม่อยากยุ่ง แต่แววตาที่ลุกโชนขึ้นมานิดๆ นั้นหลอกกันไม่ได้หรอกค่ะว่าพินทุ์เองก็กำลังสนุกไม่แพ้กัน ทั้งคู่เริ่มแบ่งหน้าที่กันอย่างรวดเร็ว รินรดารับหน้าที่แกะรอยกล้องวงจรปิดรอบตึกและประวัติย้อนหลังของเหยื่อล่อ ส่วนพินทุ์ง่วนอยู่กับการวิเคราะห์สารเคมีที่หลงเหลือจากเศษระเบิด บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยความตึงเครียดแต่ก็เปี่ยมด้วยพลังความเข้าขาอย่างน่าประหลาด ไดอะล็อกการถกเถียงเรื่องทฤษฎีฆาตกรรมดังสลับกับเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดรัวเร็วในห้องทำงานแคบๆ ที่ตอนนี้กลายสภาพเป็นศูนย์บัญชาการชั่วคราว เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจนเข็มนาฬิกาบอกเวลาตีสอง รินรดาฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงานด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตาพริ้มหลingลงอย่างสะลืมสะลือ เอกสารกองโตกระจัดกระจายอยู่รอบตัว พินทุ์ที่เดินถือแก้วกาแฟอุ่นๆ เข้ามาหยุดยืนมองร่างบางที่หลับไปอย่างหมดสภาพ แพทย์นิติเวชสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทั้งเอ็นดู และ... ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวมาตลอด พินทุ์โน้มตัวลงช้าๆ เพื่อจะเอาเสื้อคลุมมาห่มให้รินรดา จังหวะนั้นเองที่รินรดากะพริบตาตื่นขึ้นมาพอดี ใบหน้าของทั้งคู่จึงอยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินเข้าหากันจนสัมผัสได้ ดวงตากลมโตของรินรดาฉายแววพร่าเลือนแต่ก็คมปลาบ เธอมองริมฝีปากที่เอาแต่พ่นคำพูดร้ายๆ ของพินทุ์ ก่อนจะเอ่ยเสียงพร่าด้วยความงัวเงีย "ปากร้ายแบบนี้... แต่ใจดีจังนะคะหมอ..." พินทุ์สะดุ้งสุดตัว หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง ใบหน้าขาวจัดขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างควบคุมไม่อยู่ เธอกำลังจะถอยหลังหนีด้วยความเขินอาย แต่จังหวะนั้นเอง... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้กองหนุ่มลูกน้องคนสนิทของรินรดา สีหน้าของเขาซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด "ผู้กองครับ! เราเจอ... เราเจอเบาะแสของฆาตกรตัวจริงแล้วครับ... และที่สำคัญที่สุด คือศพรายล่าสุด... ถูกส่งมาไว้ที่ห้องชันสูตรของคุณพินทุ์แล้วครับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้ "สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี" นะคะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%