"ถอยไปหน่อยครับ คุณพริมา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันไม่ได้เจือแววหยอกล้อแม้แต่น้อย มันคือความหงุดหงิดระดับสิบที่ถูกกดทับไว้ด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่ระเบิดใส่คนตรงหน้า คีย์ ธันวา ขยับตัวหนีแรงปะทะจากร่างบางที่เบียดเข้ามาจนแผ่นหลังของเขาแนบสนิทกับชั้นวางอุปกรณ์สตูดิโอเหล็กดัดเย็นเฉียบ
"ฉันไม่ได้อยากเบียดคุณนักหรอกนะธันวา ถ้าฝนข้างนอกมันไม่เทลงมาจนหลังคารั่วจนน้ำนองหน้าประตูทางออก แล้วถ้าคุณผู้จัดการส่วนตัวคนเก่งของคุณไม่ล็อกประตูขังเราไว้จากข้างนอก..." พริม พริมาสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววพยศไม่ยอมแพ้ เธอยกมือขึ้นกอดอกเพื่อสร้างระยะห่างทางกายภาพ แม้ว่าในความเป็นจริง พื้นที่ห้องเก็บของสี่เหลี่ยมแคบๆ ขนาดไม่ถึงสี่ตารางเมตรแห่งนี้ จะแทบไม่หลงเหลืออากาศให้หายใจอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อมีกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอลอยมาปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ยิ่งทำให้ประสาทสัมผัสของนักแสดงหนุ่มรวนเรอย่างประหลาด
เป๊าะ!
เสียงฟ้าร้องคำรามลั่น ตามมาด้วยกระแสไฟฟ้าภายในกองถ่ายที่ตัดฉับอย่างไร้เยื่อใย ความมืดสนิทเข้าครอบครองพื้นที่ทันที เหลือเพียงแสงสว่างวาบจากสายฟ้าที่ฟาดผ่านกระจกบานเล็กด้านบน ส่องให้เห็นเสี้ยวหน้าคมคายของพระเอกหนุ่มที่กำลังขบกรามแน่นด้วยความไม่สบอารมณ์
"ให้ตายสิ บอสเรย์ต้องทำบ้าอะไรอีกเนี่ย" คีย์พึมพำอย่างหัวเสีย มือหนาควAานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต ก่อนจะพบความจริงอันโหดร้ายว่าหน้าจอดับสนิทเพราะแบตเตอรี่หมดเกลี้ยงในจังหวะชีวิตที่วิกฤตที่สุด
"สัญญาณก็ไม่มี แบตก็หมด โลกช่างกลั่นแกล้งคนสวยกับคนปากร้ายจริงๆ นะว่าไหม" พริมเอ่ยกลั้วหัวเราะในความโชคร้าย แม้ในน้ำเสียงจะมีความกังวลซ่อนอยู่ลึกๆ แต่เธอก็เลือกที่จะใช้ความกวนประสาทกลบเกลื่อนสถานการณ์
"ถ้าคุณยังพูดมาก ผมอาจจะลืมตัวโยนคุณออกไปให้ฝนข้างนอกซัดเล่นจริงๆ นะครับ" คีย์หันขวับมาทางต้นเสียง แม้จะมองเห็นไม่ชัดเจนในความมืด แต่เขารู้สึกได้ถึงไออุ่นและลมหายใจที่รดรินอยู่ใกล้กันเกินความจำเป็น
"เชิญเลยค่ะ... เอ๊ย! เชิญเลยครับ ถ้าทำได้นะ" พริมเผลอหลุดคำพูดติดปากก่อนจะรีบแก้เกมเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายเกลียดการลอกเลียนแบบคำพูดของเขาแค่ไหน เธยขยับตัวจะถอยหนีแต่เพราะความมืดทำให้ข้อเท้าสะดุดเข้ากับกล่องลังกระดาษที่วางระเกะระระกะ ร่างบางเสียหลักทรุดฮวบล้มลงไป
หมับ!
ไวกว่าความคิด มือหนาของคีย์คว้าเข้าที่เอวบางของเธอไว้ได้ทัน ดึงรั้งเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปบนกองเบาะกันกระแทกที่วางสุมไว้มุมห้อง โดยมีร่างสูงทับอยู่ด้านบนอย่างพอดิบพอดี
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดสังกะสีด้านนอก หัวใจของคนทั้งคู่เต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ปลายจมูกของทั้งสองเฉียดกันไปมาเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวแก้มทำให้คีย์รู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่าง
"ปล่อยได้แล้วมั้ง..." พริมกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวหายวับไปกับตา เหลือเพียงความสั่นพร่าที่เจ้าตัวก็ไม่อาจควบคุมได้ เมื่อรู้ตัวว่ามือข้างหนึ่งของเขาโอบกระชับอยู่ที่เอวคอด ส่วนมืออีกข้างวางทาบอยู่บนพื้นเบาะใกล้ใบหูเธอ ราวกับกรงขมขี่กลายๆ
"ถ้าผมบอกว่าไม่อยล่ะครับ"
คีย์กระซิบชิดริมหิมฝีปาก นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้นักข่าวสาวมือไวถึงกับสมองตื้อตันไปชั่วขณะ ความซึนเดระที่เคยเป็นเกราะป้องกันตัวถูกกะเทาะออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาที่ซ่อนเร้นภายใต้ท่าทีปากร้าย
"คุณธันวา... นี่คุณ..."
พริมยังไม่ทันได้เอ่ยจบประโยค เสียงบิดลูกบิดประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับลำแสงสว่างจ้าจากไฟฉายที่ส่องกราดเข้ามาในความมืด บอสเรย์ยืนหน้าตาตื่นอยู่ที่กรอบประตู พร้อมกับทีมงานอีกสองคนที่ถือร่มรออยู่
"คีย์! พริม! พวกคุณมาทำอะไรกันตรงนี้เนี่ย ไฟมาแล้ว รีบออกมา..." ผู้จัดการส่วนตัวชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นสภาพของพระเอกในสังกัดที่คร่อมทับนักข่าวสาวอยู่บนกองเบาะ แถมท่าทางยังล่อแหลมเกินกว่าจะอธิบาย
คีย์ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเสียดายอย่างยิ่ง เขายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยราวน้ำแข็งได้อย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะปัดเศษฝุ่นตามเสื้อผ้าแล้วก้าวเดินผ่านหน้าผู้จัดการส่วนตัวไปอย่างไร้ความรู้สึก ทิ้งให้พริมตบะแตกหน้าแดงแจ๋อยู่เบื้องหลัง
ทว่า... ก่อนที่คีย์จะก้าวพ้นขอบประตู บอสเรย์ก็เอ่ยประโยคที่ทำให้ฝ่าเท้าของพระเอกหนุ่มต้องหยุดชะงักกึก
"อ้อ คีย์... ทางช่องโทรมาแจ้งด่วนเมื่อกี้ บอกว่ามีข่าวหลุดเรื่องที่คุณแอบไปพบกับนักข่าวสาวปริศนาเมื่อคืนก่อน และคนที่ปล่อยข่าว... ก็คือสำนักข่าวเดียวกับที่ 'คุณพริม' สังกัดอยู่นี่แหละ"
คีย์หันขวับกลับมามองหน้าพริมทันที แววตาที่เคยมีความอ่อนโยนเจืออยู่จางๆ เมื่อครู่ กลับมาเย็นชาและคมกริบดั่งใบมีดโกนอีกครั้ง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ โครโนสทริกเกอร์
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักข่าวมือไว•ตอนที่ 6
ติดฝนกลางกองถ่าย
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักข่าวมือไว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!