เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักข่าวมือไว•ตอนที่ 5

เมื่อนักข่าวไม่ยอมถอย

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
"คุณคิดว่าการขุดคุ้ยเรื่องใต้พรมของบริษัทจัดการศิลปิน มันจะทำให้คุณดูเท่ขึ้นในสายตาคนอ่านเหรอครับ คุณพริมา" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดดังขึ้นทันทีที่ประตูปิดลง เสียงล็อกกลอนประตูดัง *คลิก* เบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องสตูดิโอส่วนตัวที่มืดสลัว คีย์ ธันวา ยืนกอดอกพิงบานประตู ร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อฮู้ดสีดำสนิททอดเงายาวทาบทับร่างของหญิงสาวที่ถือวิสาสะก้าวเข้ามาถึงใจกลางอาณาเขตที่เขาพยายามปกป้องมาตลอดหลายปี พริม พริมา ไม่ได้สะดุ้งตกใจอย่างที่เขาคาดคิด เธอเพียงแค่ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว วางกระเป๋าเป้ใบเก่งลงบนโต๊ะทำงานของเขาอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะหันกลับมาสบตาคมกริบของนักแสดงหนุ่มชื่อดังด้วยแววตานิ่งสงบ ทว่าประกายในดวงตากลับคมกราบราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่หลังนวมกำมะหยี่ "ถ้ามันเป็นเรื่องเดียวกับที่คุณยอมตกเป็นจำสังคม ยอมรับบทบาท 'ดาราเจ้าปัญหา' ที่คอยสร้างเรื่องปวดหัวให้ผู้จัดการส่วนตัวจนต้องโดนสั่งพักงาน... ฉันว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องเท่หรอกค่ะ คีย์ แต่มันคือหน้าที่" พริมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เชือดเฉือนทุกพยางค์ "และที่สำคัญ... ฉันไม่ได้ขุดคุ้ยเรื่องใต้พรม ฉันแค่บังเอิญไปเจอ 'รอยแยก' ที่คุณจงใจเปิดทิ้งไว้ต่างหาก" คีย์ขบกรามแน่น สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาสกิดลิ้นในกระพุ้งแก้มขณะก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย แรงกดดันจากส่วนสูงและรัศมีออร่าความเย็นชาของดาราหนุ่มแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวแทบจะลดลงหลายองศา แต่พริมกลับเชิดหน้าขึ้นสู้ ไม่ยอมถอยร่นแม้แต่เซนติเมตรเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นฝนจางๆ จากเสื้อผ้าของเขาลอยปะทะจมูกเธอ ยิ่งทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ "คุณรู้อะไรมาบ้าง" คีย์กดเสียงต่ำลง กระซิบใกล้ใบหูของเธอจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณลาดไหล่ เขาจงใจใช้ความใกล้ชิดกดดันให้เธอเสียสมาธิ แต่พริมไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมจำนนต่อลูกไม้ตื้นๆ เธอยิ้มมุมปาก ยื่นสมาร์ทโฟนหน้าจอเปิดสว่างวาบขึ้นมาตรงหน้าเขา บนจอแสดงภาพเอกสารสัญญาฉบับหนึ่งที่มีลายเซ็นคุ้นตา พร้อมกับเส้นทางการเงินที่ถูกโอนย้ายไปยังบริษัทเปลือกนอกแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อของ 'บอสเรย์' ผู้จัดการส่วนตัวมือทองนั่งแท่นเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ "สัญญาฉบับนี้ระบุชัดเจนว่า รายได้จากการเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าแบรนด์ระดับโลกสามตัวล่าสุดของคุณ เกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ไม่ได้เข้ากระเป๋าคุณ หรือแม้แต่บริษัทแม่... แต่มันไหลเข้าบัญชีลับที่จดทะเบียนในนามบริษัทจำกัดแห่งหนึ่ง ที่บังเอิญมากๆ ว่ามีที่อยู่จดทะเบียนเดียวกันกับคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ที่เรย์เพิ่งซื้อสดไปเมื่อเดือนก่อน" พริมเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาของนักข่าวสาวเต็มไปด้วยความจริงจังที่ปราศจากการเยาะเย้ย "คุณไม่ได้มีปัญหาเรื่องทัศนคติกับกองถ่าย ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการรักษาเวลาอย่างที่เรย์ให้สัมภาษณ์กับสื่อหรอก คีย์... แต่คุณกำลัง 'ขัดขวาง' การยักยอกเงินส่วนแบ่งรายได้ของคุณเองต่างหาก เรย์ถึงต้องหาทางดิสเครดิตคุณ เพื่อให้คุณกลายเป็นคนไม่มีความน่าเชื่อถือ จนไม่มีใครกล้าฟังเวลาที่คุณพยายามจะพูดความจริง" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ คีย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความระแวงและเกรี้ยวกราดไหววูบลงชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ถูกลมพัดผ่าน ร่องรอยความตกใจในแววตาของเขาถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว แต่มันก็รวดเร็วไม่พอที่จะหลุดรอดจากสายตาของนักข่าวที่จ้องมองเขาอยู่ทุกอณู "คุณเก่งนี่..." คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นความเยרเยือกที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้ลึกๆ "สืบเก่ง เสือกเก่ง สมกับที่เป็นนักข่าวสายสืบสวนมือหนึ่ง... แต่คุณรู้ไหมครับว่า การที่คุณเอาตัวเองเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ มันไม่ได้ทำให้คุณเป็นฮีโร่ แต่มันกำลังทำให้คุณเอาชีวิตมาทิ้งไว้ในเกมสกปรกที่พวกมันเล่นกันอยู่" "ถ้าฉันกลัวตาย ฉันคงไม่เลือกเรียนคณะวารสารศาสตร์และมานั่งฟังคุณพูดจาถากถางแบบนี้หรอกค่ะ" พริมสวนกลับทันที ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ความดื้อรั้นในตัวหญิงสาวพลุ่งพล่านขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทีปกป้องตัวเองด้วยการผลักไสของเขา "แล้วก็เลิกทำตัวเป็นพระเอกหนังดาร์กทอยเลter ที่แบกโลกไว้คนเดียวสักทีเถอะค่ะ คีย์! บางที... การยอมรับความช่วยเหลือจากคนอื่นบ้าง มันไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอหรอกนะ" คำพูดนั้นราวกับศรปักเข้ากลางใจของคีย์ ธันวา ดาราหนุ่มชะงักง้าง ลมหายใจของเขาสะดุดไปเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงใจของผู้หญิงตรงหน้า ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงตัวปัญหาที่คอยตามรังควานชีวิตส่วนตัวของเขา แต่ในเวลานี้ กลับกลายเป็นคนเดียวที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้าง และมองทะลุผ่านกำแพงหนาเตอะที่เขาใช้กั้นโลกใบนี้ออกจากผู้คน หัวใจที่ด้านชาและระแวดระวังมาตลอดหลายปีของคีย์กระตุกวูบ ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหลซ่านเข้าสู่ทรวงอกอย่างห้ามไม่อยู่ เขามองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากความหงุดหงิดรำคาญ กลายเป็นความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและอันตรายยิ่งกว่า—ความปรารถนาที่จะดึงเธอเข้ามาซ่อนไว้ในเซฟโซนที่ไม่มีใครแตะต้องได้ "คุณนี่มัน..." คีย์พึมพำเสียงพร่า มือหนาที่เคยทาบอยู่บนบานประตูกลับยกขึ้น ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาเคลียข้างแก้มของให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนและไม่ทันตั้งตัวนั้นทำให้พริมถึงกับนิ่งค้าง ลลมหายใจของเธอสะดุดกกึก ความดื้อรั้นทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกกับหัวใจที่เต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความเงียบที่ก่อตัวขึ้นไม่ใช่ความอึดอัด แต่เป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้ทั้งสองคนโน้มใบเข้ามาหากันทีละนิด คีย์ก้มหน้าลงมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปลายนิ้วที่ยังคงสัมผัสอยู่ข้างแก้มนุ่มร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะทาบทับเข้าหากันเพื่อปิดกั้นทุกคำพูดและข้อถกเถียงทั้งปวง *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงตะโกนโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดจากด้านนอกที่ทำให้บรรยากาศโรแมนติกสลายไปในอากาศทันที "คีย์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธอยู่ข้างใน! ทำไมโทรไปไม่รับสาย แล้วข่าวบ้าอะไรวะที่หลุดออกมาตอนนี้ สื่อมันกำลังเล่นงานเรายับแล้วนะ!" เสียงตะโกนแผดลั่นของ 'บอสเรย์' ดังทะลุกำแพงเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูรัวๆ อย่างบ้าคลั่ง คีย์ผละออกจากพริมทันที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นและเฉียบคมดังเดิม เขากัดฟันกรอด สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหัวเสียที่ถูกขัดจังหวะในเวลาที่สำคัญที่สุด พริมรีบดึงสติตัวเอง ถอยหลังไปตั้งหลักที่โต๊ะทำงาน หัวใจยังคงเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกปนเสียดายเล็กน้อย เธอมองหน้าคีย์ที่ตอนนี้สีหน้าเคร่งเครียดดั่งพายุตั้งเค้า คีย์หันมามองเธอนิ่ง ชั่วพริบตานั้น เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น ดึงให้เข้ามาใกล้กระซิบด้วยเสียงที่เด็ดเดี่ยวและจริงจังที่สุด "ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือตรงนั้น... ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด จนกว่าผมจะจัดการเรื่องข้างนอกเสร็จเข้าใจไหมครับ?" พูดจบ คีย์ก็ปล่อยมือเธอ เดินอาดๆ ไปปลดล็อกและกระชากเปิดประตูห้องออกกว้างเผชิญหน้ากับผู้จัดการส่วนตัวที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ด้านนอก โดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่า... ที่มุมมืดอีกด้านหนึ่งของห้อง ร่างของใครอีกคนกำลังก้าวพ้นเงาสลัวออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกใบในมือ! --- *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของโครโนสทริกเกอร์นะครับ*
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักข่าวมือไว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%