แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กถูกโยนลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดัง *ตุบ* แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้ฝุ่นละอองที่ลอยวนอยู่ในแสงไฟสลัวของห้องทำงานกระจายตัวขึ้นมาเล็กน้อย พริมสะดุ้งเฮือกเล็กๆ เผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ แต่รอยยิ้มที่เคลือบด้วยความท้าทายบนริมฝีปากของเธอกลับไม่ได้จางหายไปไหนเลยแม้แต่น้อย
ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบกับดวงตาคมกริบของธันวา—หรือที่ใครต่อใครรู้จักในนาม ‘คีย์’ นักแสดงหนุ่มมากฝีมือผู้มีฉายาว่า ‘พ่อมดน้ำแข็ง’ ประจำวงการบันเทิง ชายหนุ่มยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกขับเน้นให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดโปーンเล็กน้อยตามแรงอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็งได้อยู่แล้ว
“ความลับงั้นเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น รื่นหูแต่เยียบเย็นจนน่าหมั่นไส้ “คุณนี่มันจินตนาการล้ำเลิศสมกับเป็นนักข่าวสายสืบสวนดีแทคนะครับ พริม พริมา”
“ก็หน้าห้องของคุณเมื่อกี้... ผู้ชายตัวโตใส่สูทสีกรมท่า ท่าทางลุกลี้ลุกลนคนนั้น รีบวิ่งหนีออกไปราวกับเห็นผีแถมยังทำเอกสารหล่นเรี่ยราดอีกต่างหาก ถ้าไม่ใช่เพราะกำลังปิดบังเรื่องลับสุดยอดอยู่แล้วล่ะก็... เขาจะรีบวิ่งหนีหน้าตั้งทำไมล่ะคะ หรือว่าคุณกำลังแอบเลี้ยงเด็กไว้ในห้องจริงๆ?” พริมรัวคำพูดใส่เป็นชุด ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความอยากรู้อยากเห็นขั้นสุด เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิดอย่างไม่เกรงกลัวรัศมีอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวพระเอกหนุ่มเลยสักนิด
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาสมเพชแกมระอา “เด็กบ้าอะไรล่ะครับ นั่นมันผู้ช่วยผู้จัดการกองถ่ายที่เอาตารางงานมาส่งต่างหาก เลิกมโนแล้วเอาสมองอันน้อยนิดของคุณไปโฟกัสกับเรื่องตรงหน้าดีกว่า”
เขาก้มลงใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่เพิ่งโยนลงไปเมื่อครู่ พริมก้มมองมันด้วยความสงสัยระคนระวังตัว
“นี่คืออะไรคะ?”
“งานของคุณไงครับ” ธันวาผละตัวออกจากโต๊ะ เดินไปหย่อนกายลงนั่งบนโซฟาหนังสีเข้มอย่างไร้ความเกรงใจ ขายาวก้าวไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ราวกับผู้พิพากษาที่กำลังมองดูนักโทษประหารกำลังเลือกวิธีตาย “ไหนๆ คุณก็กรุณา ‘รุกล้ำ’ เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผมอย่างไร้มารยาทแล้ว ผมก็ควรจะ ‘ตอบแทน’ ความพยายามของคุณเสียหน่อย เพื่อแลกกับการที่คุณจะไม่เอาเรื่องตารางงานกองถ่ายหลุดโลกนี้ไปเขียนข่าวเต้าไร้สาระลงนิตยสารของคุณ”
พริมกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจ มือเรียวเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดดู หน้ากระดาษด้านในเต็มไปด้วยตัวหนังสือยุกยิก ตารางการสัมภาษณ์ รายชื่อพยานแวดล้อม และคดีฉ้อโกงทรัพย์สินระดับประเทศเมื่อห้าปีที่แล้ว ซึ่งถูกขีดฆ่าและแปะโพสต์อิทโน้ตกำกับด้วยลายมือดิบๆ เต็มไปหมด
“นี่มัน... คดีฉ้อโกงกองทุนการกุศลของบริษัทเอสแอลกรุ๊ปเมื่อห้าปีก่อนนี่นา!” พริมอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างลืมตัว “ทำไมคุณถึงมีข้อมูลดิบของคดีนี้อยู่ในมือ? หรือว่าคุณ...”
“ผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคดีนั้นทั้งสิ้นครับ เลิกจินตนาการไปไกลได้แล้ว” ธันวาขัดขึ้นเสียงเรียบ สายตาคมกริบมองเธอนิ่ง “แต่บังเอิญว่าผมเคยสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษเพื่อจะเอามาเตรียมตัวรับบทบาทในโปรเจกต์หนังเรื่องใหม่ ข้อมูลพวกนี้คือเบาะแสส่วนที่ยังไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน... และมันคือ ‘บททดสอบ’ ของคุณ”
พริมเงยหน้าขวับจากกองกระดาษ ดวงตาเรียวรีจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มที่นั่งลอยชายอยู่บนโซฟา “บททดสอบอะไรของคุณคะ ฉันเป็นนักข่าว ไม่ใช่ลูกน้องคุณนะ ทำไมฉันต้องมานั่งทำโปรเจกต์บ้าๆ นี่ให้คุณด้วย?”
“ถ้าคุณคิดว่าตัวเองเป็นนักข่าวฝีมือดีจริง ไม่ใช่แค่พวกชอบก로มหาข่าวซุบซิบเต้าข่าวไปวันๆ อย่างที่ใครเขาว่ากัน... คุณก็ลองเอาข้อมูลในแฟ้มนี้ไปสืบต่อให้จบภายในหนึ่งสัปดาห์ดูสิครับ” ธันวายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ชวนให้คนมองอยากจะกระโดดเข้าไปหยิกให้เนื้อเขียวเสียจริงๆ “ถ้าคุณหาหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่หายไปได้ และพิสูจน์ความจริงได้ว่าใครคือตัวการใหญ่ตัวจริงที่ลอยนวลอยู่เบื้องหลัง... ผมจะยอมให้คุณสัมภาษณ์ ‘ทุกเรื่อง’ เกี่ยวกับผม แบบเอ็กซ์คลูซีฟตัวต่อตัว ไม่มีกั๊ก ไม่มีผู้จัดการส่วนตัวคอยขัดจังหวะเลยด้วยซ้ำ”
ข้อเสนอของเขามันหอมหวานเสียจนปฏิเสธไม่ลง สำหรับนักข่าวสายสืบสวนที่กระหายความจริงอย่างพริมแล้ว ข้อมูลดิบชุดนี้มีค่ามากกว่าทองคำฝังเพชรเสียอีก แต่น้ำเสียงท้าทายและแววตารู้ทันของธันวากลับทำให้เธอดốcเลือดขึ้นหน้า
“คุณดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะ ธันวา!” พริมกระแทกแฟ้มปิดดังปังจนฝุ่นตลบ เธอก้าวฉับๆ ไปยืนตรงหน้าโซฟาที่เขานั่งอยู่โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน “คุณคิดว่าฉันจะทำไม่ได้ใช่ไหม? คิดว่าฉันจะยอมแพ้แล้ววิ่งหางจุกตูดกลับออกไปเหมือนผู้ช่วยของคุณเมื่อกี้รึไงคะ?”
ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อใบหน้าสวยเฉี่ยวของหญิงสาวอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงคืบ กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้จางๆ ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงัน หัวใจของนักแสดงหนุ่มกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่งอย่างไม่คาดคิด แต่เขาก็ยังคงตีสีหน้าเรียบเฉยเอาไว้ได้ภายใต้เกราะกำบังอันแน่นหนา
“ผมไม่ได้พูดสักคำ... แต่ถ้าคุณมั่นใจนัก ก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิครับ” ธันวาตอบเสียงพร่าโดยไม่ยอมหลบตา ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ คล้ายกับจะดึงเธอให้จมดิ่งลงไปในวังวนอันตรายที่เขาเป็นคนสร้างขึ้น
ระยะห่างที่ลดลงเรื่อยๆ ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวเริ่มเปลี่ยนไป ความโกรธเคืองและการปะทะคารมเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่อัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก พริมรู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่ดังโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน มือที่ถือแฟ้มเอกสารกำแน่นจนข้อกระดูกขาวซีด
“ได้... รับคำท้าค่ะ!” พริมเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติแล้วผงะถอยหลังออกมาตั้งหลักอย่างรวดเร็ว “แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน ถ้าความจริงที่คุณพยายามปกปิดมันถูกฉันขุดคุ้ยขึ้นมาแสงสว่างแดดจนหมดเปลือก!”
“ผมจะรอดูนะครับ... ว่าปากเก่งๆ ของคุณกับฝีมือ มันจะไปได้สักกี่น้ำ” ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างคุกคาม จนกระทั่งพริมต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูกระจกของห้องทำงาน
เขายื่นมือแกร่งข้างหนึ่งไปค้ำขอบประตูกักตัวเธอไว้ตรงกลาง โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มเนียนจนพริมต้องกลั้นหายใจ
“แต่อย่าลืมซะล่ะว่า... ยิ่งคุณขุดลึกลงไปมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งอันตรายมากเท่านั้น... ยัยตัวแสบ” เสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหูทำเอาพริมขนลุกซู่ไปทั้งตัว สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้ตอบไม่ออก
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาทของใครบางคน
“คีย์! แย่แล้ว! นักข่าวจากสำนักพิมพ์คู่แข่งรู้เรื่องที่คุณเก็บตัวผู้หญิงไว้ในห้องแล้ว ตอนนี้พวกมันกำลังมารุมล้อมที่ล็อบบี้ตึก คอนโดฯ แตกตื่นกันหมดแล้ว!”
เสียงร้อนรนของ ‘บอสเรย์’ ผู้จัดการส่วนตัวดังทะลุเข้ามาในห้อง พร้อมกับร่างท้วมที่พุ่งพรวดเข้ามาโดยไม่ทันได้มองว่าภาพตรงหน้าของศิลปินในสังกัดกับหญิงสาวแปลกหน้ากำลังอยู่ในระยะประชิดอันตรายขนาดไหน
ธันวาผละตัวออกห่างจากพริมทันทีด้วยความหงุดหงิด ดวงตาคมตวัดมองผู้จัดการส่วนตัวด้วยแววตาพร้อมฆ่า พริมฉวยโอกาสนั้นกอดแฟ้มเอกสารแน่น สูดหายใจเข้าลึก3เพื่อเรียกสติ แล้วหันไปส่งยิ้มหวานหยดให้ธันวาที่กำลังหัวเสียสุดๆ
“ดูท่าทาง... ฉันคงต้องรีบเอา ‘การบ้าน’ ของคุณไปทำข้างนอกแล้วล่ะค่ะ คุณธันวา” พริมกระซิบเสียงเบาอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ก่อนจะมุดลอดใต้แขนของบอสเรย์แล้วก้าวเดินฉับๆ ออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ธันวายืนกำมือแน่นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
แต่ก่อนที่พริมจะเดินพ้นประตูลิฟต์ลงไปชั้นล่าง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็สั่นขึ้นมาเบาๆ
เธอหยิบมันขึ้นมาเปิดดูด้วยความฉงน หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่ข้อความข้างในกลับทำให้ฝีเท้าของเธอต้องชะงักกึกทันที
*[ระวังตัวไว้ให้ดี... ข้อมูลที่คุณถืออยู่ ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวที่กำลังตามล่ามัน และคนที่ตายไปแล้ว... อาจจะไม่ได้อยากให้คุณขุดคุ้ยมันขึ้นมาอีกครั้ง]*
พริมหันขวับกลับไปมองชั้นบนสุดของตึกที่เธอเพิ่งเดินจากมา หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมผสานกับความตื่นเต้นระลอกใหญ่
— หรือว่า... เรื่องนี้มันจะมีเงื่อนงำที่ดำมืดกว่าที่เธอคิดไว้หลายร้อยเท่า?
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความลับอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักข่าวมือไว•ตอนที่ 4
เล่ห์กลคนปากแข็ง
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักข่าวมือไว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!