"ถ้าคุณยังกดชัตเตอร์อีกสักแกร็กเดียว ผมจะถือว่านั่นคือหลักฐานการคุกคามสิทธิ์ส่วนบุคคล และเราคงต้องไปคุยกันต่อหน้าพนักงานสอบสวนในข้อหาละเมิดนะครับ คุณพริมา"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันดังขึ้นในระยะประชิด ทำเอาปลายนิ้วเรียวที่กำลังล็อกโฟกัสผ่านหน้าจอไร้เสียงของสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงถึงกับชะงักกึก พริมสะดุ้งสุดตัวโดยไม่ตั้งใจ หัวใจดวงน้อยกระโจนขึ้นมาตีรัวอยู่แถวลำคอเมื่อรู้ตัวว่าถูกจับได้คาหนังคาเขา ร่างสูงโปรดของคีย์ ธันวา ที่เธอคิดว่ากำลังหลับตาพักผ่อนอยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวยาว กลับพลิตัวลุกขึ้นมาประชิดตัวเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความสะอาดแบบผู้ชายเจือจางอยู่ปลายจมูก ชวนให้รู้สึกปั่นป่วนในท้องอย่างไรพิกล
"ฉัน... ฉันเปล่าเสียหน่อย แค่เช็คความคมชัดของกล้องมือถือต่างหากเล่า" พริมแก้ตัวเสียงแข็ง ใบหน้างามเชิดขึ้นตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แม้แววตาจะไหววับด้วยความจำนนต่อหลักฐาน—ภาพใบหน้ายามเผลอของพระเอกหนุ่มผู้รักความสันโดษ ที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นยามอ่านบทละครบนหน้าจอ ปรากฏหราอยู่บนจอแก้วอย่างคมชัดระดับสี่เค
คีย์ไม่พูดเปล่า เขายื่นมือเรียวยาวที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนตามแบบฉบับผู้ชายสุขภาพดีเข้ามาฉวยสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นออกจากมือของเธอไปอย่างง่ายดาย รวดเร็วเสียจนพริมไม่มีโอกาสแม้แต่จะปัดป้อง
"เช็คความคมชัด? ด้วยการซูมร้อยเปอร์เซ็นต์ไปที่ขนตาของผมเนี่ยนะครับ?" คีย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาคมกริบสีนิลมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นไม่ได้สื่อถึงความขบขันเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม "นักข่าวยุคนี้เขาพกความหน้าด้านมาเกินร้อยเปอร์เซ็นต์กันทุกคน หรือเป็นแค่คุณคนเดียวที่พิเศษกว่าชาวบ้านเขา"
"นี่คุณ! พูดจาให้มันดีๆ หน่อยนะ ฉันเป็นสื่อมวลชน มีจรรยาบรรณพอที่จะไม่เอาภาพละเมิดความเป็นส่วนตัวของคุณไปทำอะไรเสียหายหรอกน่า แค่... แค่เห็นว่ามุมมันสวยดี แสงมันได้ ก็เลยบันทึกเก็บไว้เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานเท่านั้นเอง" พริมเถียงกลับเสียงกร้าว ดวงตากลมโตจ้องเขากลับอย่างไม่ลดละ เธอไม่ยอมตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบผู้ชายปากร้ายคนนี้เด็ดขาด ไม่ว่าสถานการณ์ตรงหน้าจะบีบคั้นแค่ไหนก็ตาม
"แรงบันดาลใจ?" คีย์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอต่ำทุ้มดังขึ้นเบาๆ เขากดหน้าจอเลื่อนดูอัลบั้มภาพอย่างถือวิสาสะ สายตาคมกวาดมองรูปถ่ายในเครื่องที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยภาพตึกรามบ้านช่อง ผู้คน และ... ภาพยามเผลอไผลของเขาเองอีกเกือบสิบรูปที่เธอแอบถ่ายสะสมไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน
พริมหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาโดยฉับพลัน ความมั่นใจที่เคยมีหล่นวูบลงไปกองที่ตาตุ่ม เมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองเผลอ ‘บันทึก’ ตัวตนของเขาไว้มากเกินกว่าที่นักข่าวทั่วไปเขาทำกัน
"ลบภาพพวกนี้ซะ ไม่อย่างนั้นผมจะให้เรย์จัดการฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาทและคุกคาม" คีย์ยื่นคำขาด น้ำเสียงราบเรียบทว่าจริงจังจนน่ากลัว เขายื่นโทรศัพท์คืนให้ แต่สายตายังคงจ้องมองเธอราวกับจะทะลุเข้าไปในความคิด
"คุณจะใจแคบเกินไปแล้วนะคีย์! ภาพพวกนี้ไม่ได้มีภาพไหนอนจารหรือทำให้คุณเสียหายเลยสักนิด ฉันแค่... ฉันแค่แคะแกะเกาคาแรคเตอร์ของคุณเพื่อเอาไปเขียนบทความวิเคราะห์ฝีมือการแสดงต่างหากเล่า ทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่โตด้วย" พริมกัดริมฝีปากแน่น ความโกรธผสมความอับอายแล่นพล่านในอก เธอเอื้อมมือจะคว้าโทรศัพท์คืน แต่คีย์กลับเบี่ยงมือหลบ ทำเอาลำตัวของเธอเซถลาเข้าไปใกล้เขามากขึ้น จนหน้าอกเกือบแนบชิดกับแผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิท
กลิ่นกายเฉพาะตัวที่หอมสะอาดรasรวยเตะจมูก ทำให้พริมต้องหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกใจ ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้เหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็นสายเดียวกัน
คีย์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาวที่ปกติมักจะเชิดใส่เขาเสมอ ความดื้อรั้นในแววตาคู่นั้นกลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้หัวใจของนักแสดงหนุ่มผู้เย็นชาเต้นผิดจังหวะไปอย่างควบคุมไม่ได้ ปรสิตความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... การได้ต่อปากต่อคำกับยัยนักข่าวมือไวคนนี้ มันทำให้โลกส่วนตัวที่เคยเงียบเหงาและน่าเบื่อของเขามีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างประหลาด
"ถ้าผมใจแคบกว่านี้ คุณคงไม่ได้มายืนเถียงฉอดๆ อยู่ตรงนี้หรอกครับพริมา..." คีย์กระซิบเสียงแผ่วเบา ใบหน้าโน้มลงมาใกล้จนริมฝีปากหยักล่ออยู่ห่างจากแก้มนวลเพียงคืบเดียว น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความเกรี้ยวกราดหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความทุ้มนุ่มที่ชวนให้ใจสั่นระรัว "แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงแอบถ่ายรูปผมอีก... ผมอาจจะไม่ได้แค่ขู่ฟ้อง แต่อาจจะมีวิธีลงโทษที่ทำให้คุณลืมไม่ลงแทน"
พริมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอื้ออึงคิดคำพูดโต้แย้งไม่ออก บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจของเขากับเธอที่เต้นตรงจังหวะกันอย่างน่าประหลาด
**แอ๊ด... ปัง!**
เสียงเปิดประตูห้องพักส่วนตัวดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างท้วมของบอสเรย์ ผู้จัดการส่วนตัวที่พรวดพราดเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารกองโตในมือ โดยไม่ทันได้สังเกตสภาพอันชวนเข้าใจผิดของคนทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย
"คีย์! แย่แล้ว นายต้องดูนี่ สื่อออนไลน์ปล่อยข่าวลือเรื่อง..." เรย์ชะงักกึกทันทีที่เห็นเจ้านายหนุ่มยืนประชิดตัวติดกับนักข่าวสาวตัวแสบในระยะประชิดชนิดลมหายใจรดต้นคอ ดวงตาใต้กรอบแว่นเบิกกว้าง อ้าปากค้างจนแทบจะกลืนไข่ต้มลงไปได้ทั้งใบ
พริมสะดุ้งสุดแรงเกิด ผลักอกคีย์ให้ออกห่างจากตัวทันทีด้วยความตกใจ หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู เธอรีบคว้ากระเป๋าถือของตัวเองแล้วก้าวถอยหลังกรูด
คีย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายืดตัวตรงปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปมองผู้จัดการส่วนตัวด้วยสายตาพิฆาต
"มีเรื่องอะไรอีกละเรย์ ถึงได้ทำหน้าตาตื่นเข้ามาแบบนี้" คีย์เอ่ยถามเสียงเรียบพยายามซ่อนความกระอักกระอ่วน
เรย์กลืนน้ำลายเอื้อมมือดันแว่นตาขึ้นสันจมูก ใบหน้าเคร่งเครียดเหงื่อตกซั่ก "ไม่ใช่เรื่องงานปกติ... แต่เป็นภาพถ่ายแกกับคุณพริมเมื่อสัปดาห์ก่อนตอนอยู่ที่ร้านกาแฟ ถูกส่งตรงถึงโต๊ะกองบรรณาธิการข่าวบันเทิงเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้... มันกำลังจะกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งพาดหัวใหญ่ในอีกสิบนาทีข้างหน้านี้ครับ!"
คีย์หันขวับกลับมามองหน้าพริมทันที ดวงตาคมกริบฉายประกายอันตรายวับวาว ขณะที่พริมหน้าซีดเผือดลงถนัดตาเมื่อตระหนักได้ว่า... ภาพที่เธอเพิ่งถูกจับได้เมื่อครู่ ไม่ใช่ภาพเดียวที่หลุดรอดออกไป!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ โครโนสทริกเกอร์
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักข่าวมือไว•ตอนที่ 8
หัวขโมยภาพลักษณ์
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักข่าวมือไว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!