“คุณคิดว่าการเอาเอกสารปลอมๆ มาขู่เด็กอมมืออย่างฉัน แล้วฉันจะต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตหรือคะคุณวิชัย?”
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ รินรดาไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกอย่างที่ฝ่ายตรงข้ามคาดคิดแม้แต่น้อย เธอยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับเอกสารสิทธิ์ที่ถูกกระชากไปเมื่อครู่เป็นเพียงแค่เศษกระดาษทิชชูใช้แล้ว สายตาคมกริบกวาดมองหน้าชายวัยกลางคนผู้เป็นอาของเธอเองที่ร่วมมือกับเมษาอย่างสมเพช
วิชัยหน้าเสีย สีหน้าที่เคยลำพองใจเมื่อครู่เริ่มกระตุก “เธอยังปากดีได้อีกนะรินรดา! ฉันเป็นคนถือครองสิทธิ์ตัวจริง ลายเซ็นนี้... ของจริงยิ่งกว่าของจริง!”
“ของปลอมต่อให้เอาทองคำเปลวมาปิดทับ มันก็ยังมีกลิ่นเน่าเหม็นอยู่ดีค่ะ” คิรากรที่ยืนกอดอกอยู่ข้างกายเธอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังนั้นทำเอาอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัววิชัยด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังกรูด “และถ้าคุณยังอยากมีลมหายใจมานั่งบริหารบริษัทต่อ พรุ่งนี้เช้า... เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาปลอมแปลงเอกสารและยักยอกทรัพย์ได้เลยค่ะ”
ประโยคเด็ดที่ตอกกลับอย่างฉับไวและสะใจสายตานักอ่าน ทำให้วิชัยหน้าซีดเผือกจนแทบเป็นลมล้มพับไปคาโต๊ะประชุม เมษาที่ยืนลุ้นอยู่มุมห้องถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นว่าไพ่ใบสุดท้ายของพวกตนถูกปัดตกอย่างไม่ไยดี เกมนี้... ฝั่งตัวร้ายพ่ายแพ้ยับเยินชนิดที่เรียกว่าไม่มีทางผุดทางเกิด!
แต่ทว่า... เบื้องหลังชัยชนะอันงดงามและสะใจในค่ำคืนนี้ ร่างบางของดีไซเนอร์สาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครกลับต้องสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ทันทีที่ทั้งคู่วิ่งขึ้นมาหลบอยู่ในรถยนต์ส่วนตัวของคิรากร
แอร์เย็นฉ่ำในห้องโดยสารไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มภายในร่างกายของรินรดาลดลงเลย เปลือกตาคู่สวยปิดสนิท เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าเนียน ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอกลับติดขัดและร้อนผ่าวราวกับไฟสุม
“ริน... คุณเป็นอะไร หน้าซีดมาก”
คิรากรที่เพิ่งก้าวขึ้นมานั่งฝั่งคนขับหันมามองด้วยความตกใจ สัญชาตญาณความห่วงใยที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยชาและปากร้ายมาตลอด พังทลายลงในเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นมือเรียวเล็กยกขึ้นกุมขมับ ร่างบางเซเข้าหาเบาะข้างคนขับอย่างหมดแรง
“ฉัน... ฉันไม่เป็นไรค่ะ” รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด พยายามฝืนทำเป็นเข้มแข็งตามนิสัยเดิม “แค่... พักผ่อนน้อยไปหน่อยน่ะค่ะ คุณ... ขับรถออกไปเถอะ ฉันอยากกลับคอนโด”
“ดื้อด้านไม่เปลี่ยน!” ซีอีโอหนุ่มตวาดเสียงแข็งด้วยความโมโหปนกังวล เขาเอื้อมมือหนาไปแตะหน้าผากมนทันที และความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาก็ทำเอาเขาใจหายวาบ “ตัวร้อนเป็นไฟขนาดนี้ยังจะปากแข็ง! คุณเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่หรือไงรินรดา!”
“ก็... ใครใช้ให้คุณพาฉันไปลุยฝนเมื่อวานล่ะคะ” เธอสวนกลับเสียงสั่น พยายามปัดมือเขาออกแต่ไม่มีแรงแม้แต่น้อย
คิรากรไม่สนใจคำต่อปากต่อคำนั้นอีกต่อไป เขากดล็อกประตูรถทันทีก่อนจะหักพวงมาลัยพุ่งทะยานออกไปจากตึกสำนักงานด้วยความเร็วสูง แต่เป้าหมายไม่ใช่คอนโดของเธอตามที่สั่ง... เพราะสภาพร่างกายที่กำลังย่ำแย่ของรินรดาในตอนนี้ ปล่อยให้อยู่คนเดียวไม่ได้เด็ดขาด!
รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดสนิทหน้าเพนต์เฮาส์ส่วนตัวใจกลางเมืองของคิรากร ร่างสูงไม่รอช้า เขารีบอุ้มร่างบางที่ตอนนี้เริ่มไม่มีสติขึ้นแนบอกทันที สัมผัสจากไอร้อนที่แผ่ผ่านเสื้อผ้าทำให้เขายิ่งเร่งฝีเท้าก้าวเข้าลิฟต์ส่วนตัวด้วยความกระวนกระวายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต
ภายในห้องนอนกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีเทาเข้มและอบอุ่น ร่างของรินรดากลืนหายไปกับเตียงนอนนุ่มฟูสีขาวสะอาด คิรากรสั่งให้แม่บ้านเตรียมน้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนนุ่มขึ้นมาให้อย่างเร่งด่วน ก่อนที่เขาจะลงมือจัดการเช็ดตัวลดไข้ให้หญิงสาวด้วยตัวเอง
“อื้ม... หหนาว...” เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากแห้งผาก รินรดานอนขดตัวเข้าหากันภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยพิษไข้ ดวงตาที่เคยดื้อรั้นและเปล่งประกายความท้าทายในยามกลางวัน ตอนนี้กลับปิดสนิท แพขนตางอนเปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ
คิรากรนั่งลงที่ขอบเตียงอย่างเงียบเชียบ มือหนาบรรจงบิดผ้าขนหนูหมาดๆ แล้วค่อยๆ เช็ดไปตามลำคอระหง ไหปลาร้า และเรียวแขนเนียนอย่างเบามือที่สุด ราวกับเธอกลัวว่าแรงสัมผัสเพียงนิดเดียวจะทำให้ตุ๊กตาแก้วตัวนี้แตกสลายคามือ
“ทำไมถึงดื้อขนาดนี้...” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ สายตาทอดมองหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาก ทั้งโกรธที่เธอมักเอาตัวเข้าแลกกับปัญหาโดยไม่ห่วงสุขภาพตัวเอง และทั้งเจ็บปวดลึกๆ ที่เห็นเธอนอนทรมานอยู่ตรงหน้า
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขารู้จักเธอในฐานะดีไซเนอร์สาวจอมพยศ ผู้หญิงที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร และพร้อมจะต่อปากต่อคำกับเขาได้ทุกเมื่อ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าภายใต้เกราะป้องกันอันแข็งกร้าวและวาจาเชือดเฉือนนั้น เธอก็เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่แบกรับความกดดันมหาศาลไว้บนบ่าบอบบาง
รินรดาขยับตัวเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นสบายจากผ้าขนหนู เปลือกตาส่งเสียงครางอือในลำคออย่างขัดใจ ก่อนที่มือเล็กจะคว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนาของเขาโดยไม่รู้ตัว แรงบิดเบาๆ นั้นทำเอาหัวใจของซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาเต้นรัวผิดจังหวะ
“คุณคิรากร... อย่าทิ้งฉันไปนะคะ...”
เสียงเพ้อแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทา ดวงตาที่เคยปิดสนิทพยายามลืมขึ้นมามองเขาอย่างสะลืมสะลือ แววตาคู่นั้นไม่มีความอวดดีหรือความแข็งกระด้างเหลืออยู่เลย มีเพียงความเปราะบางและความอ้างว้างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ จนคนฟังรู้สึกเจแปลบในอก
คิรากรชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาในห้องอกข้างซ้าย มืออีกข้างที่ว่างอยู่เอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยอยู่เสมอ
“ไม่ไปไหนหريكครับ... เอ้ย... ไม่ไปไหนหรอกค่ะ” เขาเกือบเผลอพูดคำติดปาก แต่ก็รีบเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงให้มีความนุ่มนวลที่สุด “ฉันอยู่ตรงนี้... อยู่ดูแลเธอจนกว่าจะหายดีเลยค่ะ ยัยตัวแสบ”
รินรดาดูเหมือนจะรับรู้ถึงความอบอุ่นนั้น เธอยอมคลายมือจากการเกาะกุมข้อมือเขา แล้วพลิกตัวซุกเข้าหาฝ่ามืออุ่นที่ประคองแก้มเธอไว้อย่างลืมตัว ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดฝ่ามือของเขาเบาๆ สร้างความรู้สึกวาบหวามและสั่นไหวในหัวใจของชายหนุ่มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
คิรากรทอดมองใบหน้ายามหลับใหลของเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้ง นิ้วเรียวยาวไล้กรอบหน้าเนียนอย่างเบามือ ราวกับต้องการปัดเป่าความเจ็บปวดทั้งหมดให้ออกไปจากตัวเธอ
ค่ำคืนนี้... ท่ามกลางความเงียบสงบของเพนต์เฮาส์หรู กำแพงน้ำแข็งที่ซีอีโอหนุ่มผู้เย่อหยิ่งสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเอง ได้พังทลายลงอย่างราบคาบ เหลือไว้เพียงความห่วงใยที่บริสุทธิ์และการเฝ้ารอคอยให้แสงตะวันวันใหม่สาดส่องลงมาพร้อมกับรอยยิ้มดื้อรั้นของเธออีกครั้ง
แต่ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและลึกซึ้ง เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงของคิรากรก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขาเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาเพื่อจะกดตัดสาย แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นชื่อบนหน้าจอที่สว่างวาบในความมืด...
*ข้อความแจ้งเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัท:*
**"ตรวจพบการพยายามเจาะระบบฐานข้อมูลลับของคอลเลกชันใหม่จาก IP Address ปริศนา... และต้นตอมาจากห้องทำงานส่วนตัวของรองประธานบริหาร!"**
คิรากรนัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รังสีอำมหิตพุ่งวาบกลับมาในดวงตาคมกริบทันที เขาก้มมองรินรดาที่ยังคงนอนซบมือเขาด้วยความอ่อนเพลียสลับกับหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือ
เกมนี้... ดูเหมือนจะไม่ได้จบลงแค่ความพ่ายแพ้ของวิชัยเสียแล้ว เมื่อมีหนอนบ่อนไส้รายใหญ่กว่าซ่อนตัวอยู่ใต้จมูกของเขาเอง!
...โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ...
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เมล่อนโซดา" มาจนถึงตอนนี้ด้วยนะคะ!)*
ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 17
ความอบอุ่นที่ได้รับ
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!