เสียงปรบมือเยาะเย้ยดังขึ้นก้องห้องประชุมใหญ่ของบริษัท เมื่อเมษาจงใจยกมือขึ้นทัดปอยผมที่ข้างหู เผยให้เห็นรอยยิ้มเย่อหยิ่งบนริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงสด เธอกวาดสายตามองรินรดาด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงเศษฝุ่นใต้รองเท้าส้นสูงแบรนด์ดังที่เธอสวมใส่
"ยังจะต้องให้อธิบายอะไรอีกเหรอคะคุณรินรดา หรือว่าสมองดีไซเนอร์ระดับล่างของคุณ มันประมวลผลไม่ทันว่าผลงานชิ้นเอกของฉัน... ได้กลายเป็นคอลเลกชันเรือธงของบริษัทไปเรียบร้อยแล้ว" เสียงแหลมสูงของเมษาบาดหูผู้คนในห้องประชุมจนหลายคนต้องลอบกลืนน้ำลาย
รินรดาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่นางแบบสาววาดหวังไว้เลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยนิ่งสงบราวกับผืนน้ำในบึงลึก เธอเพียงแค่ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปดูทรงพลังและเยือกเย็นจนเมษาชะงักรอยยิ้มค้างไว้บนใบหน้า
"มั่นใจมากเลยสินคะ ว่าผลงานชิ้นนั้นเป็นของคุณร้อยเปอร์เซ็นต์" รินรดาเอ่ยทวนคำ เสียงหวานใสแต่ทุ้มต่ำกังวานไปทั่วห้องประชุมที่เงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศ
"ก็แน่นอนสคะ! ทุกคนในวงการก็รู้ว่าฉันเป็นคนคุมทิศทางดีไซน์นี้ ร่างแบบทุกเส้นทุกสาย เกิดจากสมองและสองมือของฉันทั้งนั้น หรือว่าคุณจะเถียงว่าคุณไม่ได้ลอกงานของฉันไป" เมษาเชิดหน้าขึ้นสูง พยายามกลบเกลื่อนความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อสบตากับความนิ่งสนิทของรินรดา
คิรากรที่นั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะประชุมไม่ได้เอ่ยปากแทรกแซงแม้แต่คำเดียว ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นมองตรงไปยังเมษาราวกับกำลังมองดูละครสัตว์ฉากหนึ่ง เขายกมือขึ้นประสานกันไว้ที่หน้าตัก ปล่อยให้รินรดาเป็นผู้เล่นเกมนี้ตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบริษัท
"ค่ะ ฉันไม่เถียง... ว่าฉันไม่ได้ร่างแบบเส้นพวกนั้น" รินรดายิ้มรับที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้เมษาใจกระตุกวูบอย่างประหลาด "เพราะว่าเส้นทุกเส้น จุดทุกจุด และโครงสร้างโครงร่างทั้งหมด ฉันเป็นคนออกแบบมันขึ้นมาตั้งแต่แรกต่างหากล่ะคะ"
"E... นังบ้านี่! กล้าดียังไงมาพูดจาหน้าด้านๆ แบบนี้!" เมษาหมดมาดนางแบบผู้สูงส่ง เผลอหลุดเสียงกรี๊ดออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอยกนิ้วเรียวสั่นเทาชี้หน้าอีกฝ่าย "มีหลักฐานอะไรไม่ทราบ! ถึงได้กล้ามาปรักปรำฉันกลางห้องประชุมคณะกรรมการแบบนี้!"
รินรดาไม่ตอบคำถาม เธอยื่นมือไปหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วเสียบสายเชื่อมต่อเข้ากับจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่กลางห้องประชุมทันที หน้าจอสีดำมืดสนิทอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะสว่างวาบขึ้นพร้อมกับไฟล์ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ
"หลักฐานเหรอคะ? อยากได้แบบละเอียดแค่ไหนดีล่ะคะ เมษา"
รินรดาแตะนิ้วลงบนหน้าจอเบาๆ ภาพแรกที่ปรากฏขึ้นบนจอใหญ่คือไฟล์ต้นฉบับดิจิทัลที่มีประวัติการบันทึกเวลาอย่างละเอียด ย้อนกลับไปเมื่อสามเดือนก่อน ก่อนที่เมษาจะนำเอาแบบร่างชุดนั้นไปเสนอต่อคณะกรรมการบริหารเสียอีก ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีลายเส้นการแก้ไขงานนับร้อยเวอร์ชัน ที่มีร่องรอยการคอมเมนต์ด้วยลายมือของรินรดาเองอย่างชัดเจน
เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นเบาๆ ในหมู่คณะกรรมการบริหาร หลายคนหันไปกระซิบกระซาบกันด้วยสีหน้าตกตะลึง เมษาหน้าถอดสี ร่างระหงเริ่มสั่นเทาด้วยความตื่นกลัว เธอยกมือขึ้นคว้าแขนผู้จัดการส่วนตัวที่ยืนอยู่ข้างๆ ไว้แน่นราวกับคนจมน้ำ
"มะ... มันอาจจะเป็นไฟล์ปลอมก็ได้ค่ะ! ยัยนี่มันแฮกข้อมูลเข้ามาใส่ร้ายฉัน! ท่านประธานคะ! คุณต้องจัดการเธอนะคะ!" เมษาหันไปอ้อนวอนคิรากรด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำคลอเบ้าตาอย่างน่าสงสาร แต่ทว่าซีอีโอหนุ่มกลับแค่นหัวเราะในลำคออย่างไร้เยื่อใย
"ไฟล์ปลอมงั้นเหรอ?" คิรากรเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา "ระบบความปลอดภัยของบริษัทเราป้องกันการปลอมแปลงระดับสูงสุด และไฟล์ที่รินรดากำลังเปิดอยู่ตอนนี้... ถูกดึงมาจากเซิร์ฟเวอร์สำรองส่วนตัวของผมเอง"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกลางกบาลของเมษา หน้าของเภสัชกรสาวซีดเผือดลงจนแทบไม่เหลือสีเลือด เธอล้มทรุดลงไปกองกับพื้นห้องประชุมอย่างไร้ศักดิ์ศรี เมื่อหลักฐานชิ้นสุดท้ายถูกเปิดเผยขึ้นบนจอภาพ
มันคือคลิปวิดีโอวงจรปิดจากห้องทำงานส่วนตัวของเมษาเอง ในคลิปนั้นปรากฏภาพของเมษากำลังแอบย่องเข้าไปที่โต๊ะทำงานของรินรดาในช่วงดึกสงัด แอบคัดลอกไฟล์งานทั้งหมดลงในแฟลชไดรฟ์ส่วนตัว พร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจที่ฉายชัดเจนผ่านแสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
เสียงซุบซิบนินทาดังระเบิดขึ้นราวกับผึ้งแตกรัง คณะกรรมการหลายคนถึงกับส่ายหัวด้วยความผิดหวัง สายตาที่มองมาที่เมษาเต็มไปด้วยความรังเกียจและดูถูกเหยียดหยาม
รินรดาก้าวเท้าเข้าไปยืนค้ำหัวเมษาที่นั่งกองอยู่บนพื้น เธอก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ดวงตากลมโตมองอีกฝ่ายด้วยความสมเพชเวทนาอย่างแท้จริง
"การเป็นนางแบบระดับท็อป มันไม่ได้ช่วยให้สมองของคุณพัฒนาขึ้นเลยสินะคะ เมษา" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกคำ "คิดจะขโมยผลงานคนอื่นทั้งที น่าจะศึกษาให้ดีก่อนนะคะว่า... เจ้าของผลงานตัวจริง เขานั่งทำงานอยู่ใต้จมูกของคนที่คุณคิดจะเหยียบหัวมานานแค่ไหนแล้ว"
เมษาอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก น้ำตาไหลพรากอาบแก้มด้วยความอัปยศอดสู เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อตัวเอง รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกตบหน้ากลางสาธารณชนอย่างแรงจนชาไปทั้งแถบ
รินรดายืดตัวขึ้นยืนตรงอย่างสง่างาม เธอหันไปสบตากับคิรากรที่กำลังมองเธอด้วยแวว and ความพึงพอใจและประกายความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด เคมีระหว่างคนทั้งสองพวยพุ่งออกมาจนคนในห้องสัมผัสได้
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้จบลงแล้วและความยุติธรรมได้ทำหน้าที่ของมัน ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต
ร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก และด้านหลังของเขาก็คือบุคคลที่รินรดาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นหน้าอีกครั้งในบริษัทแห่งนี้... อดีตคู่หมั้นของเธอกำลังเดินตามเข้ามาพร้อมกับเอกสารลับในมือ!
"เกมยังไม่จบง่ายๆ หรอกครับคุณรินรดา..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับเอกสารแผ่นหนึ่งที่ถูกโยนลงบนโต๊ะประชุมต่อหน้าคิรากร "เพราะว่าลิขสิทธิ์จริงๆ ของคอลเลกชันนี้ ถูกโอนย้ายเป็นชื่อของผมเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานนี้!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ เมล่อนโซดาจะเสิร์ฟความสะใจให้จุกๆ ในตอนหน้าแน่นอนค่ะ!
ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 16
หน้าหงายกลางบริษัท
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!