เอกสารสัญญานับสิบฉบับถูกกวาดลงพื้นด้วยแรงเหวี่ยงเพียงครั้งเดียว เศษกระดาษราคาแพงปลิวว่อนราวกับใบไม้ร่วงในฤดูใบไม้ร่วง เสียงกระแทกโต๊ะทำงานหินอ่อนหนักหน่วงจนแก้วกาแฟสั่นสะเทือน แต่ไม่มีใครในห้องประชุมใหญ่ของอาคาร *Aura Design* กล้าส่งเสียงหายใจดังเกินกว่าปกติ แม้แต่ผอ. ฝ่ายบุคคลที่ขึ้นชื่อว่าเข้มงวดที่สุดยังต้องห่อไหล่และก้มหน้ามองปลายรองเท้าของตัวเอง
"ฉันให้เวลาพวกคุณสืบหาต้นตอของไฟล์ภาพตัดต่อบ้าๆ นี่มาสามวันเต็มๆ แต่สิ่งที่ฉันได้กลับมาคือคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ว่าระบบเซิร์ฟเวอร์รวนอย่างนั้นเหรอคะ?"
น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น รินรดายืนกอดอก แววตาคมกริบกวาดมองผู้บริหารระดับสูงทีละคนอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าเธอตกเป็นจำเลยสังคมจากข่าวฉาวเรื่องการขโมยแบบดีไซน์ ชุดคอลเลกชัน *Crimson Moon* ที่กำลังจะเปิดตัวในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า แต่ไม่มีร่องรอยของความพ่ายแพ้บนใบหน้าสวยคมนั้นเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวที่พร้อมจะเผาทุกคนให้เป็นจุล
เมษาที่นั่งไขว่ห้างอยู่มุมห้อง ยกมือขึ้นทัดผมอย่างจริตจะก้าน รอยยิ้มเยาะเย้ยถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีราวกับผู้บริสุทธิ์ที่น่าสงสาร "รินรดาคะ... หลักฐานมันมัดตัวแน่นขนาดนั้นแล้ว ไฟล์ต้นฉบับอยู่ในโฟลเดอร์ส่วนตัวของคุณ แถม IP Address ก็เชื่อมโยงกับคอมพิวเตอร์โต๊ะทำงานของคุณเอง จะมาโวยวายกลบเกลื่อนความผิดมันดูน่าเกลียดไปหน่อยนะคะ หรือว่าคุณคิดว่าตัวเองเป็นเด็กเส้นของท่านประธาน แล้วจะทำอะไรก็ได้?"
เปรี้ยง!
ประโยคเหน็บแนมนั้นยังไม่ทันขาดคำ ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันทีราวกับเปิดแอร์ติดลบสิบองศา
คิรากร... ซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยปรากฏตัวในห้องประชุมย่อยระดับปฏิบัติการ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังรินรดา รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจดจ้องไปที่เมษา นิ่งสนิทแต่น่ากลัวจนเธอต้องรีบหุบยิ้มและกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"เด็กเส้นเหรอคะ เมษา?" คิรากรทวนคำ เสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของสัตว์นักล่า "แปลกจะตาย ทำไมฉันถึงไม่เคยรู้เลยว่าบริษัทของฉันมีกฎที่อนุญาตให้คนไม่มีสมองมานั่งตัดสินความผิดพนักงานตามอำเภอใจได้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
เมษาหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก "ท่านประธานคะ คือว่า... เมษาแค่พูดตามหลักฐาน-"
"หลักฐาน?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน เขายกแท็บเล็ตในมือขึ้นปัดหน้าจอเบาๆ ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะกลางห้อง เสียงโลหะกระทบพื้นผิวหินอ่อนดังสนั่น "ไฟล์ภาพที่คุณเมษาพยายามเอามายื่นยันว่าเป็นต้นฉบับที่รินรดาขโมยมา ถูกส่งมาจาก IP Address ภายนอกบริษัท เมื่อสามคืนก่อนตอนตีสองสิบห้านาที และถ้าตาฉันไม่ได้ฝาด คนที่เดินออกจากห้องคลังข้อมูลในเวลาไล่เลี่ยกัน พร้อมกับถือแฟลชไดรฟ์สีชมพูสะท้อนแสง... ก็คือผู้ช่วยส่วนตัวของคุณเมษาเองไม่ใช่เหรอคะ?"
พรึบ!
สายตาทุกคู่ในห้องหันขวับไปมองเมษาและผู้ช่วยสาวที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่มุมห้องทันที สีหน้าของเมษาเปลี่ยนเป็นสีซีดขาวราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งรอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
รินรดาเหลือบมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังลมให้เธอโดยไม่รู้ตัว หัวใจที่เคยแข็งกระด้างและระแวดระวังมาตลอดกลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างกะทันหัน เธอไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่วันๆ เอาแต่สั่งงานและจับผิดเธอด้วยสายตานิ่งๆ จะพลิกแผ่นดินหาหลักฐานชิ้นนี้มาล้างมลทินให้เธอด้วยตัวเอง
"คิรากร..." รินรดาพึมพำเรียกชื่อเขาเบาๆ
ชายหนุ่มไม่ได้หันกลับมามอง แต่ปลายนิ้วแกร่งกลับเอื้อมมาคว้ามือเรียวของเธอatจับไว้แน่น ฝ่ามือของเขาอบอุ่นและมั่นคง ราวกับจะบอกว่า *'มีฉันอยู่, เธอไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น'*
"การสืบความจริงให้ถึงราก มันไม่ได้แปลว่ารอให้หลักฐานลอยมาตกตรงหน้าหรอกนะคะคุณเมษา..." คิรากรก้าวเข้าไปใกล้เมษาช้าๆ กดดันด้วยส่วนสูงและอำนาจที่ล้นเหลือ "แต่หมายถึงการขุดรากถอนโคนไอ้พวกงูพิษที่คอยแว้งกัดคนของฉัน... ออกไปให้พ้นจากบริษัทนี้ต่างหาก"
เมษาร้องกรี๊ดออกมาด้วยความสติแตกเมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนเดินตรงเข้ามาประกบข้างตัวเธอตามคำสั่งที่ไม่ได้เอ่ยปากแต่เด่นชัดด้วยสายตา "ปล่อยฉันนะ! ท่านประธานคะ คุณกำลังโดนผู้หญิงคนนี้หลอก! นังรดามันก็แค่-"
"เชิญค่ะ" คิรากรตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดดั่งใบมีด "และเตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาหมิ่นประมาทและทำลายชื่อเสียงบริษัทได้เลยค่ะ หวังว่าทนายความของคุณจะเก่งพอที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องติดคุกนานเกินไปนะ"
เสียงโวยวายของเมษาค่อยๆ เงียบหายไปตามทางเดิน เหลือไว้เพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดในห้องประชุม รินรดาดึงมือของตัวเองกลับเบาๆ แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความสะใจที่ได้เห็นศัตรูหน้าหงาย แต่เธอก็ยังเก๊กฟอร์มทำเป็นกอดอกเชิดหน้าใส่คนตัวสูงที่หันกลับมามองเธอด้วยแววตากรุ้มกริ่ม
"มองอะไรคะ? ฉันไม่ได้ขอให้คุณช่วยสักหน่อย" รินรดาเชิดใส่ กลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังตีรวนขึ้นมาบนพวงแก้ม
คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก "ปากแข็งจังเลยนะคะ... เมื่อกี้ใครนะที่เรียกชื่อฉันเสียงหวานเชียว อยากฟังอีกรอบจังค่ะ"
"ใครเรียก! หูฝาดไปเองแล้วท่านประธาน!" รินรดาหน้าแดงแจ๋ รีบผลักอกเขาออกแล้วหันไปเก็บเอกสารบนโต๊ะเพื่อซ่อนอาการพิรุธ
คิรากรหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายอมถอยหลังให้อย่างตามใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแนบหูเมื่อมีสายด่วนโทรเข้ามา สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลับกลายเป็นความเคร่งขรึมและเยือกเย็นดังเดิม
"ว่าไงคะ... เจอตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้แล้วเหรอ?"
รินรดาชะงักมือที่กำลังเก็บแฟ้มเอกสาร หูผึ่งขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว เธอลอบมองใบหน้าด้านข้างของคิรากรที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความดุดัน สายตากลมโตเบิกกว้างด้วยความสงสัยระคนตื่นตระหนก เมื่อคิรากรหันมาสบตากลับมาพร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่มุมปาก... รอยยิ้มที่บอกให้รู้ว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะซัดถล่มเข้ามา และเธอก็คือคนเดียวที่จะต้องเข้าไปเผชิญหน้ามันพร้อมกับเขาในค่ำคืนนี้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บและฟินในตอนนี้นะคะ!
ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 15
สืบความจริงให้ถึงราก
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!