ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 11

เมื่อกำแพงเริ่มร้าว

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
เสียงฟาดของแฟ้มเอกสารหนาปึึกที่กระทบลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสในห้องประชุมใหญ่ไม่ได้ดังเท่ากับเสียงสะท้อนในหัวของรินรดาค่ะ เมษาเหยียดยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ดวงตาคู่คมที่ผ่านการกรีดอายไลเนอร์มาอย่างเฉียบคมกวาดมองดีไซเนอร์สาวรุ่นน้องด้วยแววตาสمเพชเวทนา ขณะที่คิรากรนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหัวโต๊ะ ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบดุจรูปปั้นหินแกรนิต ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับจับจ้องรินรดาไม่วางตา คล้ายกำลังรอคอยให้กำแพงที่เธอสร้างขึ้นมานานนับปีพังทลายลงด้วยมือของเธอเอง "คิดว่าตัวเองเป็นใครกันคะรินรดา? ดีไซเนอร์โนเนมที่เคยมีคดีฉาวติดตัวจนแบรนด์ดังระดับประเทศต้องเขี่ยทิ้งเมื่อสามปีก่อน... คนแบบเธอยังมีความหน้าด้านพอที่จะมายืนออกแบบชุดฟินาเล่ให้คุณคิรากรอีกเหรอคะ?" น้ำเสียงแหลมสูงของเมษาบาดหูจนคนในห้องประชุมต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความอึดอัด ทว่ารินรดากลับไม่ได้ตอบโต้ด้วยการกรีดร้องตามสไตล์ที่เมษาคาดหวัง มือเรียวทั้งสองข้างที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนผิวเนื้อขาวซีดเริ่มสั่นเทา ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ความรู้สึกหวั่นไหวเมื่อครู่ทันที เมมมินิมอลในหัวสมองของเธอหมุนวนย้อนกลับไปถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น—วันที่เธอต้องสูญเสียทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผลงานที่ถูกขโมย ความไว้ใจ และศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี รินรดาเงยหน้าขึ้น ช้าๆ สายตาที่เคยซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้บัดนี้กลับลุกโชนไปด้วยประกายไฟแห่งความดื้อรั้น เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะให้กับความพยายามของเมษาที่จะเหยียบย่ำเธอให้จมดิน "ค่ะ... ฉันมันก็แค่ดีไซเนอร์ตกอับที่เคยผิดพลาดครั้งใหญ่ในอดีต" รินรดาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นจนน่าตกใจ "แต่ความผิดพลาดครั้งนั้น มันไม่ได้สอนให้ฉันเป็นคนขโมยผลงานคนอื่นเหมือนใครบางแถวนี้หรอกนะคะ! และที่สำคัญ... อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องเอาชื่อเสียงของตัวเองไปแลกกับการขึ้นเตียงกับกรรมการประกวด เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์กิเอกๆ แบบที่คุณเมษาทำหรอกค่ะ!" สิ้นเสียงของรินรดา บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบทันที เมษาหน้าซีดเผือด สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนริมฝีปากสั่นระริก "เธอ! นังบ้า! แกกล้าดียังไงมาใส่ร้ายฉัน!" "ใส่ร้ายเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะประชุมตัวยาว ใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว "หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับของคุณกับกรรมการคนนั้น ฉันเก็บไว้ในแฟลชไดรฟ์บนโต๊ะทำงานหมดแล้วนะคะ อยากจะให้ฉันเปิดให้บอร์ดบริหารดูตอนนี้เลยไหมล่ะคะ คุณเมษา?" เมษาอ้าปากค้าง พูดไม่ออก ได้แต่หันไปมองคิรากรเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกลับไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบของคิรากรทอประกายความสนใจระคนทึ่งอย่างปิดไม่มิด เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างกายของรินรดาอย่างแนบชิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความกดดันจากตัวเขาลอยเข้ามาชวนให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ "พอแค่นี้แหละครับ" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ ปรายตามองเมษาด้วยแววตาเย็นชาไร้ความปรานี "คุณเมษา... เชิญเก็บของแล้วออกไปจากบริษัทของผมได้เลยครับ ส่วนเรื่องสัญญา เดี๋ยวทางฝ่ายกฎหมายจะส่งเอกสารยกเลิกไปให้ถึงบ้าน คุณหมดสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้ามาในตึกนี้อีก" "คุณคิรากรคะ! อย่าไล่เมษานะคะ! นังรินรดามันโกหก!" เมษากรีดร้องเสียงหลง พยายามจะพุ่งเข้ามาโอบแขนคิรากร แต่บอดี้าร์ดร่างยักษ์สองคนก้าวเข้ามาขวางเอาไว้ทันที ก่อนที่เธอจะถูกลากตัวออกไปจากห้องประชุมท่ามกลางสายตาสสมเพชของทุกคน ประวัติศาสตร์ความเจ็บปวดที่รินรดาพยายามฝังกลบไว้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางที่สาธารณะแล้ว กำแพงในใจที่เธอใช้เวลาสร้างมานานหลายปีเพื่อปกป้องตัวเองจากความรักและความไว้ใจเริ่มปริร้าวลงทีละน้อย ความเหนื่อยล้าเข้าจู่โจมจนเธอต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แต่ก่อนที่เธอจะได้หันหลังเดินออกจากห้อง มือหนาของคิรากรก็คว้าข้อมือเรียวเอาไว้เสียก่อน "ปล่อยค่ะ" รินรดาตวัดสายตาขุ่นเคืองใส่คนตัวโต พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม "ฉันเคลียร์ปัญหาให้คุณเรียบร้อยแล้ว หวังว่าเราคงไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีกนะคะ ท่านซีอีโอขาโหด" คิรากรไม่ยอมปล่อย เขากลับออกแรงดึงรั้งร่างบางให้เข้ามาใกล้เสียจนแผ่นอกของเธอแนบชิดกับอกแกร่งของเขา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ข้างใบหูของเธอ ทำให้รินรดาถึงกับตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก "เรื่องในอดีตของคุณ... ที่คุณพูดถึงเมื่อกี้..." คิรากรกระซิบเสียงพร่าข้างกกหู น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนลงอย่างผิดคาด "สามปีก่อน... คนที่ขโมยงานคุณไป และทำให้คุณต้องกลายเป็นแพะรับบาป... จริงๆ แล้วไม่ใช่คนอื่นไกลใช่ไหมครับ?" รินรดาเบิกตากว้าง ร่างกายชาวาบไปทั้งตัว ความลับที่เธอเก็บซ่อนไว้ลึกที่สุด กำลังจะถูกผู้ชายคนนี้ลากออกมากลางแสงสว่างในประโยคถัดไป— ขณะที่รินรดากำลังจะสะบัดหน้าหนี เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของคิรากรก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ เขากดรับสายด้วยมือข้างเดียวโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าซีดเผือดของเธอ ทว่าเพียงแค่ได้ยินเสียงปลายสายที่ลอดออกมาจากลำโพง รินรดาก็ต้องช็อกจนแทบหยุดหายใจ *(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและร่วมเดินทางไปกับ "เมล่อนโซดา" นะคะ
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%