ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 10

มื้อค่ำที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
"เลิกทำหน้าเหมือนฉันติดหนี้คุณร้อยล้านได้แล้วค่ะคุณคิรากร บะหมี่เกี๊ยวข้างทางร้านนี้ไม่ได้ใส่ยาพิษลงไปหรอกนะคะ ถึงได้ทำท่าเหมือนกำลังจะเดินไปลานประหารแบบนั้น" รินรดาเอ่ยแซะพร้อมกับใช้ตะเกียบเคาะชามกระเบื้องเคลือบสีขาวที่บิ่นมุมเล็กน้อย เสียง *ก๊องๆ* ดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางเสียงจอแจของพ่อค้าแม่ค้าและเสียงรถราที่วิ่งพลุกพล่านอยู่ริมถนนใหญ่ เบื้องหลังเตาถ่านร้อนฉ่าและไอควันโขมงที่ลอยคลุ้ง คิรากร ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรแฟชั่นระดับประเทศ กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดงที่ดูเหมือนจะรับน้ำหนักตัวเขาแทบไม่ไหว เสื้อเชิ้ตแบรนด์ดังราคาหลักหมื่นถูกพับแขนขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่มีเส้นเลือดปูดโปーンตามแรงอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ปกติมักจะเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก ตอนนี้กำลังขมวดมุ่นจนแทบจะเป็นปม เขาปรายตามองชามบะหมี่ตรงหน้าด้วยสายตาหวาดระแวง ราวกับมันคือวัตถุอันตรายจากนอกโลก "ฉันไม่เคยกินอาหารริมทางแบบนี้... และที่สำคัญ ฉันไม่ชอบความสกปรก" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความถือตัวไว้เต็มเปี่ยม ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรังเกียจเดียดฉันท์นิดๆ "โอ๊ะ! คุณชายตระกูลสูงส่งประทานโทษด้วยนะคะ พอดี ‘คนธรรมดา’ อย่างฉันมันรสนิยมต่ำต้อย อาหารในภัตตาคารหรูระดับมิชลินสตาร์มันคงไม่อร่อยเท่าหยาดเหงื่อแรงงานของยายเพ็ญเจ้าของร้านนี้หรอกค่ะ" รินรดาลอยหน้าลอยตาตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว เธอคีบเส้นบะหมี่สีเหลืองอ๋อยเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่สนใจสายตาพิฆาตที่ส่งมาเลยสักนิด ความจริงแล้ว การมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ร้านบะหมี่ริมทางนี่ไม่ใช่แผนการของใครที่ไหน แต่เป็นเพราะหลังจากที่ทั้งคู่เพิ่งเสร็จศึกประชุมเครียดกับพาร์ทเนอร์ต่างชาติจนดึกดื่น รินรดาก็บิดขี้เกียจแล้วลากเขาออกมาจากตึกสูงระฟ้าโดยอ้างว่าหิวไส้กิ่ว และปฏิเสธทุกภัตตาคารหรูที่เลขาฯ ของเขาพยายามโทรศัพท์ไปจองโต๊ะให้ คิรากรถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านอยู่ในอก แต่แปลก... แทนที่เขาจะลุกขึ้นเดินหนีแล้วเรียกโรลส์รอยซ์มารับเหมือนทุกครั้ง เขากลับมองหญิงสาวที่กำลังเคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มป่องด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แสงไฟนีออนสีส้มจากป้ายร้านสาดกระทบลงบนใบหน้าด้านข้างของเธอ เส้นผมลอนยุ่งเหยิงหลุดลุ่ยไม่เป็นทรงเพราะผ่านศึกออกแบบชุดมาทั้งวัน แต่ทว่า... แววตากลับเปล่งประกายมีชีวิตชีวาอย่างประหลาด รอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปากนั่น ไม่รู้ทำไมถึงทำให้หัวใจที่ด้านชาของซีอีโอหนุ่มเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ "มองอะไรคะ? หน้าฉันมีเส้นบะหมี่ติดอยู่หรือไง" รินรดาเงยหน้าขึ้นมาสบตาโดยบังเอิญ เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพบว่าสายตาที่เขามองมามันไม่ได้มีความรำคาญเจืออยู่เลยสักนิด แต่มันกลับลึกล้ำและ... คล้ายกำลังสำรวจงานศิลปะชิ้นเอกที่เขาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน "เปล่า..." คิรากรหลบสายตาอย่างเนียนๆ เขายกแก้วน้ำพลาสติกที่มีน้ำแข็งลอยอยู่ปริ่มแก้วขึ้นมาจิบแก้เก้อ "แค่กำลังคิดว่าผู้หญิงที่แต่งตัวเปรี้ยวปรี๊ดเป็นดีไซเนอร์มือฉมัง ทำไมถึงมีนิสัยเหมือนเด็กกะโปโลไม่มีผิด" "ปากเสีย!" รินรดาแหวใส่ทันควัน แต่แก้มเนียนกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ "ถ้าฉันเป็นเด็กกะโปโล แล้วคุณล่ะคะ เป็นตาแก่จอมเผด็จการที่วันๆ เอาแต่สั่งๆๆ จนลูกน้องเป็นโรคประสาทตายหมดแล้วมั้ง!" "หึ..." คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา "ถ้าฉันเป็นตาแก่จอมเผด็จการจริง ป่านนี้เธอคงโดนฉันสั่งลงโทษข้อหาต่อปากต่อคำจนไม่ได้ผุดได้เกิดไปนานแล้วล่ะรินรดา" บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะมีประกายไฟปะทุขึ้นมาเบาๆ ท่ามกลางเสียงรถที่วิ่งผ่านไปมา สายตาสองคู่ประสานกันนิ่งงัน ระยะห่างระหว่างโต๊ะแคบๆ เริ่มทำให้พื้นที่ส่วนตัวของทั้งคู่ซ้อนทับกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำซุปกระดูกหมูผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ จากตัวของชายหนุ่มลอยมาแตะจมูก รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวเร็วกว่าปกติจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในชุดสูทเนี๊ยบกริบในห้องประชุม หรือนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกแดงตัวนี้ รังสีความหล่อเหลาและเสน่ห์อันตรายของเขาก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยสักนิด "อะ...แฮ่ม!" รินรดาแสร้งกระอมกระแอมเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด เธอรีบก้มหน้าก้มตาตักซุปเข้าปากเพื่อหลบสายตาคู่นั้น "กินๆ เข้าไปเลยนะคะ เส้นจะอืดหมดแล้ว ฉันไม่เลี้ยงมื้อนี้นะบอกไว้ก่อน กระเป๋าตังค์ฉันแบนราบเป็นกระดาษทิชชูแล้ว" คิรากรอมยิ้มบางๆ กับท่าทางลนลานที่พยายามกลบเกลื่อนความเขินอายของเธอ สุดท้ายเขาก็ยอมหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเส้นบะหมี่เข้าปากบ้าง รสชาติกลมกล่อมของน้ำซุปที่เคี่ยวจนได้ที่ทำให้เขาแปลกใจไม่น้อย มันไม่ได้แย่อย่างที่คิด... หรืออาจจะเป็นเพราะบรรยากาศตรงหน้ามันมีรสชาติบางอย่างที่กลมกล่อมยิ่งกว่าอาหารบนโต๊ะอาหารหรูราคาแพงเสียอีก "อร่อยดี..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ จนคนฟังแทบสำลัก "คะ? ว่าอะไรนะคะ?" รินรดาเงยหน้าขึ้นถามด้วยความตกใจ เหมือนหูจะฝาดไป "ฉันบอกว่า... บะหมี่ร้านนี้รสชาติใช้ได้" คิรากรสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมคายฉายแววอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "แต่... สู้คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่ได้" *ตู้ม!* เหมือนมีพลุไฟลูกใหญ่ระเบิดอยู่ในอกของรินรดา หน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจนลามไปถึงใบหู สมองขาวโพลนไปหมด ผู้ชายคนนี้... ไปหัดหยอดคำหวานเลี่ยนแบบนี้มาจากไหนกัน! ปกติเห็นมีแต่มาดขรึมเย็นชาใส่ชาวบ้านเขาไม่ใช่หรือไง! "คุณ... คุณคิรากร! พูดบ้าอะไรเนี่ย!" เธอโวยวายกลบเกลื่อนความเขิน พร้อมกับใช้มือพัดหน้าตัวเองที่กำลังร้อนฉ่า "ฉันพูดความจริง..." คิรากรโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะอีกนิด ดวงตาคมกริมจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน "หรือว่า... เธอกำลังเขินฉันอยู่ รินรดา?" "ใครเขิน! ฝันไปเถอะค่ะ!" เธอเสียงสูงใส่ทันทีเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของคิรากรก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูทันที คิรากรขมวดคิ้วด้วยความขัดเคืองใจ เขาควักโทรศัพท์ออกมาดูหน้าจอ แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้น รังสีความเย็นชาและอำนาจดิบเถื่อนก็กลับมาแผ่ซ่านรอบตัวเขาอีกครั้งในเสี้ยววินาที รินรดาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้น สีหน้าของชายหนุ่มเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ถนนริมทางราวกับกำลังระวังภัยบางอย่าง ก่อนที่เขาจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "ว่าไง..." ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะมีเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงความร้อนรนของผู้หญิงคนหนึ่งดังทะลุออกมาจากลำโพง จนรินรดาที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ยังได้ยินอย่างชัดเจน *[คุณคิรากรคะ!แย่แล้วค่ะ! ที่ห้องเสื้อหลักเกิดเรื่องใหญ่แล้ว... มีคนบุกเข้าไปทำลายห้องเก็บแบบชุดคอลเลกชันใหม่ของคุณรินรดาเสียหายหมดเลยค่ะ! แถมตอนนี้... นักข่าวแห่กันไปเต็มหน้าตึกแล้วด้วยนะคะ!]* เสียงของเมษาดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท รินรดาชะงักกึก รอยยิ้มและอาการเขินอายเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด คิรากรวางสายช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดา ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว วางแบงค์พันสีม่วงลงบนโต๊ะโดยไม่รอเงินทอน ก่อนจะคว้าข้อมือเรียวของรินรดาให้ลุกตามขึ้นมาทันที "กลับ!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยคำสั่งเฉียบขาด "มีคนอยากลองดีกับฉัน... และรื้อถอนของๆ เธอกลางดึกแบบนี้ คงต้องให้มันรู้ซะบ้างว่านรกบนดินมันหน้าตาเป็นยังไง" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ความรู้สึกหวั่นไหวเมื่อครู่ทันที มือเรียว2ข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ขอบคุณทุกการติดตามและกำลังใจจากใจ "เมล่อนโซดา" นะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%