ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 4

ความลับใต้รอยยิ้ม

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
เสียงก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าในห้องน้ำรวมชั้นสิบห้าของตึกบริษัท *Kira Design* ดังหยดติ๋ง ๆ เป็นจังหวะเดียวกับความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายกมือขึ้นเสยผมปอยที่ชื้นเหงื่อขึ้นลวก ๆ หลังจากที่เธอต้องรื้อแบบร่างคอลเลกชันใหม่รอบที่สี่ของวัน เพราะอีตาซีอีโอเลือดเย็นอย่างคิรากรดันติงว่า *"มันยังขาดจิตวิญญาณของความพินาศ"* — ให้ตายเถอะ! นี่เขาเป็นมนุษย์หรือเครื่องจักรผลิตข้อติกันแน่? ดีไซเนอร์สาวนึกเคืองในใจพลางหยิบกระดาษทิชชูมาซับหน้าผาก เวลาปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนแล้ว ตึกทั้งตึกควรจะร้างผู้คน นอกเสียจากยามรักษาความปลอดภัยและผีสาง แต่นี่กลับมีเสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าเชื่องช้าดังมาจากห้องทำงานใหญ่ที่อยู่สุดทางเดิน รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เธอตั้งใจจะเดินกลับไปเอาแท็บเล็ตที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน แต่ภาพที่สะท้อนผ่านกระจกเงาบานใหญ่ตรงทางแยกกลับทำให้เธอบังคับฝ่าเท้าให้หยุดชะงัก ประตูกระจกฝ้าของห้องทำงานซีอีโอไม่ได้ปิดสนิท มันแง้มเปิดไว้คืบหนึ่ง และแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสีเหลืองนวลสาดส่องออกมาเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของคิรากรที่ปกติมักจะยืนหลังตรงสง่างามราวกับรูปปั้นกรีกโบราณ ยามนี้เขากลับทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนเก้าอี้หนังราคาแพง มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นกุมขมับแน่น นิ้วเรียวยาวขย้ำเส้นผมสีดำสนิทจนยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ลมหายใจที่พ่นออกมาแต่ละครั้งดูติดขัดและสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด *เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าพ่อแฟชั่นผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งใดคนนั้นกันนะ?* รินรดากลั้นใจก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างระมัดระวัง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความแปลกประหลาดใจที่เธอไม่เคยเห็นมุมนี้ของเขามาก่อน ปกติแล้วคิรากรจะมาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่พร้อมจะเหยียบย่ำความมั่นใจของคนอื่นให้แหลกคาเท้า แต่วันนี้... ผู้ชายคนที่กุมชะตากรรมของบริษัทกำลังห่อไหล่เข้าหากันราวกับเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่กำลังแบกรับโลกทั้งใบไว้คนเดียว บนโต๊ะทำงานของเขามีกรอบรูปใบเล็กคว่ำหน้าอยู่ คิรากรค่อย ๆ ยื่นมือที่สั่นเทาเล็กน้อยไปพลิกมันขึ้นมา ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเฉียบคมดุจใบมีด ยามนี้กลับเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส ๆ ที่เขาพยายามจะสะกดกลั้นมันไว้สุดชีวิต เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคายที่ซีดเผือด "ทำไม... ทำไมถึงเป็นแบบนี้อีกแล้ว..." เสียงทุ้มต่ำที่มักจะทรงอำนาจและเย็นชา บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ มันเจือปนไปด้วยความเจ็บปวดลึกล้ำที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากความสมบูรณ์แบบมาเนิ่นนาน รินรดายืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม เธอลืมความโกรธแค้นที่เคยมีต่อเขาไปจนหมดสิ้น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว—นี่คือความลับที่ไม่มีพนักงานคนไหนในบริษัทเคยล่วงรู้ คิรากรผู้ไร้พ่ายกำลังแตกสลายอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มเยือกเย็นที่เขาใช้ฟาดฟันผู้คนในเวลางาน แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะถอยหลังเดินเลี่ยงออกไปเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวให้เขา ปลายเท้าของเริ่นดันไปเตะเข้ากับกระถางต้นไม้ปลอมริมทางเดินเข้าอย่างจัง! *กุกกัก!* เสียงพลาสติกกระทบพื้นดังสนั่นท่ามกลางความเงียบสงัด คิรากรดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความเร็วแสง แววตาที่อ่อนล้าเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวังและดุดันทjทันที ราวกับสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม เขาก้าวฉับ ๆ มาผลักประตูกระจกเปิดผางออกด้วยใบหน้าบึ้งตึง "ใคร!" น้ำเสียงทรงพลังตวาดกร้าว พร้อมกับสายตาดุจเหยี่ยวที่กวาดมองไปรอบทางเดินมืดสลัว รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สติสัมปชัญญะเตือนให้เธอก้าวออกมาจากมุมมืดแล้วเผชิญหน้ากับเขาตรง ๆ แทนที่จะวิ่งหนีให้ดูน่าสงสัย เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา ก่อนจะก้าวออกมาจากเงาสลัวพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อน ๆ ที่พยายามปั้นแต่งให้เป็นธรรมชาติที่สุด "ฉันเองค่ะ... ท่านประธาน" รินรดากอดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้ขาจะสั่นพับ ๆ อยู่ข้างใน "พอดีฉันลืมแท็บเล็ตไว้ที่โต๊ะ แล้วบังเอิญ... เอิ่ม ได้ยินเสียงประหลาดน่ะค่ะ นึกว่ามีโจรขึ้นตึกเสียอีก" คิรากรชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับเครื่องปรับอากาศเสีย รอยยิ้มเยาะหยันแบบฉบับของเขากลับมาประดับบนมุมปากอีกครั้งอย่างรวดเร็วราวกับเล่นกล แต่รินรดาสังเกตเห็นว่าดึงตาคู่นั้นยังคงแดงก่ำเล็กน้อย "ดีไซเนอร์รินรดา..." เขาลากเสียงยาวอย่างเย้ยหยัน ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเธอทีละก้าว จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับผนังเย็นเฉียบของตึก "รู้ตัวไหมว่าการแอบฟังเจ้านายในยามวิกาลแบบนี้ มันมีโทษฐานอะไรบ้าง? หรือว่าเธอกำลังตกหลุมรักฉัน จนอยากจะรู้เรื่องส่วนตัวของฉันจนตัวสั่นกันแน่?" คำพูดกวนประสาทนั้นเกือบจะทำให้รินรดาซัดหมัดใส่หน้าเขาจริงๆ สักที ถ้าไม่ใช่เพราะเธอยังเห็นร่องรอยความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้แววตานั้น รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรง ๆ ไม่หลบตาเหมือนทุกครั้ง ความกล้าหาญบางอย่างพุ่งพล่านขึ้นมาในอก เธอเอื้อมมือไปแตะที่แขนเสื้อสูทเนื้อดีของเขาเบา ๆ โดยไม่มีการลังเล ทำให้คิรากรชะงักกึก ร่างสูงแข็งทื่อไปทันทีราวกับถูกสาป "ถ้าเหนนัก... ก็ไม่ต้องฝืนทำเป็นเก่งหรอกค่ะ" น้ำเสียงของรินรดาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว มันไม่ได้มีแววประชดประชันเหมือนทุกที แต่เต็มไปด้วยความจริงใจที่ทำให้อีกฝ่ายนิ่งอึ้ง คิรากรจ้องมองใบหน้าหวานที่อยู่ใกล้แค่คืบ ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันในความเงียบงัน หัวใจที่ด้านชามานานนับปีของซีอีโอหนุ่มกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง เขาเม้มริมฝีปากแน่น กำมือเข้าหากันแน่นยิ่งกว่าเดิมเพื่อพยายามควบคุมความรู้สึกที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งเกินเลย... *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคิรากรก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน เขาก้มลงมองหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะกลับมาเคร่งเครียดขึ้นอีกครั้ง รินรดาเห็นสีหน้าเขาเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันราวกับพลิกฝ่ามือ คิรากรรีบผละตัวถอยห่างจากเธอทันที สีหน้าเย็นชาถูกสวมทับกลับเข้าไปใหม่อย่างรวดเร็วราวกับหน้ากากละครสัตว์ "กลับบ้านไปซะรินรดา อย่าเอาความเสือกมาปะปนกับงานดีไซน์" เขาพูดด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องทำงานแล้วกระแทกประตูปิดใส่หน้าเธอเสียงดังสนั่น รินรดายืนกะพริบตาปริบ ๆ กับความไร้เยื่อใยที่กลับมาอย่างรวดเร็วเกินคาด "อีตาบ้าเอ๊ย! คนหวังดีแท้ ๆ!" เธอสบถเบา ๆ อย่างหัวเสีย แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะหันหลังเดินกลับไปหยิบแท็บเล็ตแล้วกลับคอนโดให้รู้แล้วรู้รอดนั้น ประตูห้องทำงานของซีอีโอที่ควรจะปิดสนิท กลับถูกดึงเปิดออกอีกครั้งด้วยมือหนา คิรากรไม่ได้เดินออกมา แต่เขายืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบาย ๆ แววตาสื่อความหมายลึกล้ำที่ทำเอารินรดาต้องหยุดชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกระลอกเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของเขา "ถ้าพรุ่งนี้เช้า... เธอออกแบบคอลเลกชันนั้นไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่ฉันต้องการล่ะก็..." คิรากรเว้นจังหวะเล็กน้อย มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจที่ชวนให้หมั่นไส้ที่สุดในสามโลก "ฉันจะสั่งพักงานเธอเจ็ดวันเต็ม... และในเจ็ดวันนั้น เธอจะต้องมาเป็นเลขาส่วนตัวคอยชงกาแฟให้ฉันที่ห้องนี้... แต่เพียงลำพัง" รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเร่าร้อนแห่งการแข่งขันพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย *ฝันไปเถอะค่ะ อีตาซีอีโอเลือดเย็น! พรุ่งนี้เช้าคุณจะได้เห็นผลงานระดับมาสเตอร์พีจน็อคเอาท์คุณจนลุกไม่ขึ้นแน่นอน!* --- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแสบสันต์ของยัยรินรดานะคะ บทหน้าเตรียมตัวสะใจกับตาซีอีโอปากแข็งคนนี้ได้เลยค่ะ เมล่อนโซดาคอนเฟิร์มความแซ่บค่ะ!)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%