"ฉันบอกแล้วไงคะว่ารอยเย็บตะเข็บนี้มันเกะกะสายตา! ถ้าคุณคิรากรใช้สมองส่วนหน้าวิเคราะห์สักนิด ก็คงจะมองเห็นว่ามันทำลายความพริ้วไหวของเนื้อผ้าชีฟองเกรดพรีเมียมชิ้นนี้ไปจนหมดสิ้น!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนกระดาษสเก็ตช์ดีไซน์ปลิวว่อนกลางห้องประชุมใหญ่ เมษาที่นั่งเกาะแขนซีอีโอหนุ่มอยู่ข้างกายถึงกับสะดุ้งเฮือก หน้าถอดสีด้วยความตกใจ ส่วนบรรดาผู้จัดการฝ่ายและทีมงานการตลาดต่างพร้อมใจกันหดหัว หลบสายตาลงต่ำราวกับกำลังนั่งอยู่บนกองระเบิดเวลาที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
รินรดายืนเท้าสะเอว ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ผมยาวสลวยที่มัดรวบไว้ลวกๆ หลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียกรอบหน้าคมคาย เธอยอมหักไม่ยอมงอมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว และต่อให้คนตรงหน้าจะเป็นถึงประธานบริหารสูงสุดผู้กุมชะตากรรมของแบรนด์แฟชั่นระดับประเทศ เธอก็ไม่คิดจะก้มหัวให้ความเผด็จการงี่เง่านี้เด็ดขาด
คิรากรไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองออกมาอย่างที่ทุกคนคาดคิด ตรงกันข้าม... ซีอีโอหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษกลับค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง นัยน์ตาสีเข้มคมกริบราวกับพญาอินทรีย์จ้องมองใบหน้าบึ้งตึงของดีไซเนอร์สาวตัวแสบด้วยความรู้สึกท้าทาย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า
"รอยเย็บตรงนั้นแหละที่จำเป็น รินรดา..." น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น ขณะที่ขายาวก้าวออกจากการนั่งประจำตำแหน่ง เดินตรงเข้าไปหาร่างบางที่ยืนขวางกระดานชนวนไว้อย่างคุกคาม "เพราะถ้าไม่มีมัน ชุดราตรีที่เธอออกแบบก็จะไม่มีโครงสร้างที่แข็งแรงพอจะรองรับสรีระของนางแบบเวลาเดินบนรันเวย์... หรือว่าเธอคิดว่าตัวเองเก่งจนลืมหลักฟิสิกส์พื้นฐานไปแล้วล่ะ?"
"อย่ามาดูถูกฉันนะคะ!" รินรดาก้าวเท้าเข้าประชิดโดยไม่เกรงกลัวความสูงที่ต่างกันแม้แต่น้อย ปลายจมูกแทบจะชนกับแผงอกกว้างของเขาอยู่รำไร "ฉันอยู่ในวงการนี้มานานพอที่จะรู้ว่าอะไรควรอยู่ตรงไหน ชุดนี้ไม่ใช่หุ่นยนต์รบนะคะคุณคิรากร แต่มันคือศิลปะ! ถ้าคุณอยากได้โครงสร้างแข็งๆ นัก ทำไมไม่ไปจ้างวิศวกรเครื่องกลมาออกแบบแทนฉันล่ะคะ!"
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ เมษาที่นั่งหน้าเสียรีบเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงจริตจะก้านเพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสาร
"เอ่อ... พี่คิราคะ เมษาว่าคุณรินรดากำลังใช้อารมณ์เกินไปหรือเปล่าคะ ชุดนี้เมษาต้องเป็นคนใส่เดินเปิดงานนะคะ เมษาอยากให้มันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ใช่ดูเหมือนผ้าขะม้าเย็บปะติดปะต่อแบบนี้หรอกค่ะ..."
รินรดาหันขวับไปมองนางแบบสาวทันที สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งกรีดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจของเมษาจนอีกฝ่ายหุบปากฉับแทบไม่ทัน
"ถ้าคุณเมษาใช้สมองคิดวิเคราะห์สักนิดก่อนจะพูดออกมา คงจะรู้ว่าผ้าชีฟองชั้นดีกับผ้าขะม้ามันต่างกันตรงไหนนะคะคุณนางแบบ หรือต้องให้ฉันเอาพจนานุกรมมาเปิดให้อ่านทีละคำคะว่า 'รสนิยม' กับ 'ความโลภ' สะกดต่างกันยังไง?"
"นี่คุณรินรดา!" เมษาหวีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนเครื่องสำอางแทบแตก
"พอได้แล้ว!" คิรากรตวาดเสียงต่ำแต่ทรงพลังจนทุกคนในห้องสะดุ้ง เขายื่นมือหนาออกไปคว้าข้อมือเรียวของรินรดาเอาไว้แน่น แรงบิดจากฝ่ามืออุ่นจัดทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรง แต่รินรดากลับเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้อีกฝ่ายได้ใจเด็ดขาด
"ปล่อยค่ะ!" เธอสะบัดข้อมือหนีทันทีเมื่อตั้งสติได้ "อย่ามาแตะต้องตัวฉันถ้ายังไม่มีเรื่องงานมาอ้าง!"
คิรากรหรี่ตามองรอยแดงจางๆ บนข้อมือขาวผ่องของเธอ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ผู้หญิงคนนี้ช่างพยศและดื้อด้านเสียเหลือเกิน ยิ่งเธอดื้อเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอยากจะปราบพยศเธอให้ราบคาบคาอกเสียให้เข็ด
"เรื่องงานงั้นเหรอ..." คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้ากดดันเข้าไปใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงเบื้องล่าง ร่างสูงกักตัวเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนใส "งั้นเรามาเดิมพันกันดีกว่า ถ้าคอลเลกชันนี้ทำยอดขายถล่มทลายตามเป้าที่ฉันตั้งไว้ เธอต้องยอมรับเงื่อนไขข้อหนึ่งของฉัน... แบบไม่มีข้อแม้"
รินรดาใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความอบอุ่นจากร่างกายของเขาทำเอาสติที่เคยกระเจิงไปหมดแล้วกลับมารวมตัวกันแทบไม่ทัน เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างชั่งใจ ก่อนจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงท้าทายไม่แพ้กัน
"แล้วถ้าฉันชนะล่ะคะ?"
"เธออยากได้อะไร ฉันหามาให้ได้ทั้งโลก..." คิรากรกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ยกเว้นอย่างเดียว... คือการถอนตัวจากโปรเจกต์นี้ เพราะฉันไม่มีทางปล่อยให้เธอหนีฉันพ้นเด็ดขาด"
รินรดากำมือแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก เกมนี้เธอไม่มีทางถอยหลังกลับเด็ดขาด ในขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยคำพูดแสบๆ คันๆ นั้นเอง ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
ร่างชราในชุดสูทเข้ารูปของท่านประธานอาวุโส—คุณปู่ของคิรากร—ก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้ガードชุดดำอีกสี่คน สายตาดุดันกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่คนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันอย่างสนิทสนม
"คิรากร! รินรดา! หยุดเถียงกันเรื่องไร้สาระแล้วฟังทางนี้..." น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยความเคร่งเครียด "เพราะตอนนี้... พวกเรากำลังมีปัญหาใหญ่ระดับชาติที่กำลังจะทำลายบริษัทนี้ให้พังพินาศในอีกไม่ถึงสิบนาทีข้างหน้า!"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินและความเดือดในตอนนี้ แล้วเตรียมตัวไปลบความมั่นหน้าของยัยเมษาด้วยกันในตอนหน้าได้เลยนะคะ เมล่อนโซดาคนนี้จะเสิร์ฟความสะใจให้จุกๆ ไปเลยค่ะ!
ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 3
สงครามกลางห้องประชุม
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!