"ถ้าคิดว่าผลงานระดับขยะชิ้นนี้จะผ่านตาคณะกรรมการบริหารไปได้ คุณคงประเมินมาตรฐานของแบรนด์เราต่ำเกินไปแล้วล่ะค่ะ รินรดา"
เสียงตบแฟ้มเอกสารกระแทกลงบนโต๊ะกระจกนิรภัยดังสนั่น สะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของความตึงเครียดลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นกาแฟดำราคาแพง รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานตัวยาว ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว
เมษา—นางแบบสาวแถวหน้าของวงการในชุดสูทเข้ารูปสีขาวบริสุทธิ์ที่จงใจสั่งตัดพิเศษ ยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาอยู่ปลายโต๊ะ ด้านข้างคือไอแพดจอห์นที่เปิดภาพสเกตช์ชุดเดรสคอลเลกชันใหม่ล่าสุดของรินรดาค้างไว้ พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่เคลือบยาพิษ
"ขยะเหรอคะคุณเมษา?" รินรดาเอ่ยทวนคำ เสียงหวานใสแต่กลับเย็นเยียบจนคนฟังต้องเสียวสันหลังวาบ เธอค่อยๆ ก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาอีกฝ่ายอย่างไม่รีบร้อน ส้นสูงแปดนิ้วกระทบกับพื้นปาเกต์เกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลัง "แปลกจนะยะ คนที่แยกไม่ออกระหว่างแฟชั่นชั้นสูงกับผ้าขี้ริ้วราคาแพงอย่างเธอ มีสิทธิ์มาวิจารณ์งานของฉันด้วยเหรอ หรือว่าสมองส่วนการรับ the aesthetics มันฝ่อไปพร้อมกับคอลลาเจนใต้ผิวหน้ากันแน่ล่ะคะ?"
"นี่เธอ!" เมษาหน้าถอดสี กัดริมฝีปากจนเป็นรอยขาวด้วยความโกรธจัดที่ถูกตอกกลับกลางวงประชุมต่อหน้าผู้บริหารระดับสูงหลายคนที่นั่งเงียบกริบ "ปากดีให้มันตลอดเถอะค่ะรินรดา! ทุกคนก็เห็นอยู่ว่าดีไซน์ชุดราตรีหางปลาชุดนี้มันเชยสะบัด ล้าสมัยยิ่งกว่ายายยายกวาดถนนเมื่อสิบปีที่แล้วซะอีก! ถ้าเอาไปตัดเย็บจริง มีหวังแบรนด์เราได้เจ๊งไม่เป็นท่าเพราะความมั่นหน้าของดีไซน์เนอร์ตกกระป๋องอย่างเธอแน่!"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน เมษากวาดสายตาไปรอบห้อง ส่งสัญญาณเชิงบังคับให้เหล่าบอร์ดบริหารพยักหน้าเห็นด้วยตามที่หล่อนชี้นำ เพราะในเวลานี้ ใครๆ ต่างก็รู้ว่าเมษากำลังกุมหัวใจของคิรากร ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเครือบริษัทแห่งนี้ไว้ในกำมือ
ทว่า รินรดากลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เธอยกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองท่าทางดิ้นรนของอีกฝ่ายด้วยความสมเพชเวทนา
"เชยเหรอคะ? ตาถั่วหรือว่าใส่คอนแท็กต์เลนส์ผิดเบอร์กันแน่ ถึงมองไม่ออกว่านี่คือเทคนิคการตัดเย็บแบบซับสเตต (Substrate Draping) ที่กำลังกวาดรางวัลระดับโลกอยู่ที่ปารีสตอนนี้?" รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ "อ้อ ลืมไป... สำหรับคนที่มีสมองมีไว้แค่เดินพรมแดงกับถ่ายแบบสินค้าลดราคา อาจจะยากเกินกว่าจะจินตนาการออกสินะคะว่าความประณีตที่แท้จริงมันหน้าตาเป็นยังไง"
"กรี๊ด! รินรดา แก!" เมษาหมดความอดทน หล่อนยกมือขึ้นหมายจะพุ่งเข้ามาตบหน้าอีกฝ่ายด้วยความบันดาลโทสะ แต่รินรดากลับเร็วกว่า เธอคว้าข้อมือเรียวของนางแบบสาวไว้แน่น บีบปลายนิ้วลงไปเบาๆ แต่หนักหน่วงจนเมษาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด
"จะทำอะไรคะ? ที่นี่บริษัทค่ะ ไม่ใช่เวทีประกวดนางงามร้อยเวทีที่เธอจะมาอาละวาดตามใจชอบได้ อยากจะเขี่ยฉันพ้นบริษัทนักใช่ไหม? งั้นก็เชิญไปฟ้องซีอีโอที่รักของเธอเลยค่ะ! ไปบอกเขาเลยว่ารินรดาคนนี้ไม่ยอมก้มหัวให้หุ่นเชิดอย่างเธอ!" รินรดาผลักข้อมือนั้นออกอย่างรังเกียจจนเมษาเซถลาไปชนเก้าอี้เกือบจะล้มคว่ำ
ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็เปิดผางออกอย่างไร้สัญญาณเตือน
ร่างสูงโปรดของคิรากรก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวอันทรงพลัง รังสีความเย็นชาและอำนาจมืดรอบตัวแผ่ซ่านจนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ ชุดสูทสีดำสนิทเข้ารูปรับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ราวกับถูกแกะสลักขึ้นมาอย่างประณีต ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสภาพความชุลมุนตรงหน้าด้วยแววตานิ่งเรียบ เดาอารมณ์ไม่ออก
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม บรรยากาศกดดันพุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดสุด
เมษาเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็วราวกับเปลี่ยนหน้ากาก หล่อนรีบวิ่งเข้าไปเกาะแขนแกร่งของซีอีโอหนุ่มทันที ใบหน้าสวยหวานฉาบไปด้วยคราบน้ำตาปลอมๆ ที่เรียกได้ทันทีตามต้องการ
"คิรากรคะ! ช่วยเมษาด้วยเถอะค่ะ..." เมษาฟูมฟายเสียงสั่นเครือ ซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของชายหนุ่ม "รินรดากลั่นแกล้งเมษา แถมยังทำลายผลงานคอลเลกชันใหม่แถมยังดูถูกเมษาด้วยถ้อยคำหยาบคายสารพัดเลยค่ะ! เมษาแค่อยากจะช่วยตรวจความเรียบร้อยให้บริษัท แต่รินรดากลับบอกว่าผลงานของพวกเราเป็นขยะ... เธอตั้งใจจะทำให้บริษัทเสียหายชัดๆ เลยนะคะ!"
คิรากรไม่ได้ตอบทันที เขาดึงแขนออกจากอ้อมกอดของเมษาอย่างสุภาพแต่เด็ดขาด สายตาคมกริบเคลื่อนผ่านร่างของนางแบบสาวไปหยุดอยู่ที่รินรดา ซึ่งกำลังยืนไขว้หางคิ้ว ขยับยิ้มมุมปากท้าทายเขากลับมาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
รินรดายืนตรง เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอันทรงอำนาจนั้นโดยไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย ในใจเธอกำลังนึกถึงคำพูดเย้ยหยันจากเมื่อคืน อีตาซีอีโอเลือดเย็นคนนี้จะจัดการเธออย่างไรต่อ? จะไล่ออก หรือจะเชื่อคำฟ้องร้องของนางนกต่อข้างกาย?
"รินรดา..." คิรากรเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ก้องกังวานไปทั่วห้อง "คุณมีอะไรจะแก้ตัวไหม?"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก1เฮือก ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลด้วยระยะห่างที่ใกล้จนเกือบจะชิด ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของเขาอย่างไม่ยอมแพ้
"แก้ตัวเหรอคะ? คนอย่างรินรดาไม่เคยต้องแก้ตัวให้หวยๆ กับใครค่ะท่านซีอีโอ..." เธอโน้มตัวเข้าไปกระซิบเบาๆ ริมหูเขาด้วยน้ำเสียงเย้ายวนแต่ท้าทาย "ถ้าคุณหูหนาตาบอดเชื่ออีตานางแบบสมองกลวงนี่ แล้วไล่ดีไซเนอร์มือหนึ่งที่ทำกำไรให้คุณพันล้านออก... เชิญเซ็นใบลาออกให้ฉันได้เลยค่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าไม่มีฉัน คอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วงนี้ของคุณ ก็เตรียมตัวกลายเป็นตัวตลกของวงการแฟชั่นระดับโลกได้เลย!"
คิรากรนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของซีอีโอหนุ่มผู้ไร้หัวใจ กลับกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวหญิงสาวที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม สัมผัสได้ถึงความร้อนแรงและความมั่นใจที่ล้นปรี่จนระเบิดออกมาจากตัวเธอ
เมษาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นว่าคิรากรไม่ได้ตบหน้ารินรดาหรือไล่ออกอย่างที่นางวาดฝันไว้ กลับกัน... แววตาของซีอีโอหนุ่มกำลังจ้องมองรินรดาด้วยประกายความท้าทายที่แปลกประหลาด
"มั่นใจมากสินะ..." คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้รินรดาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ "งั้นเรามาพนันกันดีกว่ารินรดา..."
"พนัน?" รินรดาทวนคำ ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความระแวง
"ใช่... พนันว่าถ้าคอลเลกชันที่คุณอวดนักอวดหนานี้ ทำยอดขายถล่มทลายไม่ได้ภายในสามวันแรก..." คิรากรยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์ที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา "คุณจะต้องยอมทำตามคำสั่งของผมทุกอย่าง... *ไม่มีเงื่อนไข*"
รินรดาจ้องมองรอยยิ้มนั้น สมองหมุนเร็วจี๋เพื่อประเมินความเสี่ยง แต่เลือดนักสู้ในตัวเธอกลับสูบฉีดพล่านจนหยุดไม่อยู่
"แล้วถ้าฉันชนะล่ะคะ?" รินรดาถามกลับ เสียงหวานท้าทาย
"ถ้าคุณชนะ..." คิรากรหรี่ตามองเธออย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนทั้งห้องต้องอ้าปากค้างด้วยความช็อก "ผมจะยกหุ้น 30% ของบริษัทให้คุณครอบครองทันที และ... คุณจะขออะไรจากผมก็ได้ทั้งนั้น แม้กระทั่งตัวผมเอง"
เพล้ง! ราวกับมีเสียงกระจกแตกกระจายในหัวของเมษา หล่อนกรีดร้องออกมาในใจด้วยความคลุ้มคลั่ง นางแบบสาวแทบจะเป็นลมล้มพับลงไปกองกับพื้นเมื่อได้ยินข้อเสนอที่บ้าคลั่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของซีอีโอหนุ่ม
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา เธอก็แย้มยิ้มกว้างออกมาอย่างผู้ชนะ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสะใจที่กำลังจะมาถึง
"ดีลค่ะ!" รินรดาตกลงทันทีอย่างไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าปกเสื้อสูทของคิรากรเข้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน "เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้ดีนะคะท่านซีอีโอ เพราะฉันนี่แหละ... ที่จะทำให้คุณต้องคุกเข่าสยบแทบเท้าฉันให้ได้!"
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังเดือดดาลและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายนั้น จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของคิรากรก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ...
คิรากรผละตัวออกเล็กน้อย หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าเคร่งขรึมที่เคยเยือกเย็น กลับแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมนและเย็นชาขึ้นมาทันทีราวกับคนละคน
เขากวาดสายตานิ่งสนิทมาที่รินรดา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของเธอต้องสะดุดกึก...
"เกมพนันของเรายังไม่ทันเริ่ม... แต่ดูเหมือนว่า 'ใครบางคน' ที่คุณเกลียดเข้าไส้ กำลังจะเดินเข้ามาพังทุกอย่างในบริษัทเราแล้วล่ะครับ..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เมล่อนโซดา" มา ณ ที่นี้นะคะ!
ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 5
ศัตรูหัวใจปรากฏตัว
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!