เสียงปรบมือเกรียวกราวในฮอลล์จัดแสดงแฟชั่นโชว์ระดับประเทศดังระส่ำระสาย กลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร่งของรินรดาได้สนิท ขณะที่เธอยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนสีขาวนวลหลังเวที สายตาดุดั่งเหยี่ยวคมกริบกวาดมองไปเบื้องหน้า—ภาพของเมษา นางแบบสาวเบอร์หนึ่งที่กำลังเดินส่ายสะโพกด้วยความมั่นใจล้นเหลือในชุดฟินนาเล่คอลเลกชันใหม่ล่าสุด... คอลเลกชันที่ถูกขโมยดีไซน์ไปต่อหน้าต่อตาเมื่อสามวันก่อน
"แหม... ดูท่าทางหล่อนจะมั่นใจเสียเหลือเกินนะคะว่าเก้าอี้ดีไซเนอร์หลักของแบรนด์ *L'Étoile* จะตกเป็นของตัวเองถาวร"
เสียงกระซิบกระซาบจากทีมงานเบื้องหลังดังขึ้นด้วยความเห็นอกเห็นใจ แต่รินรดาเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มที่ทำให้คนที่มองเห็นต้องรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างอดไม่ได้
ความพ่ายแพ้ไม่ใช่คำตอบในพจนานุกรมของรินรดาค่ะ โดยเฉพาะเมื่อคู่ต่อสู้ใช้วิธีสกปรกในการเหยียบย่ำหยาดเหงื่อแรงงานของคนอื่น
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน เมษาใช้ความสนิทสนมกับบอร์ดบริหารรุ่นเก่าแอบขโมยแฟلاشไดรฟ์บรรจุไฟล์ร่างดีไซน์ชุดฉบับสมบูรณ์ไปโพสต์อวดอ้างว่าเป็นผลงานการออกแบบของตัวเองในงานแถลงข่าวอย่างหน้าด้านๆ แถมยังให้สัมภาษณ์พาดพิงถึงเธอด้วยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามว่า เป็นแค่ดีไซเนอร์โนเนมที่เกาะกระแสความดังของแบรนด์ไปวันๆ
แต่วันนี้... ละครฉากใหญ่ที่เมษาลงทุนเขียนบทเองกำลังจะพังทลายลงด้วยน้ำมือของคนที่เธอคิดว่าเขี่ยให้พ้นทางได้ง่ายที่สุด
"เชิญคุณเมษาขึ้นมากล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนและเปิดใจถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลกชัน *Eclipse* นี้บนเวทีได้เลยครับ!" เสียงพิธีกรชายประกาศก้องท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์ที่สาดส่องไปยังกลางรันเวย์
เมษาก้าวขึ้นเวทีด้วยชุดราตรีปักเลื่อมระยิบระยับ รอยยิ้มเย่อหยิ่งถูกระบายไว้บนใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดี หล่อนกวาดสายตามองผู้ชมในฮอลล์ด้วยความกระหายชัยชนะ ก่อนจะเหลือบมาเห็นรินรดายืนกอดอกอยู่ที่มุมมืด ดวงตาคู่นั้นฉายแววเยาะเย้ยถางถางอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"ก่อนอื่น เมษาต้องขอขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนและผู้บริหารทุกท่านนะคะที่มองเห็นศักยภาพของเมษา..." น้ำเสียงดัดจริตถูกส่งผ่านไมโครโฟนไร้สาย "การออกแบบคอลเลกชันนี้... พูดตามตรงนะคะว่ามันกลั่นกรองมาจากจิตวิญญาณและมันสมองของเมษาเองทั้งหมด ไม่เหมือนกับดีไซเนอร์บางคนที่อาศัยแค่เส้นสายแต่ไร้ซึ่งจินตนาการ จนผลงานออกมากลวงโบ๋และไร้รสนิยมค่ะ"
เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นในหมู่แขกวีไอพี หลายคนหันมามองรินรดาด้วยสายตาสมเพชเวทนา บ้างก็ซุบซิบกันอย่างสนุกปาก
รินรดาไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยว เธอเพียงแค่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ นิ้วเรียวกดส่งข้อความสั้นๆ ไปยังบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในค่ำคืนนี้
*‘ถึงเวลาเล่นสนุกแล้วค่ะคุณซีอีโอ’*
ทันทีที่ข้อความถูกส่งออกไป เสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจและคุ้นเคยก็ดังขึ้นผ่านระบบเครื่องเสียงทรงพลังของฮอลล์ ขัดจังหวะคำพูดอวย
ตัว
เองของเมษาพอดิบพอดี
"ช้าก่อนครับ... ผมคิดว่าคุณเมษาคงเข้าใจอะไรผิดไปถนัดเลยล่ะครับ"
เสียงฮือฮาราชาแห่งวงการแฟชั่นและธุรกิจสิ่งทออย่าง 'คิรากร' ดังสะท้อนก้องไปทั่วฮอลล์ ร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษก้าวออกมาจากหลังเวทีวีไอพี สีหน้าของเขาเรียบเฉย เย็นชา ไร้ซึ่งรอยยิ้มใดๆ ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกคนให้ขาดเป็นชิ้นๆ
เมษาหน้าถอดสีทันที หล่อนอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยปรากฏตัวในงานแฟชั่นย่อยๆ แบบนี้เดินตรงมายังกลางเวที
"คุณ... คุณคิรากรคะ มาพูดอะไรบนเวทีนี้หรือคะ?" เมษาฝืนยิ้มกลบเกลื่อน น้ำเสียงสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
"ผมมาทวงความยุติธรรมให้กับเจ้าของผลงานตัวจริงครับ" คิรากรปรายตามองเมษาราวกับเธอเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้า เขาผายมือไปยังจอ LED ขนาดยักษ์ด้านหลังเวที "และผมคิดว่าหลักฐานชิ้นนี้ น่าจะชัดเจนพอที่จะทำให้คนบางคน... เลิกหน้าด้านเคลมผลงานของคนอื่นเสียที"
พรึบ!
ภาพบนจอ LED เปลี่ยนจากภาพโปรโมทของเมษา กลายเป็นคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดาเมื่อสามคืนก่อน ภาพเหตุการณ์ขณะที่เมษากำลังลอบเข้าไปในห้อง ค้นหาลิ้นชัก และคัดลอกไฟล์งานดีไซน์ลงในแฟลชไดรฟ์ส่วนตัวถูกฉายซ้ำอย่างชัดเจนทุกระเบียดนิ้ว แม้แต่เสียงหายใจและเสียงหัวเราะเยาะของเมษาก็ยังดังลอดออกมาให้คนทั้งฮอลล์ได้ยินอย่างถ้วนหน้า
เสียงซุบซิบเปลี่ยนเป็นเสียงฮือฮาด้วยความตกตะลึง บางคนถึงกับยกมือขึ้นปิดปาก เมษาหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นเวที
"นะ... นี่มันภาพตัดต่อค่ะ! คุณคิรากรกำลังเข้าใจผิด เมษาถูกใส่ร้าย!" เมษาแผดเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก ลืมภาพนางแบบสาวผู้แสนอ่อนหวานไปจนหมดสิ้น
"กล้องวงจรปิดระบบ AI ความละเอียด 8K ของบริษัทผม ไม่มีคำว่าตัดต่อครับคุณเมษา" คิรากรก้าวเข้าไปใกล้เมษาอีกนิด กดสายตาดกดันลงมา "และที่สำคัญ... ลิขสิทธิ์ดีไซน์ทั้งหมดของคอลเลกชันนี้ ถูกจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาภายใต้ชื่อของ 'คุณรินรดา' ตั้งแต่เมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว การที่คุณเอาผลงานของเธอมาแอบอ้าง... มันไม่ใช่แค่เรื่องมารยาททางสังคม แต่มันคือคดีอาญาข้อหาลักทรัพย์และละเมิดลิขสิทธิ์ครับ"
บรรยากาศในฮอลล์เงียบกริบลงทันที ไม่มีใครกล้าหายใจแรง เมษารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มทับลงมา หล่อนหันไปมองหน้าคิรากรสลับกับรินรดาที่ตอนนี้กำลังเดินขึ้นมาบนเวทีด้วยท่าทางสง่างาม ราวกับพญาหงส์ที่กำลังกางปีก
รินรดายกมุมปากยิ้มให้เมษา ช้าๆ และทรงพลัง
"เหนื่อยหน่อยนะคะกับการเป็นขโมย... แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ของปลอมต่อให้เอาเพชรมาประดับจนระยิบระยับแค่ไหน มันก็ไม่มีทางมีค่าเท่าเพชรแท้หรอกค่ะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่บาดลึกถึงกระดูกดำ
เมษาโกรธจนตัวสั่น หล่อนพุ่งตัวเข้าหารินรดาด้วยความขาดสติ หมายจะใช้เล็บยาวๆ จิกข่วนใบหน้าสวยคมนั้นให้สะใจ "นังบ้า! แกมันนังตัวแสบ แกวางแผนเล่นงานฉัน!"
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเมษาจะทันได้แตะต้องเส้นผมของรินรดา ร่างสูงของคิรากรก็ก้าวเข้ามาขวางไว้ รวดเร็วดั่งเสือชีตาร์ที่ปกป้องอาณาเขต มือหนาคว้าข้อมือของเมษาไว้แน่นจนเกิดเสียงดังกรอบ เมษาหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด
"อย่าใช้มือสกปรกของคุณมาแตะต้องคนของผม" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที แรงบีบที่ข้อมือทำให้เมษาต้องทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นเวทีอย่างไร้ศักดิ์ศรี
ในวินาทีนั้นเอง เสียงปรบมือระลอกใหม่ก็ดังขึ้น—ไม่ใช่จากผู้ชมในฮอลล์ แต่เป็นเสียงตบมือจากกลุ่มชายชุดสูทสีดำกลุ่มใหญ่ที่เดินแถวเข้ามาล้อมรอบเวทีไว้ทั้งหมด
ชายชราคนหนึ่งในชุดสูทภูมิฐานเดินนำหน้าออกมาจากกลุ่ม เขาคือกรรมการผู้จัดการใหญ่แห่งกลุ่มบริษัทสิ่งทอข้ามชาติ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของงานนี้ สายตาของเขาจ้องมองเมษาด้วยความผิดหวังระคนรังเกียจ
"คุณเมษา... ทางเราขอuflสัญญาการเป็นพรีเซ็นเตอร์ทั้งหมดของคุณ ณ บัดนี้ และเตรียมตัวรับหมายศาลเรียกค่าเสียหายร้อยล้านบาทจากฝ่ายกฎหมายของเราได้เลยครับ"
เมษาเบิกตากว้าง น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาด้วยความสิ้นหวัง หล่อนพยายามจะเอ่ยปากขอร้อง แต่ทว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนก็เดินเข้ามาหิ้วปีกเธอให้ลุกขึ้น และลากถูร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นออกไปจากฮอลล์ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองมาด้วยความสมเพช
เสียงประตูฮอลล์ปิดลงพร้อมกับความเงียบสงบที่กลับคืนมา
รินรดาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เธอยกมือขึ้นเสยผมปอยที่หลุดลุ่ยเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับซีอีโอหนุ่มผู้ยืนอยู่ข้างกาย คิรากรหันมามองเธอ แววตาที่เคยเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นและประกายระยิบระยับบางอย่างที่ยากจะคาดเดา
"จัดการได้ไม่เลวเลยนี่ครับ... คุณดีไซเนอร์ขาโหด" คิรากรกระซิบเสียงพร่า ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้ม
"เทียบกับคุณไม่ได้หريكค่ะ เล่นใหญ่จนฉันเกือบตั้งตัวไม่ทันเหมือนกัน" รินรดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มท้าทาย ไม่ยอมถอยหลังหนีแม้แต่น้อย
"เรื่องเล็กครับ... สำหรับภรรยาในอนาคต ผมทำได้มากกว่านี้อีกเยอะ" คิรากรกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะถือวิสาสะคว้าเอวบางเข้ามาประชิดตัวจนรินรดาต้องเผลออุทานออกมาเบาๆ
ทว่า... ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากเถียง จู่ๆ หน้าจอ LED ขนาดยักษ์หลังเวทีก็ดับวูบลง และเปลี่ยนเป็นภาพข้อความตัวอักษรสีแดงฉานขนาดมหึมา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินที่ดังขึ้นพร้อมกันในโทรศัพท์มือถือของทุกคนในฮอลล์—รวมถึงโทรศัพท์ในมือของคิรากรด้วย
*‘บัญชีธนาคารกลางถูกระงับ... ตรวจพบการทำธุรกรรมต้องสงสัยจากบุคคลปริศนา’*
คิรากรชะงัก สีหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นมาตลอดกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองข้อความในจอก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยความตกใจระคนสงสัย
และในวินาทีนั้นเอง... ไฟสปอตไลท์ดวงสุดท้ายบนเพดานก็ดับลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงก่ำที่สาดส่องลงมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบคู่ที่กำลังก้าวเข้ามาทางประตูด้านหลังฮอลล์อย่างพร้อมเพรียง...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เมล่อนโซดา" มา ณ ที่นี้นะคะ!
ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 6
แผนตลบหลังคนปากดี
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!