ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 8

กระแสความคลั่งรักเริ่มทำงาน

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
"ถ้าคุณยังกล้าเอาปากกาแดงเน่าๆ มาขีดฆ่าไลน์อัปคอลเลกชันของฉันอีกครั้ง ฉันจะเอาเลื่อมปักชุดราตรีพวกนี้เย็บติดปากคุณไว้ซะ!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นลั่นห้องประชุมใหญ่ของ *Kira Atelier* พร้อมกับร่างเพรียวบางในชุดสูทผ้าลินินสีเบจที่ยืนค้ำหัวซีอีโอหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเลือดเย็นที่สุดในวงการแฟชั่น รินรดาหอบหายใจน้อยๆ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงอารมณ์ ดวงตากลมโตฉายแววพยศดุจแมวป่าที่พร้อมจะข่วนทุกคนที่ขวางหน้า บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก บรรดาผู้บริหารและทีมดีไซเนอร์ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครคาดคิดว่าดีไซเนอร์สาวที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่จะกล้าท้าทายอำนาจมืดของท่านประธานคิรากรได้ถึงเพียงนี้ ทว่า... สิ่งที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก คือปฏิกิริยาของคิรากร ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีชาโคลสั่งตัดพิเศษไม่ได้ตบะแตกหรือเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาลากตัวเธอออกไปอย่างที่ควรจะเป็น นัยน์ตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นกลับกวาดมองรอยหมึกสีแดงบนกระดาษสเกตช์ด้วยความเงียบงัน ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูระคนขบขัน ซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะตาฝาด ทุกคนคงคิดว่าท่านประธานผีเข้าเสียแล้ว "ปากกาแดงด้ามนี้ราคาแพงพอดูนะรินรดา ถ้าเอามาเย็บปากฉันจริง คงเปลืองงบประมาณบริษัทน่าดู" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่าแววตากลับพราวระยับอย่างน่าหมั่นไส้ รินรดาชะงักไปนิด เธอเตรียมรับมือกับการถูกไล่ออก หรือไม่ก็คำด่าทอเฉือดเฉือนตามสไตล์ซีอีโอจอมเผด็จการ แต่การตอบกลับแบบกวนประสาทหน้าตายแบบนี้มันคืออะไรกันล่ะเนี่ย! "นี่คุณ! ฉันจริงจังนะคะ! แบบร่างชุดนี้ฉันแก้มาสามรอบแล้วเพื่อคุณโดยเฉพาะ แต่คุณกลับบอกว่ามันยัง 'ขาดจิตวิญญาณ' ทั้งๆ ที่คุณต่างหากที่ไม่ยอมเปิดใจมองภาพกว้าง!" รินรดาชี้หน้าเขาอย่างลืมตัว สมองซีกขวาพุ่งพล่านไปด้วยความหงุดหงิดระคนความฉุนเฉียว "ถ้าขาดจิตวิญญาณจริง ทำไมคุณถึงต้องหัวเสียขนาดนี้ล่ะ หืม?" คิรากรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละน้อยจนรินรดาต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังบางชนเข้ากับกระดานไวท์บอร์ดเสียงดัง *ตุบ* กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางด้วยกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยเข้าแตะจมูก รินรดาใจกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอรีบเบือนหน้าหนีสายตาคมกริบที่มองลงมาคล้ายกำลังสำรวจงานศิลปะชิ้นเอก "ถอยไปเลยนะ ประธานคิรากร ระยะห่างระหว่างผู้บริหารกับลูกจ้างมันควรจะมีมากกว่านี้ค่ะ" เธอกระแทกเสียงใส่ พร้อมกับยกแฟ้มเอกสารขึ้นมากั้นกลางระหว่างอกของเขากับตัวเธอไว้ คิรากรหัวנסในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มจนคนฟังรู้สึกหูอื้อตาลายอย่างประหลาด มือหนายื่นออกไปหยิบป้ายชื่อพลาสติกบนโต๊ะของเธอขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งห้องประชุมแทบหยุดหายใจ "เย็นนี้... เลิกงานแล้วไปกินชาบูกัน ฉันเลี้ยง" *1... 2... 3 วิผ่านไป...* ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้งราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา เมษาที่ดีใจแอบยืนเกาะขอบประตูห้องประชุมอยู่ถึงกับหน้าซีดเผือก เล็บคมจิกเข้ากับฝ่ามือจนเจ็บแปลบ ชายหนุ่มผู้ไม่เคยชายตานมองใครนอกจากงานและผลกำไร... กำลังชวนดีไซเนอร์สาวปากร้ายไปกินชาบูเนี่ยนะ?! มันเรื่องบ้าอะไรกัน! รินรดาเองก็อ้าปากค้าง สมองอัจฉริยะประมวลผลไม่ทัน เธอหรี่ตาลงมองผู้ชายตรงหน้าอย่างจับผิด "คุณโดนใครเอาไมโครเวฟฟาดหัวมาหรือเปล่าคะเนี่ย? หรือว่าเครียดจนสมองกลับ? จู่ๆ มาชวนฉันกินชาบูเนี่ยนะ เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นนะคะ!" "ใครบอกว่าไม่สนิท?" คิรากรเลิกคิ้วสูง นัยน์ตาพราวระยับทอดมองเธอด้วยความหมายลึกซึ้งที่คนมองต้องขนลุกซู่ "เราเคย... ค้างคืนใต้หลังคาเดียวกันมาแล้วนะรินรดา ลืมแล้วหรือไง?" คำพูดกำกวมชวนคิดไกลนั้นทำเอาใบหน้าเนียนใสของรินรดาแดงก่ำขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องพึ่งบลัชออน ยัยบ้าเอ๊ย! เขาหมายถึงเหตุการณ์ติดพายุฝนจนต้องหลบอยู่ในกระท่อมร้างกลางไร่เมื่อสัปดาห์ก่อนต่างIหากล่ะ! แต่ทำไมพอเขาเอามาพูดหน้าตาเฉยแบบนี้มันถึงฟังดูส่อไปในทางอื่นได้เล่า! "ไอ้คนฉวยโอกาส! ใครเขาอยากจะจำเรื่องไร้สาระแบบนั้นกันล่ะคะ!" เธอกระแทกเสียงใส่ แก้เขินด้วยการสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น "ตกลงตามนี้นะ เลิกงานห้ามหนีกลับก่อนเด็ดขาด ไม่งั้นฉันจะหักเงินเดือนคุณครึ่งหนึ่งข้อหาขัดคำสั่งผู้บริหาร" คิรากรทิ้งไม้ตายสุดท้ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปหยิบสูทพาดบ่าแล้วเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างไร้รอยแผล ทิ้งให้รินรดายืนกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ *ฮึ่ม! ไอ้ประธานหน้าเลือด! จอมเผด็จการ! คนบ้าอะไรเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด!* รินรดากระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความขัดใจ ท่ามกลางสายตาสอดรู้สอดเห็นของพนักงานคนอื่นๆ ที่แอบมองมาทางเธอด้วยความอิจฉาริษยา โดยเฉพาะเมษาที่ส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาให้ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่รินรดาหาได้แคร์ไม่ เธอยกเชิดหน้าขึ้นสูงอย่างไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น ผ่านไปสองชั่วโมง... ณ ร้านชาบูพรีเมียมชื่อดังย่านใจกลางเมือง คิรากรในชุดลำลองเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้ามกับรินรดาที่กำลังนั่งหน้าบึ้งตลอดยาวเหยียด เธอยัดเนื้อวากิวชิ้นโตเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างระบายอารมณ์ ราวกับว่าเนื้อในจานคือหน้าของซีอีโอหนุ่มจอมบงการ "อร่อยไหม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางไอน้ำร้อนกรุ่นจากหม้อชาบู รินรดาชำเลืองตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงห้วน "ก็งั้นๆ ค่ะ สู้ฝีมือทำอาหารของฉันไม่ได้หรอก" คิรากรไม่ได้โกรธ เขากลับหัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดี มือหนารินน้ำชาเขียวอุ่นๆ เลื่อนมาวางตรงหน้าเธอ "กินช้าๆ หน่อยก็ได้ ไม่มีใครแย่งหรอกน่า... แล้วก็เรื่องแบบชุดราตรีที่คุณแก้มาเมื่อเช้า... จริงๆ แล้วฉันแค่แกล้งติไปอย่างนั้นเอง" *แควก!* เกือบจะพ่นน้ำชาออกจากปาก รินรดาสำลักพรวดจนหน้าดำหน้าแดง รีบคว้าทิชชูมาเช็ดปากแล้วถลึงตาใส่เขาแทบถลว่า "ว่ายังไงนะคะ?! คุณแกล้งฉันเหรอ?! นี่คุณว่างมากนักหรือไงถึงได้เอาเวลาทำงานมาแกล้งฉันเล่นเนี่ย!" "ไม่ได้ว่าง... แค่อยากเห็นหน้าเวลาที่คุณโมโหจนหูแดง มันน่ารักดี" คิรากรเอ่ยหน้าตาเฉย รอยยิ้มมุมปากนั้นอบอุ่นและทรงเสน่ห์เกินต้านทานจนรินรดาเผลอชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปสามริกเตอร์อย่างควบคุมไม่ได้ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงเหลือเพียงความเงียบงันที่มีแค่เสียงหัวใจเต้นโครมคราม รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเพลี่ยงพล้ำให้กับเกมที่เธอไม่ได้เป็นคนเริ่ม เธอกำลังจะเปิดปากต่อว่าเพื่อกลบเกลื่อนความใจสั่น ทว่าจู่ๆ ประตูร้านชาบูก็ถูกผลักเปิดออกเสียงดัง *ปัง!* พร้อมกับร่างระหงของนางเอกสาวชื่อดังที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง "พี่คิรคะ! ทำไมไม่รับสายเมษาเลยล่ะคะ รู้ไหมว่าเมษารอพี่อยู่ที่... อ้าว! รินรดา?" เมษาชะงักกึกเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับชายหนุ่มที่เธอหมายปองคือใคร ดวงตาคู่สวยฉายแววริษยาและเกลียดชังพุ่งตรงมาที่รินรดาอย่างไม่คิดจะปิดบัง รินรดาถอนหายใจเฮือกใหญ่ นึกในใจว่าวันนี้มันวันซวยอะไรกันเนี่ย ถึงได้มีตัวน่ารำคาญโผล่มาขัดจังหวะความสุข (ที่แปลกประหลาด) ซะได้ ทว่า... ก่อนที่เมษาจะได้อ้าปากพูดอะไรประชดประชัน คิรากรกลับวางตะเกียบลงช้าๆ นัยน์ตาคมกริบที่เคยมีความขี้เล่นเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและไร้เยื่อใยในเสี้ยววินาที "เมษา... ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาในนี้?" เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นราบเรียบ ทว่ากดดันจนนางเอกสาวถึงกับหน้าถอดสี "พี่คิรคะ เมษาแค่อยาก..." "แล้วใครอนุญาตให้เธอเรียกฉันว่าพี่?" คิรากรสวนกลับทันควัน สายตาคมกริบมองตรงไปที่เมษาราวกับเธอกลางอากาศ "จำไว้... ถ้าไม่มีเรื่องงาน ห้ามมารบกวนเวลาส่วนตัวของฉันกับ *แฟน* อีกเด็ดขาด" *กริบ...* ทั้งร้านชาบูเงียบกริบราวกับป่าช้า เมษาอ้าปากค้าง ตัวสั่นเทาด้วยความช็อกและอับอายขายหน้า ส่วนรินรดาที่กำลังจิบน้ำชาถึงกับสำลักรอบสอง ตาโตเท่าไข่ห่าน หันขวับไปมองหน้าคิรากรทันที "ใครเป็นแฟนคุณยะ!" รินรดาแว้ดขึ้นเสียงหลง คิรากรหันกลับมามองเธอ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเอื้อมมือมาหยิบมุมปากเธอที่มีคราบซอสเปื้อนอยู่ออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำเอารินรดานิ่งค้างราวกับถูกสาป "เดี๋ยวก็เป็น... เชื่อมือฉันสิ" คิรากรกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ก่อนจะกดสมาร์ตโฟนในมือส่งข้อความบางอย่าง ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นในโทรศัพท์มือถือของรินรดา เธอก้มลงมองหน้าจอด้วยความงุนงง ทว่าเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ นั้น หัวใจเธอก็แทบหยุดเต้น *[ยอดเงินคงเหลือในบัญชีไม่จำกัดวงเงินของคุณ: 999,999,999.00 บาท - ดำเนินการผูกบัญชีร่วมกับ 'คิรากร' เรียบร้อยแล้ว]* [โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ!] --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เมล่อนโซดา" มา ณ ที่นี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%