"ถ้าเจ้ายังดึงกราฟการกระจายมานาแบบสะเปะสะปะแบบนี้ ทีมเราได้กลายเป็นกองปุ๋ยหมักในดันเจี้ยนชั้นสามก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดินแน่ครับ อาเรีย"
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของห้องใต้ดินกิลด์ 'รุ่งอรุณที่ร่วงหล่น' แสงสีฟ้าจางๆ จากผลึกมานาส่องกระทบใบหน้าคมคายของเรย์ เนโครแมนเซอร์หนุ่มผู้สวมเสื้อคลุมสีเทาเข้ม รอบตัวเขามีเอกสารบันทึกสถิติการต่อสู้กระจัดกระจายราวกับโต๊ะทำงานของนักบัญชีมือฉกาจ ทว่าสิ่งที่กองอยู่บนพื้นหาใช่กระดาษธรรมดา หากแต่เป็นโครงกระดูกอัญเชิญที่ถูกถอดชิ้นส่วนเพื่อคำนวณอัตราความเสียหาย
อาเรีย อดีตหัวหน้ากิลด์สาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความบ้าบิ่นในการต่อสู้ ยืนกอดอกพิงกำแพงหินศิลาแลง ดวงตาสีเพลิงจ้องมองชายหนุ่มด้วยความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ เธอสะบัดดาบใหญ่ในมือเบาๆ จนเกิดเสียงแหวกอากาศ
"นายจะมานั่งคำนวณตัวเลขบ้าบออะไรตอนนี้เล่า เรย์! เนโครแมนเซอร์เขามีหน้าที่ปลุกกองทัพซากศพแล้วพุ่งไปขยี้ศัตรูให้แหลكเป็นจุลไม่ใช่หรือไง ทำไมฉันต้องมานั่งเรียนวิชาสถิติประยุกต์กับนายด้วยเนี่ย"
เรย์เงยหน้าขึ้นจากแผ่นศิลาเวทมนตร์ แววตาสีดำสนิทฉายประกายความจริงจัง เขายกนิ้วขึ้นดันกรอบแว่นตาที่ไม่มีอยู่จริงตามความเคยชินของอดีนักบัญชี
"นั่นคือวิธีคิดของพวกมือสมัครเล่นที่มักจะตายก่อนอายุขัยเฉลี่ยครับ อาเรีย คุณลองดูนี่สิ" เรย์ชี้ไปยังเส้นกราฟเรืองแสงบนศิลาเวท "ในดันเจี้ยนระดับสูง ค่าความเหนื่อยล้า (Fatigue Rate) ของแนวหน้าอย่างคุณจะพุ่งสูงถึงร้อยละสี่สิบภายในสิบนาทีแรก หากผมยังส่งโครงกระดูกโจมตีแบบไร้สมองเข้าไปพัวพันกับศัตรูโดยไม่คำนึงถึงพื้นที่ทับซ้อน มานาของคุณก็จะถูกดึงมาใช้พยุงบาเรียป้องกันความเสียหายต่อเนื่องที่เกิดจากแรงระเบิดสะท้อน"
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองหญิงสาวที่เริ่มเม้มปากแน่นอย่างจำนนต่อเหตุผล
"พูดง่ายๆ คือ ถ้าผมไม่ปรับปรุงเวทมนตร์มืดให้กลายเป็นระบบซัพพอร์ตที่มีประสิทธิภาพ คุณก็ต้องรับภาระหนักจนกระดูกแทบหักทุกครั้งที่ลงดันเจี้ยนยังไงล่ะครับ"
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของผลึกมานา อาเรียคลายอ้อมแขนออก เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างยอมจำนน แม้ปากจะบ่นอุบอิบแต่ลึกๆ เธอก็รู้ดีว่าคำนวณของเรย์ไม่เคยผิดพลาดเลยสักครั้ง
"แล้ว... นายจะทำยังไงล่ะ พ่อมดนักบัญชี?" อาเรียถามเสียงอ่อนลง น้ำเสียงมีความอยากรู้อยากเห็นเจืออยู่
เรย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูผ่อนคลายขึ้นทันตา เขาหยิบกะโหลกศีรษะของโครงกระดูกเวทมนตร์ขึ้นมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะเริ่มร่ายเวทบทใหม่ที่ต่างออกไปจากเดิม
"เวทมนตร์มืดไม่ได้มีไว้แค่ปลิดชีพหรือฉีกกระชากศัตรูครับ อาเรีย... แต่มันคือศาสตร์แห่งการถ่ายเทพลังงาน"
นิ้วเรียวยาววาดอักขระสีดำสนิทกลางอากาศ อักขระเหล่านั้นไม่1ได้พุ่งออกไปเพื่อโจมตีเหมือนทุกที แต่มันแตกตัวออกเป็นละอองแสงสีม่วงเข้ม ลอยวนเวียนรอบตัวของอาเรียราวกับฝูงหิ่งห้อยรัตติกาล
อาเรียสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อละอองแสงนั้นสัมผัสกับผิวหน้าร่างกาย ความรู้สึกร้อนรุ่มจากการต่อสู้เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาพลันมลายหายไป ความเหนื่อยล้าที่สะสมในกล้ามเนื้อถูกดูดซับออกไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยความอบอุ่นและพลังงานที่ไหลเวียนเข้าสู่กระแสเลือดอย่างสมดุล
"นี่มัน...?" อาเรียเบิกตากว้าง ก้มมองมือของตัวเองที่ตอนนี้มีออร่าสีดำจางๆ ห่อหุ้มอยู่ "ความเหนื่อยล้าของฉันหายไปไหนหมด? แถม... มานาในตัวฉันกำลังถูกเติมเต็มด้วยงั้นเหรอ?"
"ถูกต้องครับ" เรย์อธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ผมเรียกว่า 'เนโคร-เรกูเลเตอร์' (Necro-Regulator) ระบบถ่ายเทความเสียหายและฟื้นฟูอัตโนมัติ โดยใช้โครงกระดูกแถวหลังทำหน้าที่เป็นตัวดูดซับแรงกระแทกจากคุณ แล้วแปลงพลังงานจลน์เหล่านั้นให้กลายเป็นมานาสะสมสำหรับซัพพอร์ตกลุ่ม"
เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสบตากับอดีตหัวหน้ากิลด์สาวนิ่งๆ
"ด้วยวิธีนี้ คุณจะไม่ต้องกังวลเรื่องหลอดเลือดหรือมานาหมดกลางคันอีกต่อไป อาเรีย... หน้าที่ของคุณคือการพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด ส่วนการจัดการทรัพยากรและความปลอดภัยทั้งหมด... ให้เป็นหน้าที่ของเนโครแมนเซอร์คนนี้เถอะครับ"
คำพูดที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและจริงใจนั้นทำให้อาเรียถึงกับนิ่งง่วงไปชั่วขณะ หัวใจในอกเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง เธอรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
"ทะ... พูดจาเลี่ยนเป็นบ้าเลยนะนายเนี่ย แต่... เอาเถอะ ถ้ามันทำให้ฉันซัดพวกมอนสเตอร์ได้สะใจกว่าเดิม นายจะลองดูก็ได้!"
เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทีเขินอายที่พยายามกลบเกลื่อนนั้น เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อหยอกล้อเธอต่อ ทว่าจู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
กริ๊ง... เสียงกระดิ่งเวทมนตร์ที่ติดตั้งไว้ที่ประตูทางเข้ากิลด์ดังขึ้นท่ามกลางความวิเวก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังก้าวเข้ามาในอาคารร้างแห่งนี้อย่างเร่งรีบ พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านเข้ามาจนผลึกมานาบนโต๊ะสั่นระริก
อาเรียชักดาบออกจากฝักทันที สัญชาตญาณนักรบตื่นตัวเต็มที่ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
เรย์หรี่ตาลง มองไปยังเงาดำที่ทาบทับผ่านประตูไม้เก่า
บนหน้าต่างระบบของเนโครแมนเซอร์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ จู่ๆ ก็ปรากฏข้อความเตือนสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัว
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบผู้มาเยือนระดับภัยคุกคาม SSS]
[เป้าหมาย: กองกำลังกวาดล้างแห่งราชสำนัก... กำลังมุ่งเป้ามาที่ห้องใต้ดินนี้]
[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: "ความลับของเนโครแมนเซอร์คนสุดท้าย" เริ่มต้นนับถอยหลัง...]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดคนนี้เสมอนะครับ
เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก•ตอนที่ 15
เวทมนตร์มืดที่ไม่ใช่แค่การฆ่า
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!