เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก•ตอนที่ 6

อย่าให้ใครเห็นหน้าถ้าไม่อยากตาย

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
เศษซากหินปูนและฝุ่นควันตลบอบอวลจนทัศนียภาพเบื้องหน้ากลายเป็นสีเทาหม่น แรงสั่นสะเทือนจากใต้พิภพไม่ได้ทำให้ผมตกใจเท่ากับตัวเลขค่าความเสียหายที่กระพือสีแดงฉานอยู่มุมขวาบนของจออินเทอร์เฟซ—*ศูนย์เครดิต* งบประมาณฟื้นฟูกิลด์ที่ผมอุตส่าห์คำนวณสูตรภาษีและบริหารจัดการอย่างเลือดตาแทบกระเด็น ถูกแรงระเบิดจากใต้ดินล้างผลาญจนเกลี้ยงเกลาภายในพริบตาเดียว “เรย์! หลบ!” เสียงตะโกนพร้อมแรงฉุดกระชากจากอาเรียดึงสติของผมให้กลับคืนมา ร่างของอดีตหัวหน้ากิลด์สาวพุ่งเข้าประชิดตัวผมในเสี้ยววินาทีที่เงาดำมหึมาพุ่งทะยานขึ้นจากรอยแยกของพื้นดิน กรงเล็บขนาดเท่ารถบรรทุกฟาดผ่านตำแหน่งที่เรายืนอยู่เมื่อครู่จนหินผากลายเป็นผุยผง กลิ่นอายความกดดันระดับบอสลับพรั่งพรูออกมาจนขนทั่วร่างลุกชัน เบื้องล่างซากปรักหักพังของดันเจี้ยนโบราณ คืออสูรกายแห่งความมืดที่แท้จริง มันคือ *‘โกเลมกระดูกเหล็กกล้า’* สัตว์อสูรกลายพันธุ์ระดับภัยพิบัติที่พวกกิลด์ใหญ่อันดับต้น ๆ เคยประกาศล่าแต่ล้มเหลวไม่เป็นท่า และตอนนี้ เจ้าตัวมหึมานั่นกำลังคำรามก้องส่งเสียงสะท้อนไปทั่วชั้นหิน จนทำให้หูของผมอื้ออึง ทว่า ปัญหาไม่ได้มีแค่มอนสเตอร์ตรงหน้า... “เฮ้ย! นั่นมันเสียงอะไรวะ เสียงบอสระดับสูงนี่หว่า!” เสียงตะโกนเอะอะโวยวายดังแว่วมาจากอุโมงค์ทางเข้าด้านเหนือ ตามมาด้วยแสงคบเพลิงนับสิบดวงและเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของกลุ่มผู้เล่นกลุ่มใหญ่ สัญชาตญาณนักบัญชีของผมประเมินความเสี่ยงทันที—*กองกำลังลาดตระเวนจากกิลด์อัคคีทมิฬ* พวกมันไม่ใช่ผู้เล่นธรรมดา แต่เป็นกิลด์ระดับท็อปที่จ้องจะฮุบเขตการล่าและกวาดล้างกิลด์อิสระขนาดเล็ก หากพวกมันมาเจอเราในสภาพที่กระรุ่งกระริง ไร้ทรัพยากร และไร้กองกำลังผีดิบป้องกันตัวแบบนี้ มีหวังถูกฆ่าล้างบางแล้วยึดไอเทมที่เหลืออยู่จนหมดตัวแน่ ๆ ครับ “ทางนั้น! แสงมาจากทางนั้น!” ผู้เล่นคนหนึ่งตะโกNลั่น อาเรียหันมามองผม แววตาของเธอดุดันและพร้อมจะพุ่งออกไปปะทะทุกเมื่อตามนิสัยสายแทงค์เลือดร้อน “เรย์ ถ่วงเวลาให้ฉันแป๊บเดียว ฉันจะใช้สกิลพุ่งชนเปิดทางให้พวกมันไขว้เขวเอง!” “อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามครับ อาเรีย!” ผมคว้าแขนเธอไว้แน่น ออกแรงดึงให้ทรุดตัวลงหลบหลังแนวแท่งหินขนาดใหญ่ที่ถูกไฟไหม้เกรียม “ถ้าคุณขยับตอนนี้ แรงสั่นสะเทือนและออร่าเวทมนตร์ของคุณจะถูกตรวจจับด้วยสกิลเรดาร์ของพวกมันทันที จำกฎเหล็กข้อแรกของการเป็นผู้รอดชีวิตในตลาดหุ้นให้ได้สิครับ—*อย่าเอาไข่ทั้งหมดไปใส่ไว้ในตะกร้าใบเดียว* และที่สำคัญที่สุด... อย่าให้ใครเห็นหน้าถ้าไม่อยากตาย” อาเรียกัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ แต่เธอก็ยอมทรุดตัวลงหมอบต่ำตามแรงดึงของผม ลมหายใจของเธอกระชั้นชิดเนื่องจากความโกรธและอะดรีนาลีนที่หลั่งพล่าน ผมรีบเปิดหน้าต่างระบบไอเทม ยื่นมือไปควานหา *‘ผ้าคลุมล่องหนวิญญาณเร่ร่อน’* ไอเทมเกรด E ที่ผมเคยซื้อลดราคามาจากตลาดมืดเพราะเห็นว่ามันไร้ประโยชน์และไม่มีใครต้องการ ใครจะคาดคิดล่ะครับว่า ของตกรุ่นที่ถูกมองข้ามเหล่านี้ จะกลายเป็นไม้ตายก้นสำรับในยามวิกฤตแบบนี้ ผมดึงผ้าคลุมเนื้อผ้าหยาบกร้านสีเทาหม่นคลุมร่างของเราทั้งสองคนเอาไว้ พร้อมกับร่ายเวทมนตร์สายเนโกแมนซีระดับเริ่มต้น *‘การกลบเกลื่อนกลิ่นอายความตาย’* เพื่อกดทับมานาและชีพจรของเราให้แนบเนียนไปกับซากศพรอบตัว ฝีเท้าของกลุ่มผู้เล่นกิลด์อัคคีทมิฬใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แสงไฟสว่างวาบสาดส่องผ่านรอยแตกของซากหินที่พวกเราซ่อนอยู่ กลิ่นอายเหงื่อไคลและกลิ่นเหล็กจากการขัดเกลาอาวุธลอยมาแตะจมูก บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของอาเรียที่เต้นโครมครามอยู่ข้างกาย “แปลกแฮะ... เสียงคำรามเมื่อกี้มาจากตรงนี้แท้ ๆ ทำไมเงียบกริบเลยวะ?” เสียงทุ้มต่ำของหัวหน้าชุดลาดตระเวนดังขึ้น ห่างจากจุดที่เราซ่อนตัวไม่ถึงสามเมตร ผมหลับตาลงตั้งสมาธิ ใช้ทักษะการคำนวณวิถีสายตาและมุมอับของแสงเงา ขยับตัวขัดขวางทิศทางลมเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เศษฝุ่นที่ร่วงหล่นจากการหายใจทรยศพวกเรา อาเรียเหลือบมองผมด้วยหางตา เธอเห็นผมกำลังขบกรามแน่นด้วยความเครียด จึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจยาวตามจังหวะที่ผมส่งสัญญาณมือบอก ผ่านไปราวกับเวลาหนึ่งชั่วโมง ทั้งที่จริงแล้วกินเวลาแค่สามสิบวินาที... เงาของกลุ่มผู้เล่นกลุ่มนั้นค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านเลยไปยังลานกว้างด้านใน เสียงบอสโกเลมกระดูกเหล็กกล้าคำรามกะแทกกระทั้นขึ้นอีกระลอก ตามด้วยเสียงปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างมอนสเตอร์กับผู้เล่นกลุ่มใหญ่ แรงปะทะและเสียงระเบิดกลบเกลื่อนร่องรอยทุกอย่างจนหมดสิ้น ผมค่อย ๆ ถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก แผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ “รอดตัวไปได้หวุดหวิดนะครับ...” ผมกระซิบเสียงเบาหวิว ทว่า ในวินาทีที่ผมกำลังจะหยิบสมุดบัญชีขึ้นมาตรวจเช็กสถานะทรัพยากรที่เหลืออยู่ หน้าต่างระบบสีแดงฉานขนาดยักษ์ก็เด้งขึ้นมากลางอากาศโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก [ระบบตรวจพบการแทรกแซงของ "ผู้เล่นปริศนา" นอกเหนือจากบันทึกประวัติศาสตร์] [เงื่อนไขลับถูกกระตุ้น: คุณได้ทำการซ่อนตัวจาก "ผู้สังเกตการณ์แห่งความมืด" สำเร็จ] [ภารกิจระดับ SSS: "เงาที่ถูกลืมเลือน" ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ...] อาเรียเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นข้อความสีเลือดนั้น เธอกัดฟันกรอดแล้วหันมามองผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป “เรย์... ฉันว่าพวกเราไม่ได้แค่บังเอิญซ่อนตัวจากกิลด์อัคคีทมิฬแล้วล่ะ...” ก่อนที่ผมจะทันได้คำนวณความเสี่ยงระลอกใหม่ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าที่เพิ่งสงบลง กลับยุบตัวลงอีกครั้ง—ไม่ใช่เพราะแรงระเบิดของบอส แต่เป็นเพราะ *มีมือปริศนาคู่หนึ่ง* คว้าข้อเท้าของผมเอาไว้จากความมืดมิดเบื้องล่าง! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับแผนการเอาตัวรอดของผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%