"ถ้าคุณยังคำนวณงบดุลของกิลด์พลาดอีกแค่ทองแดงเดียว ผมจะเอาโล่กระแทกหน้าคุณให้คว่ำคากองเอกสารจริงๆ ด้วย เรย์"
เสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความคาดคั้นลอดผ่านไรฟันของอาเรีย เธอไม่ได้ขู่เล่น ดวงตาสีดอกอัญชันจ้องเขม็งมายังกระดาษแผ่นบางในมือผม ราวกับมันคือเอกสารพิพากษาประหารชีวิต มากกว่าจะเป็นบัญชีรายรับรายจ่ายของกิลด์ ‘รุ่งอรุณที่ร่วงโรย’ ที่ตอนนี้เหลือสภาพเป็นเพียงสำนักงานเก่าๆ ใกล้เจ๊ง
ผม (เรย์ เนโครแมนเซอร์ฝึกหัดผู้กุมชะตากรรมการเงินของกิลด์) หัวเราะแห้งๆ ในลำคอ พร้อมกับดันแว่นตาไร้กรอบขึ้นเบาๆ มือข้างหนึ่งยังคงคีบปากกาขนนกหมึกเวทมนตร์ ปลายปากกาตวัดตัวเลขรายจ่ายจำนวนจิ๋วลงในสมุดบัญชีแยกประเภทอย่างแม่นยำ ทุกเหรียญทอง ทุกเศษเงินทอนจากการซื้อโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิต ถูกบันทึกไว้ด้วยความระมัดระวังราวกับมันคืออัญมณีล้ำค่า
นี่ไม่ใช่แค่การทำบัญชีธรรมดาครับ แต่มันคือ ‘เวทมนตร์บัญชี’ ที่ผมคิดค้นขึ้นมาเพื่อค้ำจุนกิลด์นี้ไม่ให้ล้มละลาย
ในโลกแฟนตาซีที่ขับเคลื่อนด้วยระบบเลเวลและดันเจี้ยน คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเนโครแมนเซอร์ต้องใช้ศพของมนุษย์สร้างกองทัพอันน่าสะพรึงกลัว แต่พวกเขากลับมองข้ามทรัพยากรราคาถูกและมีอยู่เกลื่อนเมืองอย่าง ‘ซากมอนสเตอร์ระดับต่ำ’ และ ‘ระบบการบริหารต้นทุนทรัพยากร’ ที่ผมร่ำเรียนมาจากโลกเก่า
"ใจเย็นก่อนครับท่านอดีตหัวหน้ากิลด์ บัญชีคือหัวใจสำคัญของการลงทุน ถ้าเราบริหารกระแสเงินสดไม่ดี ต่อให้คุณมีสกิลแทงค์ระดับตำนาน ก็ไม่มีปัญญาซื้อข้าวสารกรอกหม้อในสัปดาห์หน้าอยู่ดี" ผมตอบกลับด้วยรอยยิ้มสุภาพตามวิสัยทัศน์ของสุภาพบุรุษ ก่อนจะผายมือไปยังแผนที่ดันเจี้ยนระดับ E ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเก่าๆ
"เป้าหมายของเราวันนี้คือ 'ซากปรักหักพังโกรฟ' ดันเจี้ยนแรงค์ E ที่ขึ้นชื่อเรื่องความยากจนและมอนสเตอร์กิ้งก่าหางขาด"
อาเรียถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอยกแขนขึ้นกอดอกจนหน้าอกหน้าใจดันเนินเนื้อขึ้นมาภายใต้เกราะหนังสีดำสนิท สายตาของเธอมองสำรวจแผนที่ด้วยความไม่ไว้วางใจ "ดันเจี้ยนแรงค์ E น่ะเหรอ? เรย์ นายบ้าไปแล้วหรือเปล่า กิลด์ระดับเรา แม้จะถังแตก แต่การลงไปเก็บเลเวลในดันเจี้ยนกระจอกแบบนั้น มันได้เงินมาไม่พอค่าสึกหรอของชุดเกราะด้วยซ้ำไป"
"นั่นคือมุมมองของนักผจญภัยทั่วไปครับ อาเรีย" ผมวางปากกาลงแล้วประสานมือไว้บนโต๊ะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาสะท้อนประกายวิบวับของนักวางแผนกลยุทธ์ "แต่สำหรับเนโครแมนเซอร์ที่มองเห็น ‘มูลค่าซ่อนเร้น’ ทุกตารางนิ้วในดันเจี้ยนนั้นมีความหมายต่างออกไป"
ผมใช้นิ้วเคาะลงบนแผนที่จุดที่เป็นซากปรักหักพัง
"มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนนี้อาจจะดรอปไอเทมขยะราคาถูก แต่มันมีจำนวนมหาศาล และที่สำคัญ... ค่าเข้าดันเจี้ยนแทบจะเป็นศูนย์ หากเราจัดการด้วยวิธีปกติ มันไม่คุ้มค่าเหนื่อยแน่นอนครับ แต่ถ้าเราใช้ ‘ทักษะอัญเชิญโครงกระดูกต้นทุนต่ำ (Low-Cost Skeleton Summon)’ ผสานเข้ากับการรีไซเคิลซากกระดูก พวกมันจะไม่เพียงแค่ช่วยเคลียร์ทาง แต่จะกลายเป็นแรงงานราคาถูกที่ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องกินข้าว ไม่ต้องเบิกค่าโอที และที่สำคัญที่สุด..."
ผมยิ้มมุมปากอย่างมีเลศสำ "\\ค่าใช้จ่ายในการชุบชีวิตต่ำกว่าราคาต้นทุนของวัตถุดิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ครับ\\"
อาเรียเบิกตากว้างเล็กน้อย เธออ้าปากค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ อย่างจนปัญญา "นายเนี่ย... บางทีก็คำนวณอะไรน่ากลัวเกินกว่าจะเป็นมนุษย์จริงๆ นะ เรย์"
"คำชมครับ ขอบคุณมาก" ผมโค้งศีรษะรับมุกอย่างสุภาพ
ไม่นานหลังจากนั้น พวกเราก็ยืนอยู่เบื้องหน้าประตูหินโค้งสีเทาหม่นของดันเจี้ยน ‘ซากปรักหักพังโกรฟ’ บรรยากาศรอบตัวอلبอวลไปด้วยกลิ่นอัปชื้นและละอองหมอกบางเบา เสียงลมหวีดหวิวผ่านซากเสาหินโบราณให้ความรู้สึกเปล่าเปลี่ยว แต่วันนี้ ความเงียบสงบนั้นกำลังจะถูกรบกวนด้วยบัญชีรายรับของผม
"พร้อมนะครับ?" ผมหันไปถามอาเรียที่ตอนนี้ดึงดาบใหญ่คู่ใจออกจากฝัก เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* สะท้อนความคมกริบที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า
อาเรียไม่ตอบด้วยคำพูด เธอเพียงแต่แค่นโยบายเด็ดขาดผ่านรอยยิ้มมุมปาก โล่เหล็กทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าถูกยกขึ้นตั้งรับในท่าเตรียมพร้อม รังสีออร่าสีฟ้าอ่อนแผ่ออกมาจากตัวเธอเพื่อกระตุ้นสถานะการต่อสู้
"นำทางไปเลย นักบัญชีของฉัน ถ้าทำกำไรไม่คุ้มค่าเหนื่อย นายรู้ใช่มั้ยว่าจะโดนอะไร?"
ผมอมยิ้มบางๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ มือขวายกขึ้นวาดกลางอากาศ วงเวทสีครามเข้มรูปทรงเรขาคณิตปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงสวดพึมพำต่ำๆ ในลำคอ
*ก๊อก... ก๊อก... แกรก!*
พื้นดินบริเวณหน้าทางเข้าสั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนที่ร่างของโครงกระดูกนักรบเก่าครึ่งซีกสี่ตัวจะผุดขึ้นมาจากพื้นดิน พวกมันไม่มีเกราะชั้นดี ไม่มีอาวุธเวทมนตร์อลังการ มีเพียงดาบขึ้นสนิมและกระดูกที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ขยับตัว แต่นี่แหละคือ ‘กองกำลังสินทรัพย์หมุนเวียน’ ชุดแรกของผม
"ไปกันครับ ไปเก็บเกี่ยวผลกำไรของเรากันเถอะ"
ก้าวแรกที่พวกเราเดินผ่านธรณีประตูหินเข้าไป ระบบเสียงแจ้งเตือนอัตโนมัติของหอคอยนักผจญภัยก็ดังขึ้นในหัวของผมทันที
*[แจ้งเตือนระบบ: ผู้เล่นเรย์และปาร์ตี้เข้าสู่ดันเจี้ยน ‘ซากปรักหักพังโกรฟ’ (ระดับ E)]*
*[เงื่อนไขการเคลียร์: กำจัดมอนสเตอร์ทั้งหมด 100% หรือค้นหาห้องสมบัติลับใต้ดิน]*
บรรยากาศภายในดันเจี้ยนค่อนข้างมืดทึบ มีเพียงคบเพลิงเวทมนตร์ดวงน้อยที่ผมร่ายขึ้นมาลอยนำทาง โครงกระดูกแถวหน้าเดินส่ายไปมาด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ แต่กลับทำหน้าที่ตรวจจับกับดักได้อย่างยอดเยี่ยม ตัวไหนโดนลูกดอกพิษยิงใส่กระดูกหัก ผมก็แค่ใช้สกิล ‘เก็บกวาดทางบัญชี (Inventory Salvage)’ ย่อยสลายซากมันกลับมาเป็นมานา แล้วอัญเชิญตัวใหม่ขึ้นมาแทนที่แบบเรียลไทม์
ไม่มีต้นทุนจม! ไม่มีค่าใช้จ่ายสูญเปล่า! นี่คือความงดงามของการบริหารทรัพยากรในโลกแฟนตาซี!
อาเรียเดินตามหลังกองทัพโครงกระดูกของผมมาติดๆ เธอมองดูวิธีที่ผมจัดการกับทรัพยากรด้วยสีหน้าทึ่งปนระอา "ฉันเริ่มเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมสมาคมการค้าถึงกลัวนายนัก... วิธีการต่อสู้ของนายมันเหมือนพวกนายทุนหน้าเลือดไม่มีผิดเพี้ยน"
"เขาเรียกสติปัญญาในการบริหารความเสี่ยงครับ อาเรีย ระวังข้างซ้าย!"
ผมเอ่ยเตือนพร้อมกับตวัดนิ้วชี้ไปทางซากเสาหินผุพัง ทันใดนั้น กิ้งก่าเงาความเร็วสูงตัวเท่าลูกวัวก็พุ่งทะยานออกมาจากความมืด มันอ้าปากกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวเคลือบพิษสีม่วงที่ส่องประกายวาววับ มันพุ่งเป้ามาที่คอของอาเรียโดยตรง!
*เคร้ง!*
ไวเท่าความคิด อาเรียเหวี่ยงโล่กระแทกเข้าใส่กิ้งก่าเงาอย่างจัง แรงปะทะทำให้ร่างของมันกระเด็นลอยไปชนผนังหินเสียงดังสนั่น *ตูม!*
ก่อนที่เจ้ากิ้งก่าจะทันได้ตั้งตัว โครงกระดูกสองตัวของผมก็พุ่งเข้าไปล็อกหางและกรามของมันไว้แน่น แรงกดอัดจากมวลกระดูกประสานกับเวทมนตร์ดึงดูดพลังชีวิตทำให้มันดิ้นไม่หลุด ผมเดินเข้าไปใกล้ ใช้ปลายปากกาขนนกแตะเบาๆ ที่หน้าผากของมัน
*[ตรวจพบมอนสเตอร์ระดับ E: กิ้งก่าเงาป่าลึก]*
*[คุณสมบัติ: หนหนังเหนียว, พิษอ่อน, วัตถุดิบทำยา (ราคาตลาด: 12 เหรียญทองแดง)]*
*[คำสั่ง: แยกส่วนอัตโนมัติ... สำเร็จ!]*
ร่างของกิ้งก่าเงาสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาว เหลือทิ้งไว้เพียงเขี้ยวพิษแวววาวและชิ้นส่วนหนังคุณภาพดีตกลงบนพื้น ผมก้มลงเก็บมันใส่ถุงผ้าคาดเอวด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
"ชิ้นแรกมูลค่าสิบสองเหรียญทองแดง หักค่าเสื่อมราคาเวทมนตร์ไปสองเหรียญ กำไรสุทธิสิบเหรียญถ้วน... วันนี้พวกเราท่าทางจะปิดงบสวยนะเนี่ย" ผมพูดพร้อมกับยิ้มให้อาเรียที่ยืนมองตาค้าง
"นายเนี่ยนะ..." อาเรียส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรก บรรยากาศตึงเครียดรอบตัวผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด "โอเค พ่อมหาจำเริญ ถ้าวันนี้เราทำกำไรได้เกินหนึ่งร้อยเหรียญทองแดง ฉันจะยอมเลี้ยงเบียร์นายหนึ่งแก้วที่โรงเตี๊ยมหน้ากิลด์ก็แล้วกัน"
"ถือว่าพูดแล้วนะครับ ผมเป็นคนจำแม่นเสียด้วยสิ" ผมหัวเราะเบาๆ
พวกเราเคลียร์ทางเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ มอนสเตอร์กิ้งก่าและแมงมุมถ้ำถูกจัดการและรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ ตัวเลขในสมุดบัญชีในใจของผมพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความเหนื่อยล้าแทบไม่มีผลอะไรกับผมเลย เพราะความสุขจากการเห็นตัวเลขเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น มันหอมหวานยิ่งกว่าเวทมนตร์ฟื้นฟูใดๆ ในโลก
กระทั่งพวกเราเดินมาถึงโถงกว้างลึกสุดของดันเจี้ยน ซึ่งควรจะเป็นจุดสิ้นสุดและห้องบอสประจำชั้น
แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า กลับทำให้อาเรียต้องยกโล่ขึ้นตั้งรับอย่างฉับพลัน พร้อมกับที่รอยยิ้มบนใบผมของผมแข็งค้างไปชั่วขณะ
ไม่มีบอสเต่าหรือมอนสเตอร์กิ้งก่ายักษ์อย่างที่ควรจะเป็น...
กลางห้องโถงกว้าง มีวงเวทสีดำทมิฬขนาดมหึมาแผ่ไอความมืดทะมึนออกมาปกคลุมทั่วบริเวณ ตรงกลางวงเวทนั้น มีแท่นหินโบราณที่สลักลวดลายประหลาด และบนแท่นนั้น... มีกล่องสมบัติสีทองอร่ามที่ถูกล่ามด้วยโซ่เวทมนตร์นับร้อยเส้น ลอยเคว้งคว้างอย่างไร้แรงโน้มถ่วง
ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือรอบๆ แท่นหินนั้น มีร่างของนักผจญภัยระดับสูงจากกิลด์อื่นนับสิบคนนอนแน่นิ่งอยู่ พวกเขาสวมชุดเกราะชั้นดี แต่ผิวหนังกลับแห้งเหี่ยวราวกับถูกสูบพลังชีวิตไปจนหมดสิ้น!
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบขั้นสูงสุด!]*
*[ตรวจพบความผิดปกติในดันเจี้ยนระดับ E: พื้นที่นี้ถูกยกระดับโดยบุคคลปริศนาสู่ ‘ดันเจี้ยนต้องสาขา ระดับ SSS’ ชั่วคราว]*
*[คำเตือน: เจ้าของกุญแจผนึกกำลังลืมตาตื่นขึ้นแล้ว... จงหนี หรือเตรียมรับมือกับการล้างบางบัญชีชีวิต!]*
เสียงแจ้งเตือนระบบดังรัวเร็วจนปวดหัว ไอความมืดมหาศาลพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานดันเจี้ยนจนหินถล่มลงมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว อาเรียหันมามองหน้าผมด้วยสายตาที่ซีดเผือด มือที่ถือดาบสั่นเทาเล็กน้อย
"เรย์... ไอ้ดันเจี้ยนระดับ E ที่นายบอกว่าปลอดภัยเนี่ย... มันหมายความว่ายังไงกันห๊ะ!"
ก่อนที่ผมจะได้อ้าปากอธิบายคำนวณความเสี่ยง พื้นดินใต้เท้าของพวกเราก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ดังก้องมาจากความมืดเบื้องล่าง—เสียงที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ และทำให้ทุกตัวเลขในสมุดบัญชีของผมกลายเป็นศูนย์ในพริบตา!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเปิดอ่านบัญชีเล่มนี้ร่วมกันนะครับ!
เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก•ตอนที่ 5
ภารกิจดันเจี้ยนระดับ E
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!