เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก•ตอนที่ 8

ปะทะกับกิลด์นักล่าค่าหัว

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยปะปนมากับสายลมยามค่ำคืนของเขตป่าสนหมอกหนาทึบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่กำลังบดขยี้กิ่งไม้แห้งดังกรอบแกรบใกล้เข้ามาทุกที ทว่าเรย์กลับไม่มีทีท่าตื่นตระหนก เขายังคงนั่งยองๆ อยู่บนรากไม้โบราณ นิ้วมือเรียวยาวขีดเขียนอักขระมานาสีฟ้าเรืองรองลงบนพื้นดินอย่างใจเย็น ผิดกับอาเรียที่ยืนถือโล่ขนาดใหญ่เตรียมตั้งรับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เหงื่อเม็ดโตผุดพรายตามกรอบหน้าของหญิงสาว "เรย์! พวกมันมาถึงแนวเขตพรางตาชั้นที่สองแล้วนะ เจ้าพวกกิลด์ 'เขี้ยวทมิฬ' ไม่ได้มากันแค่ห้าคนอย่างที่ข่าวกรองบอกแน่ๆ จากเสียงฝีเท้าและแรงสั่นสะเทือน อย่างน้อยต้องมีไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน และพวกมันมีนักเวทตรวจจับระดับสูงมาด้วย!" เสียงของอาเรียกระซิบลอดไรฟัน มือที่กำด้ามโล่สั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นสัญชาตญาณดิบของนักรบที่ร่ำร้องอยากจะพุ่งออกไปซัดหน้าพวกมันให้รู้แล้วรู้รอด "ใจเย็นๆ ก่อนสิครับคุณอาเรีย ความใจร้อนจะทำให้เราเสียเปรียบเชิงตัวเลขนะครับ" เรย์เงยหน้าขึ้นจากพื้น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบางเบา แววตาสีเข้มฉายประกายคำนวณราวกับเด็กเนิร์ดที่กำลังแก้โจทย์แคลคูลัสยากๆ บนกระดานดำ "จำเรื่องที่เราคุยกันเมื่อตอนบ่ายได้ไหมครับ? การบริหารจัดการหนี้สิน... เอ่อ หมายถึงการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด" "นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นมุกบัญชีนะเรย์!" อาเรียแทบจะคำราม "ผมไม่ได้เล่นมุกนะครับ..." เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดมือขวาเบาๆ อาณาเขตมานาสีดำสนิทก็แผ่ขยายออกไปกลืนกินแสงจันทร์รอบตัว ร่างของอดีตหัวหน้ากองทัพโครงกระดูกที่เพิ่งถูกกู้ซากขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากพื้นดินทีละร่าง นัยน์ตาของพวกมันเปล่งประกายสีแดงฉานน่ากลัว "พวกมันอยากได้หัวผมเพื่อไปขึ้นเงินรางวัลจากสมาคมนักล่าใช่ไหมครับ งั้นเราก็แค่... จัดเตรียม 'การต้อนรับ' ให้สมฐานะแขกวีไอพีก็พอ" "เป้าหมายอยู่ตรงนั้น! แยกย้ายโอบล้อม อย่าให้มันหนีไปได้!" เสียงตะโกนก้องดังแหวกความเงียบของผืนป่า พร้อมกับลูกไฟเวทมนตร์พุ่งแหวกอากาศเข้ามาปะทะกับบาเรียเวทมนตร์ของเรย์จนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกทำให้เศษดินและใบไม้ปลิวว่อน อาเรียคำรามในลำคอเตรียมพุ่งทะยานออกไป แต่เรย์กลับเอื้อมมือไปแตะแขนเธอไว้เบาๆ เป็นสัญญาณห้าม "ยังครับ... รอจังหวะอีกนิด" เรย์กระซิบ เสียงของเขาเรียบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ที่ไม่มีลมพัดผ่าน แสงไฟจากคบเพลิงสว่างวาบขึ้นนับสิบดวง เผยให้เห็นร่างของนักรบสวมเกราะเหล็กกล้าและนักเวทในชุดคลุมสีเทาเข้มของกิลด์ 'เขี้ยวทมิฬ' พวกมันกรูเข้ามาล้อมรอบพื้นที่โล่งที่เรย์และอาเรียยืนอยู่ ตรงกลางวงล้อมคือชายร่างใหญ่ไว้หนวดเคราครึ้ม สวมเกราะหนังเสือดาว มือถือขวานยักษ์เรืองแสงสีส้ม เขาคือ 'บาร์น' รองหัวหน้ากิลด์เขี้ยวทมิฬ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและสถิติการล่าเนโครแมนเซอร์มาแล้วนับไม่ถ้วน "เจอตัวจนได้ไอ้หนูแกะดำแห่งกิลด์ตกอับ" บาร์นหัวเราะเสียงดังลั่นป่า สายตากวาดมองเรย์และอาเรียด้วยความเหยียดหยาม "คิดไม่ถึงเลยนะว่าเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดอย่างแกจะบังอาจกล้าขโมยผลงานของพวกเราในดันเจี้ยนชั้นสาม หัวของแกมีค่าสูงลิ่วพอที่จะทำให้ฉันซื้อคฤหาสน์ในเมืองหลวงได้สบายๆ ยอมจำนนซะเถอะ แล้วฉันจะปรานีให้ตายไม่ทรมานมากนัก" เรย์ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตัวเองอย่างใจเย็น ราวกับไม่ได้ยินคำขู่คุกคามนั้นแม้แต่น้อย เขาสบตากับบาร์นด้วยรอยยิ้มสุภาพ ท่าทีที่สุขุมเกินวัยทำให้รองหัวหน้ากิลด์เขี้ยวทมิฬถึงกับขมวดคิ้วด้วยความไม่สบายใจ "คุณบาร์นสินะครับ..." เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าก้องกังวานชัดเจนในความเงียบ "ผมต้องขอชื่นชมข้อมูลข่าวกรองของกิลด์คุณจริงๆ นะครับที่ตามรอยเรามาถึงนี่ได้ แต่... คุณเคยได้ยินสุภาษิตโบราณไหมครับว่า *'ยืมเงินเขามาเท่าไหร่ สุดท้ายก็ต้องใช้คืนพร้อมดอกเบี้ย'* ?" "เพ้อเจ้ออะไรของแกวะไอ้เด็กเวร! ฆ่ามัน!" บาร์นตวาดลั่น พร้อมกับสะบัดขวานยักษ์เป็นสัญญาณโจมตี เหล่านักล่าค่าหัวกิลด์เขี้ยวทมิฬพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกันราวกับฝูงหมาป่าหิวโหย ดาบ หอก และเวทมนตร์นานาชนิดพุ่งตรงมายังจุดที่เรย์และอาเรียยืนอยู่ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศจนแทบหายใจไม่ออก แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เรย์ก็ยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก "ทำงานครับ..." *เปรี้ยง!* พื้นดินใต้เท้าของพวกนักล่าค่าหัวทรุดฮวบลงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย อักขระเวทสีดำที่เรย์แอบวาดไว้รอบบริเวณตั้งแต่ก่อนพวกมันมาถึง ทำหน้าที่เป็น "วงจรบัญชีมานา" ที่คำนวณและดูดกลืนพลังเวทของฝ่ายตรงข้ามมาใช้เป็นเชื้อเพลิงย้อนกลับ แรงโน้มถ่วงมหาศาลกดทับร่างของพวกมันจนล้มคะมำลงไปกองกับพื้น และก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว กองทัพโครงกระดูกนับสามสิบชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ชั้นดินก็ผุดขึ้นมาคว้าข้อเท้าของพวกมันไว้แน่น! "อ... อะไรวะเนี่ย! ตัวบ้าอะไรเนี่ย ดึงไม่ออก!" เสียงร้องโวยวายด้วยความตื่นตระหนกดังระเบิดขึ้นจากฝั่งกิลด์เขี้ยวทมิฬ นักเวทของพวกมันพยายามร่ายคาถาลูกไฟเพื่อเผาทำลายโครงกระดูก แต่ทว่า... อาเรียที่รอจังหวะนี้อยู่แล้วได้พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง โล่เหล็กในมือกระแทกเข้าที่ยอดอกของนักเวทคนนั้นเต็มแรงจนกระเด็นลอยละลิ่วหมดสติไปในพริบตาเดียว "เยี่ยมมากครับคุณอาเรีย จังหวะเมื่อกี้สมบูรณ์แบบร้อยคะแนนเต็มเลยครับ" เรย์เอ่ยชมขณะก้าวเท้าเดินผ่านกลางวงชุลมุนอย่างสง่างาม ราวกับเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ "อย่าหลงระเริงน่าเรย์ ข้างหลังแก!" อาเรียตะโกนเตือน เมื่อบาร์นที่หลุดพ้นจากแรงดึงของอักขระเวทด้วยพละกำลังมหาศาล เหวี่ยงขวานยักษ์พุ่งเข้ามาหมายจะผ่าร่างของเรย์เป็นสองซีกในดาบเดียว ลมพัดกรรโชกแรงจนเส้นผมของเรย์ปลิวไสว เรย์หยุดเดิน เขาไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ชายหนุ่มเพียงแค่ดี E-mail (หมายถึงดีดนิ้ว) เบาๆ *กริ๊ิก...* เสียงกลไกเวทมนตร์ดังขึ้นราวกับเสียงนาฬิกาจักรกลโบราณ ร่างของหัวหน้ากองทัพโครงกระดูกตัวยักษ์ที่เรย์กู้ซากมาจากบอสชั้นสาม โผล่พรวดขึ้นมาจากเงาไม้ด้านหลังของบาร์น ดาบกระดูกเล่มมหึมาฟันสวนขึ้นมารับคมขวานยักษ์ของบาร์นอย่างจังจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ แรงปะทะสะท้อนกลับทำให้บาร์นต้องผถอยหลังกรูด แววตาของเขาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อพบว่าพลังโจมตีของเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดคนนี้ไม่ได้อ่อนด้อยอย่างที่ข่าวลือว่าไว้เลยแม้แต่น้อย "แก... แกเป็นใครกันแน่..." บาร์นกัดฟันกรอด เลือดไหลซึมออกจากมุมปากจากการปะทะเมื่อครู่ เรย์หันกลับมามองด้วยรอยสุภาพ ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก มือขวาของเขายกขึ้นจัดปกเสื้อให้เข้าที่อย่างใจเย็น "ผมก็แค่เนโครแมนเซอร์มือใหม่ที่ต้องสะสางบัญชีค้างชำระกับพวกคุณก็เท่านั้นเองครับ..." เรย์กวาดสายตามองเหล่านักล่าค่าหัวที่ตอนนี้ถูกกองทัพผีของเขาล้อมกรอบไว้จนหมดทางหนีทีไล่ "และดูเหมือนว่า... งบประมาณในการฟื้นฟูกิลด์ของเราในเดือนนี้ จะมีกำไรส่วนเกินเพิ่มเข้ามาพอสมควรเลยล่ะครับ" บรรยากาศในป่าสนหมอกเงียบกริบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของเหล่าผู้บุกรุก ทว่าในวินาทีที่เรย์กำลังจะออกคำสั่งขั้นเด็ดขาดเพื่อปิดเกม เสียงฝีเท้าปริศนาฝีเท้าหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องลึกของป่า เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นสามครั้ง พร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ก้าวออกมาจากม่านหมอก *แปะ... แปะ... แปะ...* "ช่างเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรที่ยอดเยี่ยมและน่าประทับใจเสียจริงครับ คุณเรย์... หรือว่าเราควรจะเรียกว่า 'ท่านผู้ตรวจสอบบัญชีแห่งความตาย' ดีล่ะครับ?" เสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มสุภาพบนใบหน้าจางหายไปในเสี้ยววินาที เมื่อเห็นตราสัญลักษณ์รูป 'ตาชั่งพิพากษา' ที่ปักอยู่บนปกเสื้อคลุมของแขกผู้มาเยือนใหม่... มันคือตราของสมาคมนักล่าระดับสูงที่ไมควรจะมาปรากฏตัวในสถานที่แบบนี้ ตอนต่อไป: ก้าวแรกสู่การเผชิญหน้ากับผู้ตรวจการจากสมาคม และความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังหนี้สินของกิลด์กำลังจะถูกเปิดเผย... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคอยสนับสนุนเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดคนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%