เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก•ตอนที่ 13

ร่วมมือกับศัตรูที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
กลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำยาฆ่าเชื้อราคาถูก ลอยอวลปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ในห้องสมุดใต้ดินเขตสามสิบสอง แสงไฟจากตะเกียงเวทมนตร์สีส้มอมเหลืองทอดเงายาวน่าขนลุกบนชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน "คุณกำลังเล่นกับไฟอยู่รู้ตัวไหม นายเรย์" เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากความมืดหลังชั้นตำราประวัติศาสตร์เวทมนตร์โบราณ เรย์ไม่แม้แต่จะสะดุ้ง เขายังคงก้มหน้าใช้นิ้วมือเรียวยาวพลิกหน้าสมุดบัญชีหนังควายเล่มหนา ที่เต็มไปด้วยตัวเลขรายรับรายจ่ายของกิลด์ 'อัสนีทมิฬ' กิลด์ใหญ่อันดับสามของเมืองหลวง ซึ่งถูกขโมยข้อมูลมาด้วยวิธีที่แม้แต่เจ้าของกิลด์ตัวจริงก็ยังต้องกุมขมับ "ไฟน่ะมันอุ่นดีออกนะครับ คุณเซ바สเตียน... โดยเฉพาะในเวลาที่อากาศชื้นๆ แบบนี้" เรย์ตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อย ราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศกับเพื่อนบ้าน มากกว่าการเจรจากับ 'สายลับสองหน้า' ระดับท็อปของสมาคมข่าวกรองใต้ดินที่กุมความลับเป็นตายของคนครึ่งเมือง เงาสะท้อนจากกระจกทองเหลืองเผยให้เห็นร่างในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากมุมอับ เซบาสเตียนขมวดคิ้วแน่น รอยแผลเป็นพาดผ่านโหนกแก้มขวาขยับตามแรงอารมณ์ เขาส่งเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างขัดใจ "ข้อมูลที่คุณกำลังถืออยู่นั่น... มันไม่ได้มีไว้ให้เนโครแมนเซอร์ฝึกหัดที่เพิ่งเปิดกิลด์กระจอกๆ เอาไปนั่งเล่นขายของนะครับ มันคือบัญชีส่วยที่เชื่อมโยงขุนนางระดับสูงกับเบื้องหลังการล่มสลายของกิลด์คุณเอง ถ้าทางนั้นรู้ว่าหลุดมาถึงมือคุณ พรุ่งนี้เช้าศพของคุณคงไปนอนให้อาหารปลาในแม่น้ำลึกสามโยชน์แล้ว" เรย์ปิดสมุดบัญชีลงเสียงดัง *ปัง!* ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายในอากาศยามที่เขาสบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาสีดำสนิทของเนโครแมนเซอร์หนุ่มฉายแววคำนวณบางอย่างที่อ่านไม่ออก "ผมถึงต้องมานั่งคุยกับคุณตรงนี้ไงครับ เซบาสเตียน" เรย์ผผายมือออกเล็กน้อยด้วยท่าทีสุภาพ "กิลด์ 'ไร้พ่าย' ของพวกเราตอนนี้เหลือแค่ผมกับอาเรีย สภาพเหมือนบริษัทล้มละลายที่กำลังจะโดนเจ้าหนี้รุมยึดโต๊ะทำงาน แต่ในฐานะนักบัญชีเก่า ผมเกลียดที่สุดคือการทำธุรกิจขาดทุน... และพวกอัสนีทมิฬติดหนี้แค้นผมไว้เยอะ" เซบาสเตียนหรี่ตาลง มองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน ข่าวลือที่ว่าเนโครแมนเซอร์คนนี้ใช้โครงกระดูกทำบัญชีดูจะเป็นเรื่องจริงครึ่งหนึ่ง แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือสมองที่ทำงานเร็วกว่ากลไกนาฬิกาเวทมนตร์ต่างหาก "แล้วคุณจะเอาอะไรจากผม?" สายลับหนุ่มถามเสียงต่ำ "ทางเข้าลับชั้นใต้ดินของกิลด์อัสนีทมิฬ และตารางเวรยามของกองกำลังอัศวินโล่เหล็กในช่วงสามคืนนี้" เรย์ยื่นข้อเสนอพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "แลกกับ... ข้อมูลบัญชีลับที่เชื่อมโยงเส้นทางการเงินขององค์กรใต้ดินที่คุณกำลังตามสืบอยู่ ผมมั่นใจว่าคุณเองก็จนมุมกับคดีนี้มาสามเดือนแล้วใช่ไหมล่ะครับ" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสมุดชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของหยดน้ำฝนกระทบหลังคาด้านนอก เซบาสเตียนจ้องมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของเรย์ราวกับจะค้นหาพิรุธ แต่เขาก็พบแต่ความมั่นใจที่น่าหมั่นไส้ "คุณนี่มัน... ปีศาจชัดๆ" เซบาสเตียนพึมพำก่อนจะโยนแผ่นศิลาเวทมนตร์สีเทาลงบนโต๊ะไม้ "นั่นคือแผนผังเวรยามล่าสุด อย่าหาว่าผมไม่เตือน ถ้าพลาดขึ้นมา ผมไม่รู้จักคุณ" เรย์รับแผ่นศิลามาถือไว้ พลังงานมานาสีครามจางๆ ไหลเวียนเข้าสู่ปลายนิ้วของเขาเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนที่เขาจะพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ "ขอบคุณสำหรับความร่วมมือครับ หวังว่าเราจะเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ดีต่อกันนะ... เอ่อ ว่าแต่" เรย์ชะงักไปนิดเมื่อสังเกตเห็นบรรยากาศรอบตัวที่เปลี่ยนไป "คุณได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ไหมครับ?" เซบาสเตียนชะงัก สีหน้าของสายลับผู้เจนจัดเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในเสี้ยววินาที "เวทมนตร์สะกดรอย... พวกมันตามมาเร็วกว่าที่คิด!" *เปร้ง!* หน้าต่างกระจกสีของห้องสมุดแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เศษแก้วคมกริบปลิวว่อนตามแรงระเบิด อาเรียที่ควรจะรออยู่ด้านนอกพุ่งทะยานเข้ามาในห้องด้วยชุดเกราะเหล็กกล้าที่ส่งเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ในมือของเธอถือดาบใหญ่ที่อาบไปด้วยมานาสีแดงฉาน "เรย์! ข้างบนถูกล้อมแล้ว! กองกำลังอัศวินโล่เหล็กสามสายนายกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้!" เสียงหอบหายใจของหญิงสาวบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้า เธอใช้ดึงดาบปัดเศษเวทมนตร์เพลิงที่พุ่งตามหลังมาได้อย่างเฉียดฉิว เรย์ผุดลุกขึ้นยืน รอยยิ้มสุภาพบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของเนโครแมนเซอร์ผู้เตรียมพร้อมรับมือกับสงคราม เขายกมือขึ้นประสานกันเบื้องหน้า "ดูเหมือนว่าคู่ค้าของเราจะใจร้อนกว่าที่คิดนะครับ" เรย์หันไปบอกเซบาสเตียนที่ชักกริชออกมาตั้งรับ "อาเรีย จัดการเปิดทางออกด้านหลัง... ส่วนผม จะขอทักทายแขกที่ไม่ได้รับเชิญสักหน่อยว่า การมาเยือนบ้านคนอื่นยามวิกาลแบบนี้ มันเสียมารยาทขนาดไหน" สิ้นคำพูดของเรย์ พื้นห้องสมุดใต้ดินก็สั่นสะเทือน ไอหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นหิน เสียงกะโหลกกระทบกันดัง *กริ๊กๆ* นับร้อยคู่ประสานเสียงขึ้นในความมืด พร้อมกับดวงตาส สีฟ้าอมม่วงที่ลุกโชนขึ้นราวกับเปลวเพลิงแห่งความตาย ในจังหวะที่กำแพงด้านทิศเหนือพังครืนลงมาพร้อมกับเงาร่างของอัศวินเกราะเงินนับสิบในชุดสัญลักษณ์รูปสายฟ้า ฟันเฟืองแห่งการแก้แค้นได้หมุนวนอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ทว่า... ท่ามกลางกองทัพอัศวินที่ดาหน้าเข้ามา กลับมีเสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงและคุ้นเคยยิ่งกว่าก้าวแทรกเข้ามา เสียงนั้นหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากองกระดูกของเรย์ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของปีศาจจะดังขึ้นทำลายความเงียบทั้งหมด *"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ ลูกศิษย์ตัวน้อยของฉัน..."* เรย์เบิกตากว้างขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เมื่อเงาร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ก้าวทะลุผ่านม่านควันพิษเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มที่เขาไม่มีวันลืมตลอดกาล --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดคนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%