เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก•ตอนที่ 3

วิชาชีพบัญชีมีไว้ทำไม

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
เศษกระดาษกองโตบนโต๊ะไม้โอ๊กสีมะฮอกกานีไม่ได้ส่งกลิ่นอายของความโรแมนติกแฟนตาซีแม้แต่น้อย มันส่งกลิ่นเหม็นอับของหมึกราคาถูกและการคอร์รัปชันระดับรากหญ้า "ถ้าแกยังคิดจะใช้โครงกระดูกพลเดินเท้าสามร้อยตัววิ่งหน้ากระดานเข้าใส่กองกำลังทหารรับจ้างของธนาคารอีกรอบ ฉันยอมเอาหัวโขกกำแพงให้ตายไปข้างหนึ่งเลยนะเรย์!" อาเรียตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนกองเอกสารการเงินลอยเคว้งกลางอากาศ หญิงสาวในชุดเกราะหนังเก่าคร่ำคร่าผมสีเพลิงกระเซอะกระเซิง ดวงตาสีอำพันฉายแววเดือดดาลจนแทบจะพ่นไฟออกมาได้อยู่แล้ว เธอยังคงถือดาบใหญ่คู่ใจไว้แน่น แม้ในห้องทำงานที่ควรจะปลอดภัยที่สุดแห่งนี้ เรย์ดันกรอบแว่นสายตาขึ้นเบาๆ ปลายนิ้วเรียวยาวพลิกหน้ากระดาษบัญชีรายรับรายจ่ายของกิลด์ 'รุ่งอรุณสีคราม' ที่ตอนนี้เหลือเงินในคลังอยู่เพียงสามเหรียญทองกับเศษทองแดงอีกหยิบมือเดียว ใบหน้าของเนโครแมนเซอร์หนุ่มยังคงสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ ตรงกันข้ามกับบรรยากาศรอบตัวที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก "คุณอาเรียใจเย็นก่อนสครับ... การใช้โครงกระดูกพลเดินเท้าสามร้อยตัวเมื่อคืนมันเป็นกลยุทธ์ *Loss Leader* หรือการยอมขาดทุนระยะสั้นเพื่อซื้อเวลาต่างหากล่ะครับ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับกำลังอธิบายงบดุลให้ลูกค้ารายใหญ่ฟัง แทนที่จะเป็นอดีตหัวหน้ากิลด์ผู้เกรี้ยวกราดที่กำลังหัวเสียกับตัวเลขติดลบ "ขาดทุนระยะสั้นบ้านแกสิ! โครงกระดูกพวกนั้นพังคามือพวกมันไปครึ่งหนึ่ง ค่าซ่อมแซมกระดูก ค่าคาถาปลุกชีพ ค่าบำรุงรักษาอาวุธขึ้นสนิม... แกคำนวณต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) ออกมาบ้างหรือเปล่า ว่าวิญญาณดวงหนึ่งมันผลาญงบไปเท่าไหร่ในแต่ละวินาที!" อาเรียพ่นลมหายใจฮึดฮัด เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะพังแหล่ไม่พังแหล่ เรย์อมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เขายกชาอุ่นๆ ขึ้นจิบหนึ่งคำ ก่อนจะเลื่อนสมุดบัญชีเล่มหนาไปตรงหน้าหญิงสาว "นี่แหละครับคือเหตุผลที่ผมบอกว่า *วิชาชีพบัญชีมีไว้ทำไม*" เรย์เคาะนิ้วลงบนตัวเลขบรรทัดสุดท้ายที่พิมพ์ด้วยหมึกสีแดงฉาน "คนส่วนใหญ่มักมองว่าเนโครแมนเซอร์เป็นอาชีพสายบู๊ที่อาศัยปริมาณและความน่ากลัวเข้าข่ม แต่พวกเขาหลงลืมกฎข้อสำคัญที่สุดของโลกทุนนิยมไป... สงครามก็คือธุรกิจชนิดหนึ่งครับ และธุรกิจที่จะรอด ไม่ใช่ธุรกิจที่มีกองกำลังใหญ่ที่สุด แต่เป็นธุรกิจที่มีกระแสเงินสด (Cash Flow) หมุนเวียนดีที่สุดต่างหาก" อาเรียขมวดคิ้วแน่น ก้มมองตัวเลขในสมุดบัญชีที่ถูกจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยลายมืออันประณีตบรรจงของเรย์ ช่องรายจ่ายถูกแยกย่อยออกเป็นหมวดหมู่อย่างน่าตกใจ: ค่าเสื่อมราคาซากศพ, ต้นทุนวัตถุดิบเวทมนตร์, ค่าใช้จ่ายในการขนส่งวิญญาณ, และเบี้ยเลี้ยงชีพจร (ซึ่งซอมบี้ไม่ต้องจ่าย แต่นักเวทผู้ควบคุมต้องกินอิ่ม) "แล้ว... แกจะแก้ปัญหายังไง ในเมื่อพรุ่งนี้พวกมันจะส่งผู้ตรวจสอบบัญชีพ่วงตำแหน่งมือสังหารระดับทองคำขาวมาตรวจยึดตึกกิลด์นี้?" อาเรียถามเสียงเบาลง ความเกรี้ยวกราดเริ่มเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวังเมื่อเธอนึกถึงความเป็นจริงอันโหดร้าย "ผู้ตรวจสอบบัญชีเหรอครับ..." เรย์ถอดแว่นออกแล้วใช้ผ้าเช็ดเลนส์ช้าๆ ดวงตาสีดำสนิทภายใต้กรอบสายตาคู่นั้นเปล่งประกายคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด "สำหรับคนธรรมดา พวกเขาคือมัจจุราชที่ถือหมายศาล แต่สำหรับนักบัญชีที่ผ่านการเคี่ยวกรำจากสำนักงานตรวจสอบบัญชีระดับท็อปของเมืองหลวงมาแล้ว... พวกเขาคือ *โอกาสในการทำกำไร* ต่างหากล่ะครับ" อาเรียอ้าปากค้างเล็กน้อย เธอมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ระหว่างความบ้าคลั่งกับความอัจฉริยะ เรย์ไม่ใช่แค่นักเวทฝึกหัดที่บังเอิญจับพลัดจับผลูมาฟื้นฟูกิลด์ แต่เขามองเห็นกลไกของโลกใบนี้ในมุมที่คนอื่นมองไม่เห็น "แกหมายความว่า..." "ใช่ครับคุณอาเรีย" เรย์สวมแว่นกลับเข้าที่ รอยยิ้มพรายปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา "เราจะไม่สู้กับพวกมันด้วยกำลังพลที่ด้อยกว่า แต่เราจะใช้ *งบการเงิน* พิสูจน์ให้พวกมันเห็นว่า... การปล่อยให้กิลด์ของเราล้มละลาย จะสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของเมืองนี้มากกว่าการปล่อยให้เรากู้เงินเพิ่มเสียอีก" ทันทีที่เรย์กล่าวจบ เสียงกระดิ่งลมโบราณเหนือประตูทางเข้ากิลด์ก็ดังขึ้น *กริ๊ง...* บรรยากาศในห้องทำงานเงียบสงบลงฉับพลัน เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก้าวเข้ามาทีละก้าว... สองก้าว... หยุดลงที่หน้าประตูห้องของพวกเขาพอดี ไม่มีเสียงเคาะประตูก่อน อาเรียลุกพรวดขึ้นพร้อมชักดาบออกจากฝักในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณนักรบกรีดร้องเตือนภัยถึงจิตสังหารที่แผ่ซ่านเข้ามาในอาคาร เรย์เพียงแค่นั่งไขว่ห้าง วางปากกาขนนกในมือลงอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังบานประตูไม้ที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ บานประตูเปิดกว้างเผยให้เห็นร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทขุนนางสีเทาเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ดวงตาสีฟ้าอ่อนราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบกวาดตามองกองเอกสารบนโต๊ะ ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น "สวัสดีครับท่านหัวหน้ากิลด์ และ... คุณนักบัญชีผู้ตรวจทานซากศพ" น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดังขึ้น "ผม ‘กอร์ดอน’ ผู้ตรวจสอบบัญชีอาวุโสจากธนาคารกลาง... ผมมาเพื่อรับฟังแผนการชำระหนี้ครั้งสุดท้ายของคุณ" เรย์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่หนาที่สุดขึ้นมา วางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างนุ่มนวล พร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตรที่สุดในรอบสัปดาห์ "ยินดีต้อนรับครับท่านกอร์ดอน... แต่ก่อนที่เราจะคุยเรื่องหนี้สิน ผมเกรงว่าทางธนาคารของคุณ คงต้องชี้แจงข้อผิดพลาดทางบัญชีมูลค่าห้าล้านเหรียญทอง ที่ซ่อนอยู่ใต้พรมของพวกคุณเสียก่อนนะครับ" กอร์ดอนชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าของชายวัยกลางคนแข็งค้างในทันที *ติ๊ง!* *(ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบเหตุการณ์ความกดดันระดับ SSS - "การตรวจสอบบัญชีมรณะ" เงื่อนไขพิเศษ: บีบให้ผู้ตรวจสอบบัญชีตกเป็นจำเลยทางกฎหมายได้สำเร็จ ปลดล็อกสกิลพิเศษสายบริหาร "การฟอกเงินวิญญาณ" ขั้นต้น!)* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาอ่านและร่วมเดินทางไปกับแผนการพลิกวิกฤตของเรย์ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%