กลิ่นหอมของเนื้อย่างเกลือที่ลอยคละคลุ้งในห้องโถงกิลด์ชั้นใต้ดิน ควรจะเป็นรางวัลปลอบใจที่ดีที่สุดสำหรับความเหนื่อยยากตลอดสามวันที่ผ่านมา... แต่นั่นคือทฤษฎีบนหน้ากระดาษครับ ความจริงในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงเคี้ยวอาหารกรุบกรอบของโครงกระดูกพลทหารที่นั่งสุมหัวกันอยู่มุมห้อง และสายตาพิฆาตของอาเรียที่กำลังจ้องเขม็งไปยังหม้อต้มซุปผักตรงหน้า ราวกับมันคือศัตรูตัวฉกาจที่เธอต้องเอาชนะให้ได้
"ถ้าเธอใส่เกลือลงไปอีกแค่ช้อนชาเดียว ซุปหม้อนี้จะกลายเป็นน้ำทะเลสาบเดดซีทันทียัยหัวส้ม"
ผมเอ่ยแซเบาๆ พร้อมกับใช้ปลายนิ้วเขี่ยสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายเล่มบางที่เพิ่งเคลียร์เสร็จ ไอร้อนจากเตาผิงทำให้บรรยากาศในห้องค่อนข้างอบอุ่น ตัดกับความหนาแน่นของมานาความมืดที่ผมจงใจแผ่ขยายไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพของเหล่าซัมมอน
อาเรียตวัดสายตาดุดันกลับมาทันควัน เธอยังคงอยู่ในชุดเกราะหนังที่ซ่อมแซมด้วยรอยเย็บหยาบๆ บนโต๊ะไม้ตัวเก่ามีขวดเบียร์ราคาถูกวางอยู่สามขวด เป็นสัญลักษณ์ของการฉลองชัยชนะครั้งแรก... ที่เล็กเสียจนน่าเอ็นดู
"นายจะบ่นอะไรนักหนาเรย์ อย่างน้อยวันนี้พวกเราก็มีกำไรสุทธิเหลือตั้งสเหรียญทองเงิน กับซากโทรลล์ระดับสามที่เอาไปแยกชิ้นส่วนขายได้อีกโข สำหรับกิลด์ 'รุ่งอรุณทมิฬ' ที่เกือบจะโดนยึดตึกเมื่อสัปดาห์ก่อน นี่มันคือปาฏิหาริย์ชัดๆ นะครับ!" อาเรียท้วงด้วยน้ำเสียงติดจะงอนเล็กน้อย แต่รอยยิ้มมุมปากของเธอก็ฟ้องชัดเจนว่ากำลังมีความสุขไม่น้อย
ผมหัวเราะในลำคอ พับสมุดบัญชีเก็บเข้าช่องเก็บของมิติ
"ปาฏิหาริย์ที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและค่าน้ำมันเวทมนตร์ของผมครับ... ว่าแต่ คุณแทงค์มือหนึ่งของกิลด์เรา ช่วยกรุณาตักซุปจืดชืดนั่นใส่ถ้วยให้ผมสักทีเถอะ ท้องผมส่งเสียงประท้วงดังกว่าเสียงกะโหลกกระทบกันแล้วนะ"
บรรยากาศผ่อนคลายและเสียงหัวเราะเบาๆ ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางคราบเขม่าควันบนเพดานที่สะท้อนว่าพวกเราต้องผ่านอะไรมาบ้าง การเป็นเนโครแมนเซอร์ที่ใช้หลักการบริหารจัดการต้นทุน ไม่ได้หมายความว่าเราจะไร้ซึ่งหัวใจ... อย่างน้อย มิตรภาพระหว่างอดีตหัวหน้ากิลด์ผู้ตกอับกับนักบัญชีตกงานที่ผันตัวมาเป็นหมอผี ก็เป็นผลกำไรที่ประเมินค่าไม่ได้ในโลกแฟนตาซีแห่งนี้
ทว่า... ความสุขมักมีอายุสั้นกว่าดอกไม้ในฤดูหนาวเสมอ
*กริ๊งงงงง!*
เสียงกระดิ่งทองเหลืองโบราณที่แขวนไว้เหนือประตูกิลด์ดังขึ้นอย่างกะทันหัน มันไม่ใช่เสียงเคาะเรียกแขกผู้สุภาพ แต่เป็นแรงกระแทกจากภายนอกที่รุนแรงจนบานประตูไม้โอ๊คหนาหนักสั่นสะเทือน โซ่เวทมนตร์ป้องกันระดับต่ำที่ผมขึงไว้รอบอาคารเปล่งแสงสีม่วงวาบก่อนจะแตกสลายกลายเป็นละอองมานาในพริบตา
รอยยิ้มบนใบหน้าของอาเรียหายวับไปในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณของอดีตหัวหน้ากิลด์ตื่นตัวขึ้นทันที มือเรียวคว้าดาบใหญ่ที่พิงไว้ข้างเก้าอี้ขึ้นมาถือกระชับมั่น กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งตัวพร้อมปะทะ
"แขกไม่ได้รับเชิญ... ดูท่าทางจะไม่ใช่พวกเก็บค่าคุ้มครองก๊อกแก๊กแถบนี้หรอกนะเรย์" เสียงของเธอลดต่ำลง เยือกเย็น และเต็มไปด้วยจิตสังหาร
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้น ดวงตาของผมหรี่ลงเล็กน้อยขณะประสานจิตเชื่อมต่อกับโครงกระดูกลาดตระเวนที่ยืนเฝ้าอยู่ชั้นบน ภาพจากดวงตาสีฟ้ากลวงโบ๋ของมันฉายภาพผู้มาเยือนผ่านหน้าต่างระบบ หน้าตาของพวกมันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะทางที่ใกล้เข้ามา
กลุ่มคนในชุดคลุมสีดำสนิทปักตราสัญลักษณ์รูป 'กางเขนกลับหัวและงูพัน' สัญลักษณ์ของกิลด์ใหญ่อันดับสามของเมืองหลวง... 'โลหิตทมิฬ'
นำหน้ามาด้วยชายหนุ่มร่างสูงโปรด ใบหน้าหล่อเหลาแต่เย่อหยิ่ง สวมแหวนเวทมนตร์ระยิบระยับเต็มสองมือ มือขวาถือคถาหัวกะโหลกประดับอัญมณีสีแดงฉาน แววตาที่มองตรงมายังประตูกิลด์เต็มไปด้วยความดูแคลนและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
*ปัง!*
ประตูกิลด์ถูกถีบจนพังกระเด็น เศษไม้กระจายเกลื่อนพื้น ผสมผสานกับไอความเย็นยะเยือกที่แผ่พุ่งเข้ามาพร้อมกับสายลมยามค่ำคืน
"โอ้... นึกว่าหนูสกปรกที่ไหน ที่แท้ก็พวกเศษสวะที่อาศัยอยู่ในรูหนูเก่าๆ นี้นี่เอง" เสียงทุ้มต่ำแต่เสียดสีดังขึ้นจากชายหนุ่มคนดังกล่าว เขาคือ 'แบรดلي' รองหัวหน้ากิลด์โลหิตทมิฬ ศัตรูเก่าที่เคยกลั่นแกล้งบีบคั้นให้อาเรียต้องขายทรัพย์สินกิลด์จนหมดตัวเมื่อหลายเดือนก่อน
อาเรียลุกพรวดขึ้น แรงกดดันจากมาตรวัดพลังของเธอพุ่งทะยานจนโต๊ะไม้สั่นสะเทือน "แบรดلي! แกกล้าดียังไงถึงบุกเข้ามาในเขตพื้นที่ของกิลด์อื่น!"
แบรดليหัวเราะเสียงดังลั่น กวาดสายตามองสภาพห้องโถงที่แร้นแค้น ก่อนจะหยุดสายตามาที่ผม—เนโครแมนเซอร์ฝึกหัดที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ อย่างใจเย็น
"เขตพื้นที่งั้นเหรอ? อาเรีย เธอคงลืมไปแล้วกระมังว่าสัญญาเช่าตึกนี้ของพวกเธอหมดเขตไปตั้งแต่เที่ยงคืนวานนี้แล้ว... และบังเอิญเหลือเกินที่ท่านกิลด์マスターของเรา เพิ่งจะกว้านซื้อโฉนดที่ดินย่านนี้ทั้งหมดมาเมื่อช่วงเย็น" แบรดليยิ้มเยาะ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับสะบัดคถาในมือเบาๆ "เพราะฉะนั้น... ที่นี่ไม่ใช่กิลด์ของเธออีกต่อไปแล้ว แต่มันคือ 'คอกสัตว์' ของพวกฉันต่างหากล่ะ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นเลือด อาเรียกำด้ามดาบแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน แรงแค้นเก่าและใหม่ผสมปนเปกันในอกจนลมหายใจของเธอติดขัด
ผมค่อยๆ วางถ้วยซุปในมือลงอย่างช้าๆ ส่งเสียงกระทบกับจานรองเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัน
ผมไม่ได้ลุกขึ้นยืนตามอาเรีย แต่กลับเงยหน้าขึ้นสบตากับแบรดليตรงๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่ผมใช้เวลาคำนวณงบประมาณขาดทุนของบริษัทเก่า... รอยยิ้มของคนที่เห็นตัวเลขหนี้สินเป็นเพียงความท้าทาย
"สวัสดีครับ คุณแบรดلي... ยินดีต้อนรับสู่กิลด์รุ่งอรุณทมิฬ" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล ผิดกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง "แต่ดูเหมือนว่าคุณจะทำการบ้านมาไม่ดีพอสินะครับ... เรื่องสัญญาเช่าที่คุณว่าน่ะ ผมเพิ่งจะโอนเงินชำระค่าสิทธิ์ขาด 50 ปีล่วงหน้าให้กับสำนักงานที่ดินเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง"
รอยยิ้มเย่อหยิ่งบนใบชาของแบรดليแข็งค้างทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
"และที่สำคัญไปกว่านั้น..." ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดเศษฝุ่นที่บ่าเสื้อออกเบาๆ ก่อนจะโบกมือขวาเบื้องหน้าเบื้องหลังเบาๆ
*กริ๊ก... กริ๊ก... กริ๊ก...*
เสียงกระดูกนับร้อยชิ้นขยับพร้อมกันจากชั้นใต้ดินและมุมมืดรอบห้องโถง ไอสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นปกคลุมพื้นห้องจนมองไม่เห็นพื้นเบื้องล่าง ดวงตาสีฟ้าเพลิงนับร้อยดวงสว่างวาบขึ้นพร้อมกันในความมืดมิด
"การบุกรุกเคหสถานยามวิกาล โดยไม่มีหมายศาลหรือคำสั่งอนุญาต... ตามกฎหมายภาษีและป้องกันตนเองของสมาคมนักผจญภัย ผมมีสิทธิ์ 'ยึดทรัพย์สิน' และ 'ทำลาย' ผู้บุกรุกได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ตำรวจมา"
ผมมองหน้าแบรดليที่เริ่มมีเหงื่อกาฬไหลซึมที่ขมับ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัว
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบศัตรูระดับสูง 12 รายการรุกรานเขตอาณาเขต]
[เงื่อนไขพิเศษเปิดใช้งาน: ระบบคำนวณผลตอบแทนจากซากศพศัตรูเริ่มทำงาน...]
[ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดคนนี้เสมอนะครับ]
เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก•ตอนที่ 11
งานเลี้ยงฉลองกิลด์ล่ม
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!